|
ข้อคิดจาก GERALD COATES
ในงาน WORSHIP TOGETHER 1999
ณ ประเทศอังกฤษ
|
บทความที่จะนำมาบอกเล่าให้พี่น้องได้อ่านกันในฉบับนี้ เป็นการนำคำสอนของ Gerald Coates จากงานสัมมนาด้านการนมัสการของ Worship Together 1999 ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้รับพระพรจากคุณเพชรรัตน์ สังขรัตน์ ในการช่วยถอดความเป็นภาษาไทย
เรามาดูกันในเรื่องของการสร้างทีมนมัสการที่ดี ทีมที่มีคุณภาพอย่างที่เราต้องการนั้นควรจะมีลักษณะอย่างไร แน่นอนว่าเราต้องการทีมที่มีทักษะด้านดนตรี เราจึงมองหานักร้อง นักดนตรีและคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของดนตรี ทำไมเราต้อมีทีม! พระเจ้าทรงทำงานเป็นทีมในพระลักษณะความเป็นตรีเอกานุภาพ ในคริสตจักรก็มีการทำงานเป็นทีมเช่นกัน เพราะเป็นวิธีการทำงานที่ดีและทำให้งานเคลื่อนไปได้ ผมชอบที่จะทำงานเป็นทีม แม้แต่เรื่องเดินทางผมก็ไม่ชอบเดินทางคนเดียว ผมมักจะเดินทางร่วมกับใครบางคนเสมอ เราทุกคนต้องการมีบางคนอยู่เคียงข้างเรา เพื่อหนุนใจกันและกัน เราต้องการคนที่รู้จักเราอย่างดี คนที่สามารถฉุดเราขึ้นมาจากหลุมของความอ่อนแอได้ เรามีทีมเพื่อคอยช่วยกันและกัน ผมอาจจะไม่มีคำตอบชัดเจนว่า ทีมที่ดีควรเป็นอย่างไร แต่ผมปรารถนาให้คนในทีมนั้นช่วยกันพัฒนาและประเมินในสิ่งที่เราควรจะทำด้วยกันตามการทรงเรียกของพระเจ้า
ทีมเป็นขบวนการไม่ใช่ผลิตผล เราไม่ได้แสวงหาเพียงผลลัพธ์ที่ออกมา แต่เราค้นหาวิธีการที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์นั้น ขบวนการของทีมนมัสการเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสูผลลัพธ์ที่เราต้องการได้ การนำนมัสการในวันอาทิตย์อย่างดีเลิศเป็นผลิตผลของทีม จึงทำให้ทุกคนในทีมต้องช่วยกันคิดว่า จะทำอย่างไรจึงจะได้ผลลัพธ์เช่นนั้น การทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพและหนุนใจสมาชิกในทีมให้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
งานปรนนิบัติในที่ประชุมนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เป็นสิ่งที่ตาเรามองเห็น ทุกคนสามารถเห็นได้ สัมผัสได้ แต่ชีวิตส่วนตัวของคุณก็มีความสำคัญเช่นกัน ส่วนนี้สมาชิกในโบสถ์มองไม่เห็น เป็นการมีชีวิตที่สัตย์ซื่อในการใช้เวลากับพระเจ้า การเตรียมชีวิต เตรียมตัวเป็นอย่างดี โดยมีการซ้อมดนตรีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาชีวิตและศักยภาพให้ดีมากยิ่งขึ้น ผมไม่ปรารถนาให้นักดนตรีในทีม ปรนนิบัติพระเจ้าในวันอาทิตย์ แต่คืนวันเสาร์กลับไปเที่ยว แม้ว่าเขาจะมีทักษะด้านดนตรีดีเลิศ แต่หากชีวิตส่วนตัวเขาไม่เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า เขาก็ไม่สามารถปรนนิบัติพระเจ้าได้ดี เราจึงต้องการคนที่มีชีวิตที่ถูกต้อง เดินอยู่ในทางของพระเจ้าอย่างมีระเบียบวินัยในชีวิต
