• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
ความสำคัญของดนตรี PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - การพัฒนาทีมนมัสการ

ความสำคัญของดนตรี


“ดนตรี” ถูกกล่าวถึงในพระคัมภีร์กว่า 839 ครั้ง  พระเจ้าทรงให้ความสำคัญต่อดนตรี  พระองค์จึงกล่าวไว้ในพระคำของพระองค์มากมาย  พระเจ้าทรงเจาะจงให้เกิดสิ่งนี้ขึ้น  ตั้งใจให้เกิดขึ้น  ทุกถ้อยคำที่ใช้ในพระคัมภีร์มีความหมายทุกคำ  “นรก” ถูกใช้ในพระคัมภีร์ประมาณ 70 ครั้ง  คำถามคือเรารู้จักนรกแค่ไหน  บางคนก็สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน  บางคนก็ไม่  แต่พระคัมภีร์พูดถึงดนตรีมากกว่านรกถึง 12 เท่า  เป็นไปได้ที่พระเจ้าทรงปรารถนาให้เรามีความเข้าใจความจริงในเรื่องนี้มากขึ้น  และให้น้ำหนักมากกว่าที่ควรจะเป็น


ใน สดด.100:2 กล่าวว่า “จงปรนนิบัติพระเจ้า  ด้วยความยินดี  จงเข้ามาเฝ้าพระองค์ด้วยการร้องเพลง” ถ้าเราอยู่ต่อหน้ากษัตริย์  เราควรจะวางตัวอย่างไร  เราคงจะต้องให้ความเคารพยำเกรง  เราคงสำรวม  มีระเบียบปฏิบัติสำหรับการที่ต้องเข้าเฝ้าพระมหากษัตริย์ของเรา  แต่เมื่อเราอยู่ต่อหน้าพระเจ้าของเรา  พระองค์ประสงค์ให้เราทำสิ่งใด  ทรงต้องการให้เราชื่นชมยินดีด้วยดนตรี  พระเจ้าทรงเลือกให้เราแสดงออกได้หลายวิธี  แต่พระองค์ไม่ทำ  พระองค์เลือกการร้องเพลงเมื่อเราอยู่ต่อหน้าพระเจ้า  เมื่อเราอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระองค์  พระเจ้าไม่ได้เรียกร้องให้เราคลานเข้าไปหาพระองค์  แต่ทรงตรัสว่า “เมื่อพวกเจ้าเข้ามาหาเรา  เราต้องการให้พวกเจ้าร้องเพลง”  คริสตจักรทั่วโลกไม่มีข้อยกเว้น  ที่จะต้องเข้าไปเฝ้าพระองค์ด้วยคำสรรเสริญ  ด้วยเสียงเพลง


สดด.95:2 ให้เราทั้งหลายเข้ามาอยู่เฉพาะเบื้องพระพักตร์ด้วยโมทนา  ให้เรากระทำเสียงชื่นบานถวายพระองค์ด้วยบทเพลงสรรเสริญ สดด.100:4 จงเข้าประตูของพระองค์ด้วยการโมทนา  และเข้าบริเวณพระนิเวศของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ  จงถวายโมทนาขอบพระคุณพระองค์  จงถวายสาธุการแด่พระนามของพระองค์ เราร้องเพลงทั้งเพลงสรรเสริญ  และเพลงโมทนาพระคุณ  เพื่อบอกเล่าถึงพระราชกิจที่ทรงกระทำกับเรา  เข้ามาเฝ้าพระองค์ด้วยคำสรรเสริญ  ใช้ถ้อยคำต่างๆ จากจิตใจของเรา  บอกพระองค์ว่าเรารักพระองค์  พระคัมภีร์บอกเราว่า  พระองค์ประทับอยู่เหนือคำสรรเสริญของคนของพระองค์


สดด.22:3 ถึงอย่างไรพระองค์ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์  พระองค์ประทับเหนือคำสรรเสริญของคนอิสราเอล พวกเราในยุคปัจจุบันเป็นประชากรของพระเจ้า  เป็นอิสราเอลใหม่ (กท.6) และพระเจ้าประสงค์จะอยู่ท่ามกลางเรา  กษัตริย์ดาวิดได้รับการสำแดงในเรื่องนี้  ท่านได้จัดดนตรีไว้ในพระนิเวศของพระเจ้า  ท่านได้แต่งตั้งคนเลวีให้ทำหน้าที่ถวายบทเพลงแด่พระเจ้าเรื่อยไป  พวกเขาถวายบทเพลงเรื่อยไป  พวกเขาร้องเพลงประกอบเครื่องดนตรีถวายพระองค์


