|
“ดนตรี” ถูกกล่าวถึงในพระคัมภีร์กว่า 839 ครั้ง พระเจ้าทรงให้ความสำคัญต่อดนตรี พระองค์จึงกล่าวไว้ในพระคำของพระองค์มากมาย พระเจ้าทรงเจาะจงให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น ตั้งใจให้เกิดขึ้น ทุกถ้อยคำที่ใช้ในพระคัมภีร์มีความหมายทุกคำ “นรก” ถูกใช้ในพระคัมภีร์ประมาณ 70 ครั้ง คำถามคือเรารู้จักนรกแค่ไหน บางคนก็สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน บางคนก็ไม่ แต่พระคัมภีร์พูดถึงดนตรีมากกว่านรกถึง 12 เท่า เป็นไปได้ที่พระเจ้าทรงปรารถนาให้เรามีความเข้าใจความจริงในเรื่องนี้มากขึ้น และให้น้ำหนักมากกว่าที่ควรจะเป็น
ใน สดด.100:2 กล่าวว่า “จงปรนนิบัติพระเจ้า ด้วยความยินดี จงเข้ามาเฝ้าพระองค์ด้วยการร้องเพลง” ถ้าเราอยู่ต่อหน้ากษัตริย์ เราควรจะวางตัวอย่างไร เราคงจะต้องให้ความเคารพยำเกรง เราคงสำรวม มีระเบียบปฏิบัติสำหรับการที่ต้องเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ของเรา แต่เมื่อเราอยู่ต่อหน้าพระเจ้าของเรา พระองค์ประสงค์ให้เราทำสิ่งใด ทรงต้องการให้เราชื่นชมยินดีด้วยดนตรี พระเจ้าทรงเลือกให้เราแสดงออกได้หลายวิธี แต่พระองค์ไม่ทำ พระองค์เลือกการร้องเพลงเมื่อเราอยู่ต่อหน้าพระเจ้า เมื่อเราอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์ พระเจ้าไม่ได้เรียกร้องให้เราคลานเข้าไปหาพระองค์ แต่ทรงตรัสว่า “เมื่อพวกเจ้าเข้ามาหาเรา เราต้องการให้พวกเจ้าร้องเพลง” คริสตจักรทั่วโลกไม่มีข้อยกเว้น ที่จะต้องเข้าไปเฝ้าพระองค์ด้วยคำสรรเสริญ ด้วยเสียงเพลง
สดด.95:2 ให้เราทั้งหลายเข้ามาอยู่เฉพาะเบื้องพระพักตร์ด้วยโมทนา ให้เรากระทำเสียงชื่นบานถวายพระองค์ด้วยบทเพลงสรรเสริญ สดด.100:4 จงเข้าประตูของพระองค์ด้วยการโมทนา และเข้าบริเวณพระนิเวศของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ จงถวายโมทนาขอบพระคุณพระองค์ จงถวายสาธุการแด่พระนามของพระองค์ เราร้องเพลงทั้งเพลงสรรเสริญ และเพลงโมทนาพระคุณ เพื่อบอกเล่าถึงพระราชกิจที่ทรงกระทำกับเรา เข้ามาเฝ้าพระองค์ด้วยคำสรรเสริญ ใช้ถ้อยคำต่างๆ จากจิตใจของเรา บอกพระองค์ว่าเรารักพระองค์ พระคัมภีร์บอกเราว่า พระองค์ประทับอยู่เหนือคำสรรเสริญของคนของพระองค์