คุณสมบัติของทีมนมัสการนั้นเป็นสิ่งที่เจาะจงชัดเจน และผู้นำทีมต้องมีการทบทวนและกระตุ้นในคุณสมบัติเหล่านั้นเป็นระยะๆ เนื่องจากสมาชิกในทีมจำเป็นต้องรู้ว่าเขาจะมีส่วนในคุณสมบัติเหล่านั้นได้อย่างไร และมีคุณสมบัติใดบ้างที่เขาควรรู้ รวมทั้งเรื่องโครงสร้าง คนในทีมต้องรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง
คุณสมบัติบางประการของทีมที่ดี
1. ท่าทีนบนอบต่อผู้นำทุกระดับชั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้นำท่านนั้นต้องมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบเสมอไป แม้บางครั้งผู้นำล้มลงหรือผิดพลาด เราก็ต้องให้โอกาสและนบนอบให้เกียรติผู้นำ
2. คนที่ไว้วางใจได้ เมื่อผู้นำมอบหมายงานบางอย่างให้เขากระทำ เขาต้องเป็นคนที่ไว้วางใจและกระทำงานนั้นสำเร็จได้โดยให้แต่ละคนนั้นสามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้ เริ่มต้นกระทำสิ่งใหม่ๆ ให้กับงานของตนเองได้ และคนที่เป็นผู้นำต้องกล้ามอบหมายงานให้คนในทีมรับผิดชอบด้วย
3. มีทักษะในการสื่อสารที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการอธิษฐานร่วมกัน การพูดคุยในที่ประชุมเพื่อนำมาซึ่งการพัฒนาในทีม การใช้โทรศัพท์หนุนใจกัน และสิ่งหนึ่งที่ผมใช้เสมอ คือการส่ง MEMO (ใบบันทึกข้อความ) การสื่อสารที่ดีจะเป็นการลดปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ ได้และยังช่วยให้งานเดินได้คล่องขึ้นอีกด้วย
4. มีการสนับสนุนและการเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน แม้บางครั้งไม่ได้เป็นหน้าที่หรือความรับผิดชอบก็ตาม เราทุกคนในทีมก็สามารถให้การสนับสนุนและช่วยเหลือกันและกัน ยินดีร่วมรับใช้แม้ไม่ใช่หน้าที่ของตน เพื่อให้งานปรนนิบัติรับใช้พระเจ้านั้นออกมาอย่างดีเลิศ
5. มีการตั้งความคาดหวังที่ชัดเจน ทุกคนในทีมควรจะรู้ถึงเป้าหมายร่วมกันเพื่อที่จะสามารถวางแผนและเตรียมชีวิตเพื่อให้ไปถึงจุดหมายนั้นร่วมกัน
6. มีแนวทางการทำงานที่ขัดเจน รู้ว่าแนวทางการปฏิบัตินั้นเป็นอย่างไร เพื่อว่างานที่ปรนนิบัติอยู่นั้นจะประสบความสำเร็จ
7. มีความผูกพันกับนิมิตในทีม ผมต้องการให้ทุกคนในทีมผูกพันตัวกับนิมิตของทีมร่วมกัน ให้นิมิตส่วนรวมนั้น เป็นส่วนหนึ่งของนิมิตส่วนตัวในชีวิตแต่ละคน เพื่อจะสนับสนุนในการทำงานให้ก้าวไปข้างหน้า โดยที่ทุกคนจะไม่ลังเลว่าจะก้าวไปในทิศทางไหน เพราะมีนิมิตจะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
8. ความยืดหยุ่นในทุกๆ สถานการณ์ เช่น เมื่อเครื่องเสียงเสีย คุณก็ไม่ควรเป็นกังวลจนทำให้งานเสีย เพราะพระเจ้ายิ่งใหญ่สามารถช่วยได้ในทุกสถานการณ์ที่คับขัน
9. ความไม่เห็นแก่ตัว แต่ละคนในทีมนมัสการนั้นควรจะเสียสละตนเอง เพื่อประโยชน์สูงสุดของทีมเพื่อส่วนรวม มีครั้งหนึ่งที่เราจะต้องเล่นดนตรีตอน 18.30 น. ผมจึงนัดทุกคนในทีมให้มาพบกันก่อนเวลาตอน 16.00 น. เพื่อเตรียมเครื่องดนตรีเครื่องเสียงให้พร้อม แต่นักร้องมาหาผมและบอกว่า “ขอเป็นเวลา 17.00 น. ได้ไหม” เพราะพวกเขาไม่ต้องติดตั้งเครื่องเสียง ผมบอกว่า “ไม่ได้” เพราะคุณเป็นส่วนหนึ่งของทีม พวกเราต้องทำงานร่วมกัน อย่าปล่อยให้คนใดคนหนึ่งทำงานหนัก แต่เราควรหนุนใจและช่วยกันและกัน
