






| ดนตรีกับการเสริมสร้างความสัมพันธ์ |
|
|
|
| บทความการนมัสการ - การพัฒนาทีมนมัสการ | ||||
ด้วยเหตุนี้ดนตรีของคุณจึงควรเป็นเพลงที่มีผลต่อจิตวิญญาณ กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก มีเนื้อหาสาระ เสริมสติปัญญา สร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ขัดต่อวัฒนธรรมอันดี และอยู่บนพระคำของพระเจ้า ดังนั้น
1. อย่าใช้ดนตรีที่เราชอบหรือไม่ชอบไปตัดสินคนอื่นเช่น คริสเตียนคนหนึ่งอาจจะไม่ชอบและต่อต้านดนตรีแนวคริสเตียนร๊อค แต่ในขณะเดียวกัน อาจเป็นเพลงที่ช่วยให้ใครคนหนึ่งแตะต้องพระเจ้าก็ได้ รม.14:4-5 ท่านเป็นใครเล่า จึงกล่าวโทษ (พิพากษา, ตัดสิน, นำเรื่องไปฟ้องศาล) บ่าว (พี่น้องคริส-เตียน) ของคนอื่น บ่าวคนนั้นจะได้ดีหรือจะล่มจมก็สุดแล้วแต่นาย (พระเจ้า) ของเขา และเขาก็จะได้ดีแน่นอน เพราะว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงฤทธิ์อาจให้เขาได้ดีได้ 5 คนหนึ่งถือว่าวันหนึ่ง (หรือดนตรีรูปแบบต่างๆ) ดีกว่าอีกวันหนึ่ง (ดนตรีรูปแบบอื่นๆ) แต่อีกคนหนึ่งถือว่าทุกวันเหมือนกัน (ดนตรีทุกรูปแบบเหมือนกันหมด) ขอให้ทุกคนมีความแน่ใจในความคิดเห็นของตนเถิด พระคัมภีร์ตอนนี้ชี้ให้เราเห็นถึงการตีความตามความชอบและไม่ชอบ และความเชื่อของแต่ละคนที่อาจจะแตกต่างกัน เราควรเรียนรู้ที่จะยอมรับกันและกัน เราควรรู้ว่าคนนั้นมีระดับความเชื่อที่แตกต่างกัน รายละเอียดความเชื่อที่แตกต่างกัน รวมทั้งมีความชอบความไม่ชอบที่แตกต่างกัน อ.เปาโลจึงหนุนใจพวกเราว่า “เพราะว่าแผ่นดินของพระเจ้านั้น ไม่ใช่การกินและการดื่ม (อาจหมายถึงดนตรีที่เราฟัง) แต่เป็นความชอบธรรมและสันติสุข และความชื่นชมยินดีในพระวิญญาณบริสุทธิ์” (รม.14:17)
ดังนั้นแทนที่เราจะให้ความสนใจกับรูปแบบของดนตรี ถกเถียงกันว่าดนตรีแบบใดเป็นของคริสเตียน แบบใดไม่ใช่ เราควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาความชอบธรรม สันติสุข และความชื่นชมยินดีในพระ-วิญญาณบริสุทธิ์ จะเป็นการดีกว่า เราต้องไม่ลืมว่า การกระทำใดๆ ที่มิได้เกิดจากความเชื่อนั้นก็เป็นบาปทั้งสิ้น (รม.14:23)
2. จงใช้ดนตรีเพื่อเป็นสิ่งที่เสริมบุคลิกภาพสร้าง ความเป็นครอบครัว และรังสรรค์ชุมชนคริสเตียนของเราสดด.89:1 ข้าพระองค์จะร้องเพลงถึงความรักมั่นคงของพระเจ้าเป็นนิตย์ ด้วยปากของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะประกาศความสัตย์สุจริตของพระองค์ตลอดทุกชั่วชาตพันธุ์
3. พระวิญญาณบริสุทธิ์ควรเป็นผู้ให้ทิศทาง ให้ความสามารถ ดลจิตดลใจ สอน ให้ความเหมาะสม ให้การเจิม สำแดงความจริง เร้าใจให้เกิดความลึกซึ้งกับดนตรีของเรา(ยน.16:13) พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำให้เราเกิดความรู้สึกมั่นใจอย่างลึกซึ้งในดนตรีที่เราเล่นและบรรเลง จะนำความจริงของพระคริสต์ให้เข้าไปในชีวิตของเราและของผู้คนในที่ประชุม ด้วยเหตุนี้ เราจึงรู้ว่าทำไมดนตรีจึงสามารถมีผลต่อการสอน การว่ากล่าวตักเตือน การแก้ไขคนให้ดี และอื่นๆ (2 ทธ.3:16) ซึ่งมีผลต่อวิญญาณของมนุษย์มากกว่าใช้ความพยายามของตนเอง
4. ดนตรีที่เป็นฝ่ายวิญญาณเป็นเรื่องของการข้ามวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความอคติของมนุษย์การทำให้ทำนองเพลงและจังหวะดนตรีเข้ากันได้อย่างดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจะทำให้มีผลต่อจิตใจของคนได้ดีขึ้น ดังนั้นหากผู้ฟังมีอคติ ไม่ว่าจะด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ก็จะเป็นกำแพงในใจทำให้บทเพลงนั้นไม่สามารถเข้าไปในใจของเขาได้ การให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เคลื่อนไหวในบทเพลง เป็นสิ่งที่จะทำให้บทเพลงไหลเข้าไปในผู้คนทุกๆ วัย ทุกๆ วัฒนธรรม ทุกๆ ระดับของความสามารถในการรับรู้ถึงความจริงในพระวจนะที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของผู้คนได้