สดด.22:3 ถึงอย่างไรพระองค์ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ พระองค์ประทับเหนือคำสรรเสริญของคนอิสราเอล พวกเราในยุคปัจจุบันเป็นประชากรของพระเจ้า เป็นอิสราเอลใหม่ (กท.6) และพระเจ้าประสงค์จะอยู่ท่ามกลางเรา กษัตริย์ดาวิดได้รับการสำแดงในเรื่องนี้ ท่านได้จัดดนตรีไว้ในพระนิเวศของพระเจ้า ท่านได้แต่งตั้งคนเลวีให้ทำหน้าที่ถวายบทเพลงแด่พระเจ้าเรื่อยไป พวกเขาถวายบทเพลงเรื่อยไป พวกเขาร้องเพลงประกอบเครื่องดนตรีถวายพระองค์
1 พศด.6:31-32 เหล่านี้เป็นบุคคลที่ดาวิดทรงแต่งตั้งให้ดูแลการร้องเพลงในพระนิเวศของพระเจ้า หลังจากที่หีบพันธสัญญามาตั้งอยู่ที่นั่นแล้ว เขาทั้งหลายทำการปรนนิบัติด้วยเพลง ข้างหน้าพลับพลาเต็นท์นัดพบ จนซาโลมอนได้ทรงสร้างพระนิเวศของพระเจ้าในเยรูซาเล็ม และเขาได้ปฏิบัติหน้าที่ของเขาตามตำแหน่ง ดาวิดแต่งตั้งปุโรหิตให้ดูแลพระนิเวศด้วยบทเพลง สิ่งนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากในพระนิเวศ เนื่องจากพวกนักร้องไม่ต้องทำงานอย่างอื่นๆ เลย พวกเขาเป็น Full Time ในพระนิเวศของพระเจ้าในสมัยนั้น ประชาชนก็ถวายสิบลดเพื่อดูแลคนเหล่านี้ และคนเลวีก็อาศัยอยู่รอบๆ พระนิเวศ เพื่อจะไม่ต้องเดินทางไกล พร้อมเสมอที่จะรับใช้
1 พศด.9:33 ต่อไปนี้เป็นนักร้อง คือหัวหน้าตระกูลคนเลวี ผู้อาศัยอยู่ในห้องในพระวิหารไม่ต้องทำการปรนนิบัติอย่างอื่น เพราะเขาอยู่เวรทั้งกลางวันและกลางคืน นหม.13:5 ได้จัดห้องใหญ่ห้องหนึ่งให้โทบีอาห์ เป็นห้องที่แต่ก่อนใช้เก็บธัญญบูชา กำยาน เครื่องใช้ต่างๆ และทศางค์ที่เป็นข้าว เหล้าองุ่นใหม่และน้ำมัน ซึ่งเขาให้ไว้ตามบัญญัติให้แก่คนเลวี นักร้อง คนเฝ้าประตูและของบริจาคสำหรับปุโรหิต นหม.11:22-23 ผู้ดูแลคนเลวีในเยรูซาเล็มคือ อุสซี บุตรบานี ผู้เป็นบุตรฮาชาบิยาห์ ผู้เป็นบุตรมัทธานิยาห์ ผู้เป็นบุตรมีคาแห่งพงศ์พันธุ์อาสาฟ นักร้อง ดูแลการงานพระนิเวศของพระเจ้า เพราะมีพระบัญชาจากพระราชาถึงเรื่องเขา และมีของปันส่วนที่ได้ตกลงกันไว้สำหรับนักร้อง ตามที่ต้องการทุกๆ วัน
ดนตรีถูกใช้อย่างกว้างขวางในช่วงสมัยของดาวิดเป็นต้นมา พวกนักร้อง นักดนตรี ไม่เพียงถวายบทเพลงแด่พระเจ้าเท่านั้น แต่ยังนำนมัสการด้วย บทเพลงที่ใช้ในคริสตจักรไม่ใช่เพื่อสร้างความบันเทิง ไม่ใช่สร้างบรรยากาศรื่นเริงในงานเลี้ยง แต่เป็นการเตรียมคนที่จะรับพระคำของพระเจ้า ดนตรีเตรียมไว้ให้คนรับคำเทศนาหรือพระคำของพระเจ้า ในบรรยากาศการนมัสการ เป็นการถักทอสายใยแห่งความรักด้วยกัน เป็นการทำลายกำแพงขวางเรากับพระเจ้าลงมา พระวิญญาณริสุทธ์ทรงช่วยเรา ชโลมเรา และเชื่อมเราไว้กับพระเจ้า ชำระเราให้บริสุทธิ์ ดนตรีสามารถทลายกำแพงกั้นลง ทำให้จิตใจของเรานุ่มลง