1 พศด.6:31-32 เหล่านี้เป็นบุคคลที่ดาวิดทรงแต่งตั้งให้ดูแลการร้องเพลงในพระนิเวศของพระเจ้า  หลังจากที่หีบพันธสัญญามาตั้งอยู่ที่นั่นแล้ว เขาทั้งหลายทำการปรนนิบัติด้วยเพลง  ข้างหน้าพลับพลาเต็นท์นัดพบ  จนซาโลมอนได้ทรงสร้างพระนิเวศของพระเจ้าในเยรูซาเล็ม  และเขาได้ปฏิบัติหน้าที่ของเขาตามตำแหน่ง ดาวิดแต่งตั้งปุโรหิตให้ดูแลพระนิเวศด้วยบทเพลง  สิ่งนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากในพระนิเวศ เนื่องจากพวกนักร้องไม่ต้องทำงานอย่างอื่นๆ เลย  พวกเขาเป็น Full Time ในพระนิเวศของพระเจ้าในสมัยนั้น  ประชาชนก็ถวายสิบลดเพื่อดูแลคนเหล่านี้  และคนเลวีก็อาศัยอยู่รอบๆ พระนิเวศ  เพื่อจะไม่ต้องเดินทางไกล  พร้อมเสมอที่จะรับใช้


1 พศด.9:33 ต่อไปนี้เป็นนักร้อง  คือหัวหน้าตระกูลคนเลวี  ผู้อาศัยอยู่ในห้องในพระวิหารไม่ต้องทำการปรนนิบัติอย่างอื่น  เพราะเขาอยู่เวรทั้งกลางวันและกลางคืน
นหม.13:5 ได้จัดห้องใหญ่ห้องหนึ่งให้โทบีอาห์  เป็นห้องที่แต่ก่อนใช้เก็บธัญญบูชา  กำยาน  เครื่องใช้ต่างๆ  และทศางค์ที่เป็นข้าว  เหล้าองุ่นใหม่และน้ำมัน  ซึ่งเขาให้ไว้ตามบัญญัติให้แก่คนเลวี  นักร้อง  คนเฝ้าประตูและของบริจาคสำหรับปุโรหิต
นหม.11:22-23 ผู้ดูแลคนเลวีในเยรูซาเล็มคือ  อุสซี  บุตรบานี  ผู้เป็นบุตรฮาชาบิยาห์  ผู้เป็นบุตรมัทธานิยาห์  ผู้เป็นบุตรมีคาแห่งพงศ์พันธุ์อาสาฟ  นักร้อง  ดูแลการงานพระนิเวศของพระเจ้า  เพราะมีพระบัญชาจากพระราชาถึงเรื่องเขา  และมีของปันส่วนที่ได้ตกลงกันไว้สำหรับนักร้อง  ตามที่ต้องการทุกๆ วัน

 

ดนตรีถูกใช้อย่างกว้างขวางในช่วงสมัยของดาวิดเป็นต้นมา  พวกนักร้อง นักดนตรี ไม่เพียงถวายบทเพลงแด่พระเจ้าเท่านั้น  แต่ยังนำนมัสการด้วย  บทเพลงที่ใช้ในคริสตจักรไม่ใช่เพื่อสร้างความบันเทิง  ไม่ใช่สร้างบรรยากาศรื่นเริงในงานเลี้ยง  แต่เป็นการเตรียมคนที่จะรับพระคำของพระเจ้า  ดนตรีเตรียมไว้ให้คนรับคำเทศนาหรือพระคำของพระเจ้า  ในบรรยากาศการนมัสการ  เป็นการถักทอสายใยแห่งความรักด้วยกัน  เป็นการทำลายกำแพงขวางเรากับพระเจ้าลงมา  พระวิญญาณริสุทธ์ทรงช่วยเรา  ชโลมเรา  และเชื่อมเราไว้กับพระเจ้า  ชำระเราให้บริสุทธิ์  ดนตรีสามารถทลายกำแพงกั้นลง  ทำให้จิตใจของเรานุ่มลง