5. ดนตรีที่เป็นฝ่ายวิญญาณจะทำให้คริสเตียนมีความรู้สึกได้รับกำลังในการรับใช้พระเจ้าด้วยความยินดี และด้วยความมั่นใจ
เมื่อเยโฮชาฟัทส่งกองทัพออกไปเผชิญหน้ากับศัตรู พระองค์ได้ส่งนักร้องออกไปพลางสรรเสริญพระเจ้าด้วยการร้องเพลง เป็นที่มั่นใจได้ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับคำสรรเสริญนั้นตามพระสัญญา และมีผลทำให้กองทัพได้รับชัยชนะ
6. ดนตรีที่เป็นฝ่ายวิญญาณทำให้แรงจูงใจ วิธีการ และการปรนนิบัติของเราได้รับทิศทางใหม่เมื่อเรามีบทเพลงในจิตใจของเรา โลกรอบๆ ตัวเราก็น่ากลัวน้อยลง และเราก็สามารถไปถึงเป้าหมายของเราได้ด้วยความกล้าหาญ ความเป็นมนุษย์ของเราก็มีแนวโน้มที่จะมองสภาพแวดล้อมด้วยความกลัว สับสน และมีความหวาดระแวงอยู่รอบด้าน แต่ดนตรีก็ทำให้ความสนใจของเราจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่เบื้องบนมากกว่าสิ่งที่อยู่ในโลกนี้ เช่น เนื้อหนังของเรา และความชั่วร้ายทั้งมวลที่อยู่รอบๆ ตัวเรา
7. ดนตรีที่เป็นฝ่ายวิญญาณมีผลต่ออารมณ์ของเราอย่างยิ่งใหญ่เมื่อเราต้องเผชิญกับเหตุร้าย ดนตรีฝ่ายวิญญาณจะผ่อนคลายความเจ็บปวด แรงกดดัน และความเครียด เราเห็นได้จากเรื่องราวของดาวิด เมื่อซาอูลมีปัญหาสุขภาพจิต ท่านได้รับการผ่อนคลายจากการที่ดาวิดเล่นพิณถวาย (1 ซมอ.16:23) “อยู่มาเมื่อวิญญาณชั่วจากพระเจ้ามาสิงซาอูลเมื่อไร ดาวิดก็หยิบพิณใช้มือดีดถวายซาอูลก็ทรงชุ่มชื่นขึ้นและหายดี และวิญญาณชั่วก็พรากจากพระองค์ไป” ถ้าปราศจากดนตรีที่มีการเจิมของพระวิญญาณบริสุทธิ์ สิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ และนี่คือตัวอย่างที่เด่นชัดมากถึงอิทธิพลของดนตรีที่มีผลต่อจิตใจของคน
8. ดนตรีที่เป็นฝ่ายวิญญาณจะนำมาถึงจุดที่สามารถเป็นและมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในท่ามกลางคนของพระเจ้าอ.เปาโลกล่าวว่า “ก็ขอให้ท่านทำให้ความยินดีของข้าพเจ้าเต็มเปี่ยม ด้วยการมีความคิดอย่างเดียวกัน มีความรักอย่างเดียวกัน มีใจรู้สึกและคิดพร้อมเพรียงกัน” (ฟป.2:2) การที่เราร้องเพลงร่วมกันเป็นเสียงเดียวกัน ในการสรรเสริญและแสดงความรู้สึกต่อพระเจ้าร่วมกัน สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงชื่นชมคือ เรากำลังสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เกิดความพร้อมเพรียงกันในที่ประชุมนั้น
9. ดนตรีที่เป็นฝ่ายวิญญาณทำให้เรามีความหวังใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเราในสวรรค์ซึ่งเราพบภาพของการสรรเสริญ ภาพของการร้องเพลงร่วมกัน ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ของบรรดาธรรมิกชน วว.19:1 กล่าวว่า “ต่อจากนี้ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังกึกก้องดุจเสียงฝูงชนจำนวนมากในสวรรค์ร้องว่า "อาเลลูยา {แปลว่า สรรเสริญพระเจ้าเถิด} ความรอด พระสิริ และฤทธิ์เดชจงมีแด่พระเจ้าของเรา” วว.7:9-11 กล่าวว่า “9 ต่อจากนั้นมา ข้าพเจ้าก็มองดู และ ดูเถิด คนมากมายเหลือคณนามาจากทุกเผ่าพันธุ์ ทุกชาติทุกภาษา คนเหล่านั้นสวมเสื้อสีขาว ถือใบตาลยืนอยู่หน้าพระที่นั่ง และต่อพระพักตร์พระเมษโปดก 10 คนเหล่านั้นร้องเสียงดังว่า "ความรอดขึ้นอยู่กับพระเจ้าของเราผู้ประทับบนพระที่นั่ง และขึ้นอยู่กับพระเมษโปดก" 11 และทูตสวรรค์ทั้งปวงที่ยืนรอบพระที่นั่ง รอบผู้อาวุโส และรอบสัตว์ทั้งสี่นั้น ก้มลงกราบหน้าพระที่นั่ง และนมัสการพระเจ้า”
ดนตรีเป็นช่องทางที่จะทำให้เกิดความสัมพันธ์ ทั้งระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์
|