ดนตรีเตรียมใจของเราให้รับพระคำของพระเจ้า 2 พกษ.3 เป็นเรื่องราวของกษัตริย์เยโฮชาฟัท กษัตริย์ของยูดาห์ พร้อมด้วยกษัตริย์ของอิสราเอล และกษัตริย์ของเอโดม ได้รวมตัวกันเพื่อขอการทรงนำ และทิศทางจากพระ-เจ้า พวกเขามาหาเอลีชา เพื่อให้ช่วยทูลถามพระเจ้าในเรื่องคำแนะนำนั้น เมื่อเอลีชาถูกขอร้องให้ช่วย เพื่อแสวงหาถ้อยคำจากพระเจ้า สิ่งแรกที่ท่านทำคือ ท่านขอนักดนตรีจากพวกเขา ขอเครื่องสายจากพวกเขา(2 พกษ.3:15 “ขอทรงนำผู้เล่นเครื่องสายมาให้ข้าพระบาทสักคนหนึ่ง" และเมื่อผู้เล่นเครื่องสายบรรเลงแล้วฤทธานุภาพของพระเจ้าก็มาเหนือท่าน”) และเมื่อเครื่องสายได้ทำหน้าที่แล้วครู่หนึ่ง พระคำของพระเจ้าก็ลงมา เอลีชาไม่สามารถเผยพระวจนะได้จนกว่าจะได้เสียงดนตรีบรรเลงเพื่อพระเจ้า เราได้เห็นความสำคัญของดนตรีที่นี้ ดนตรีเป็นการเตรียมช่องทางให้พระคำของพระเจ้าลงมา พระคัมภีร์บอกว่า “เมื่อผู้เล่นเครื่องสายบรรเลงแล้ว ฤทธานุภาพของพระเจ้าก็มาเหนือท่าน”
ดนตรีเป็นสิ่งที่พระเจ้าใช้ในยุคปัจจุบันของเราด้วย ในชีวิตประจำวันของเรา รวมทั้งการนมัสการของเราด้วย พระคัมภีร์กล่าวว่า “จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระเจ้า แผ่นดินโลกทั้งสิ้นจงร้องเพลงถวายพระเจ้า” สดด.96:1 “จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด เป็นการดีที่จะร้องเพลงถวายสดุดีแด่พระเจ้าของเรา เพราะพระองค์ทรงพระเมตตา และบทเพลงถวายสรรเสริญก็เหมาะสม” (สดด.147:1) “ และอย่าเมาเหล้าองุ่นซึ่งจะทำให้เสียคน แต่จงประกอบด้วยพระวิญญาณ จงปราศรัยกันด้วยเพลงสดุดี เพลงนมัสการ และเพลงสรรเสริญ คือร้องเพลงสรรเสริญและสดุดีจากใจของท่าน ถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า” (อฟ.5:18-19)
ในพระคัมภีร์สั่งให้เราร้องเพลงกว่า 200 ครั้ง เกินกว่าที่เราจะนำมาร้อยเรียงไว้ในที่นี้ได้ แสดงว่าพระเจ้าประสงค์จะบอกอะไรเราบางอย่าง บางทีอาจบอกว่า พระองค์ทรงชอบดนตรี และทรงให้ความสำคัญของดนตรีนี้เป็นสาเหตุว่า ทำไมทรงกล่าวถึงดนตรีบ่อยๆ ก็ได้ พระองค์ทรงรักที่จะได้ยินบทเพลงแห่งความรักที่มีต่อพระองค์ บทเพลงสรรเสริญที่ออกมาจากปากของเราเป็นสิ่งที่พระองค์ปรารถนา งานรับใช้ด้านดนตรีเป็นสิ่งที่จะถูกรื้อฟื้นขึ้น จนกว่าจะเต็มศักยภาพ คริสตจักรไม่ควรละเลยในการที่จะพัฒนาความสามารถในการถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าด้วยดนตรี