10. แบ่งงานและความรับผิดชอบกัน ทุกคนในทีมจะได้รับการแบ่งงานและหน้าที่ความรับผิดชอบกัน โดยที่จะไม่ไปหนักที่คนใดคนหนึ่ง และทุกคนจะมีงานที่รับผิดชอบเป็นส่วนตัวและยังต้องรับผิดชอบในงานส่วนรวมด้วย
11. มีชีวิตที่อิ่มบริบูรณ์ในพระเจ้า มีความสัมพันธ์ที่ดีและลึกซึ้งกับพระเจ้า เพื่อชีวิตจะพร้อมในการปรนนิบัติพระเจ้าเสมอ การมีชีวิตที่ดีจะช่วยให้คนในทีมไวต่อพระวิญญาณของพระเจ้า และรับการทรงนำจากพระเจ้าได้ดี
12. มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดต่อกัน คนในทีมต้องทำงานร่วมกัน ใช้เวลาในการพักผ่อน พูดคุยกันและกันเสมอ มีการเปิดเผยชีวิตต่อกัน ผมมักให้คนในทีมไปเที่ยวออกกำลัง รับประทานอาหารร่วมกันเสมอ เป็นการสร้างทีมอีกรูปแบบหนึ่ง
13. มีการประเมินผล เป็นการถามความคิดเห็นของคนในทีม เราต้องให้เขานั้นกล้ายอมรับคำหนุนใจและคำวิพากษ์วิจารณ์ได้ดี เป็นการยอมรับและสร้างความเข้าใจ เพื่อนำมาปรับปรุงแก้ไขในชีวิตและทีม
สิ่งที่หัวหน้าทีมนมัสการควรปฏิบัติ
1. เป็นผู้ที่หนุนน้ำใจและให้กำลังใจคนในทีมได้ดี
2. หัวหน้าทีมต้องทำหน้าที่ในการเปิดโอกาสให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นได้ หัวหน้าทีมควรพยายามให้คนในทีมรู้ว่า “คุณอยากรู้ความคิดเห็นจากเขาจริงๆ”
3. เป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกได้เรียนรู้ ศึกษา ฝึกฝนพัฒนาตนเอง ควรจะเชิญวิทยากรดีๆ มาอบรม ให้คำแนะนำทีมของคุณ ซึ่งจะช่วยให้ทีมของคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการนมัสการมากยิ่งขึ้น
4. ควรให้การเอาใจใส่และสนับสนุนสมาชิกในทีม เพราะเขาปรารถนาที่อยากจะมั่นใจว่าผู้นำอยู่เคียงข้างและปกป้องเขา ซึ่งทำให้เกิดความมั่นคงและเสถียรภาพ เพราะสมาชิกในทีมต้องการรู้ว่าเมื่อเขาผิดพลาดหรือล้มลง คุณจะเป็นคนที่ยืนอยู่เคียงข้างเขา ปกป้องและให้ความช่วยเหลือทั้งยังให้โอกาสกับเขาเสมอ
5. หัวหน้าทีมควรให้นิมิต ให้ทิศทางที่สดใหม่กับทีมอยู่เสมอ สามารถพาทีมไปสู่นิมิตได้อย่างสำเร็จและพาไปสู่นิมิตด้วยความชื่นชมยินดี
6. หัวหน้าทีมต้องแสดงความจงรักภักดีต่อสมาชิกด้วย
7. ต้องมีการเขียนนิมิตและเป้าหมายให้ชัดเจน จนสมาชิกในทีมทุกคนรู้และเข้าใจในเป้าหมายเดียวกัน
8. หัวหน้าทีมควรให้โอกาสคนในทีมในการมาช่วยขยายชีวิตของคุณเองด้วย
9. จงฟังเสียงของสมาชิกในทีมเสมอ มีเวลาให้กับพวกเขาอย่างทั่วถึง เช่น การเปิดโอกาสให้เขาสามารถติดต่อคุณได้ตลอดเวลา
10. เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในทุกๆ กิจกรรมของทีมและคริสตจักร เพื่อจะทำให้งานเคลื่อนไปด้วยกันอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
|