ดังที่เราทราบแล้วว่า ลูซิเฟอร์เป็นนักดนตรีชั้นเลิศ เขาเป็นเลิศในทางดนตรี และเขาก็ใช้ดนตรีในการต่อต้านคริสตจักร ต่อต้านความเชื่อในพระเจ้า และพระเจ้าก็ทรงใช้นักร้อง นักดนตรี ที่มีการเจิมเข้าปะทะกับการต่อสู้นั้น ดนตรีเป็นแผนการของพระเจ้าประการหนึ่งในโลก ที่จะปฏิบูรณาการขึ้นใหม่ในยุคสุดท้าย (กจ.15:16 “ภายหลังเราจะกลับมา และเราจะสร้างพลับพลาของดาวิดซึ่งพังลงแล้วขึ้นใหม่ ที่ร้างหักพังนั้นเราจะก่อขึ้นอีกและจะตั้งขึ้นใหม่”)
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า พระเจ้าทรงเห็นว่าดนตรีมีความสำคัญ พระองค์ต้องการให้คริสตจักรยกศีรษะขึ้น ใช้ดนตรีใช้เสียงเพลงในการต่อกรกับซาตานและโลกนี้ พวกเรากำลังรอคอยคริสตจักรที่เต็มไปด้วยเสียงสรรเสริญและนมัสการพระเจ้า พวกเราต้องเป็นคริสตจักรแห่งการสรรเสริญนมัสการ เพื่อประชาชาติต่อไปจะได้สรรเสริญพระเจ้า
สดด.102:18 “ขอบันทึกเรื่องนี้ไว้ให้ชาตพันธุ์ที่จะมีมา เพื่อประชาชนที่ยังจะทรงสร้างมานั้นจะได้สรรเสริญrพระเจ้า” เราควรมีความยินดีที่เรารู้ว่าพระเจ้าทรงให้ความเข้าใจกับเราว่า ดนตรีมีความสำคัญ แม้ในพระคัมภีร์ หนังสือเพลงยังเป็นเล่มที่หนาที่สุด ยาวที่สุด คือพระธรรมสดุดี ทำไม ? ก็เพราะพระเจ้าทรงรักการร้องเพลง ทรงรักดนตรี
ศฟย.3:17 พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าอยู่ท่ามกลางเจ้า เป็นนักรบผู้ประทานความมีชัย พระองค์ทรงเปรมปรีดิ์เพราะเจ้าด้วยความยินดี พระองค์จะทรงรื้อฟื้นเจ้าใหม่ด้วยความรักของพระองค์พระองค์จะทรงเริงโลดเพราะเจ้าด้วยร้องเพลงเสียงดัง
ฮบ.2:12 ดังที่พระองค์ตรัสว่า เราจะประกาศพระนามของพระองค์แก่พี่น้องของเรา เราจะสรรเสริญพระองค์ในท่ามกลางชุมนุมชน
|
พระเยซูก็ทรงรักดนตรีด้วยแน่ พระองค์ทรงร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า เราควรจะเชื่อว่า พระเจ้าพระบิดา พระเยซูพระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรักดนตรี เนื่องจากมีดนตรีบรรจุไว้ในพระคัมภีร์มากมาย ทั้งในพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ ถ้าดนตรีมีความสำคัญสำหรับพระเจ้า มันก็ต้องถูกให้ความสำคัญสำหรับเราด้วยไม่ใช่หรือ เพราะเราเป็นพระฉายาของพระองค์นั่นเอง เว้นเสียแต่ท่านไม่ใช่ของพระองค์
|
|