ดนตรีเตรียมใจของเราให้รับพระคำของพระเจ้า  2 พกษ.3 เป็นเรื่องราวของกษัตริย์เยโฮชาฟัท  กษัตริย์ของยูดาห์  พร้อมด้วยกษัตริย์ของอิสราเอล  และกษัตริย์ของเอโดม  ได้รวมตัวกันเพื่อขอการทรงนำ  และทิศทางจากพระ-เจ้า  พวกเขามาหาเอลีชา  เพื่อให้ช่วยทูลถามพระเจ้าในเรื่องคำแนะนำนั้น  เมื่อเอลีชาถูกขอร้องให้ช่วย  เพื่อแสวงหาถ้อยคำจากพระเจ้า  สิ่งแรกที่ท่านทำคือ  ท่านขอนักดนตรีจากพวกเขา  ขอเครื่องสายจากพวกเขา(2 พกษ.3:15 “ขอทรงนำผู้เล่นเครื่องสายมาให้ข้าพระบาทสักคนหนึ่ง"  และเมื่อผู้เล่นเครื่องสายบรรเลงแล้วฤทธานุภาพของพระเจ้าก็มาเหนือท่าน”) และเมื่อเครื่องสายได้ทำหน้าที่แล้วครู่หนึ่ง  พระคำของพระเจ้าก็ลงมา  เอลีชาไม่สามารถเผยพระวจนะได้จนกว่าจะได้เสียงดนตรีบรรเลงเพื่อพระเจ้า  เราได้เห็นความสำคัญของดนตรีที่นี้  ดนตรีเป็นการเตรียมช่องทางให้พระคำของพระเจ้าลงมา  พระคัมภีร์บอกว่า “เมื่อผู้เล่นเครื่องสายบรรเลงแล้ว  ฤทธานุภาพของพระเจ้าก็มาเหนือท่าน”


ดนตรีเป็นสิ่งที่พระเจ้าใช้ในยุคปัจจุบันของเราด้วย  ในชีวิตประจำวันของเรา  รวมทั้งการนมัสการของเราด้วย  พระคัมภีร์กล่าวว่า “จงร้องเพลงบทใหม่ถวายพระเจ้า  แผ่นดินโลกทั้งสิ้นจงร้องเพลงถวายพระเจ้า” สดด.96:1 “จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด  เป็นการดีที่จะร้องเพลงถวายสดุดีแด่พระเจ้าของเรา  เพราะพระองค์ทรงพระเมตตา  และบทเพลงถวายสรรเสริญก็เหมาะสม” (สดด.147:1) “ และอย่าเมาเหล้าองุ่นซึ่งจะทำให้เสียคน  แต่จงประกอบด้วยพระวิญญาณ  จงปราศรัยกันด้วยเพลงสดุดี  เพลงนมัสการ  และเพลงสรรเสริญ  คือร้องเพลงสรรเสริญและสดุดีจากใจของท่าน  ถวายองค์พระผู้เป็นเจ้า” (อฟ.5:18-19)


ในพระคัมภีร์สั่งให้เราร้องเพลงกว่า 200 ครั้ง  เกินกว่าที่เราจะนำมาร้อยเรียงไว้ในที่นี้ได้  แสดงว่าพระเจ้าประสงค์จะบอกอะไรเราบางอย่าง  บางทีอาจบอกว่า  พระองค์ทรงชอบดนตรี  และทรงให้ความสำคัญของดนตรีนี้เป็นสาเหตุว่า  ทำไมทรงกล่าวถึงดนตรีบ่อยๆ ก็ได้  พระองค์ทรงรักที่จะได้ยินบทเพลงแห่งความรักที่มีต่อพระองค์  บทเพลงสรรเสริญที่ออกมาจากปากของเราเป็นสิ่งที่พระองค์ปรารถนา  งานรับใช้ด้านดนตรีเป็นสิ่งที่จะถูกรื้อฟื้นขึ้น  จนกว่าจะเต็มศักยภาพ  คริสตจักรไม่ควรละเลยในการที่จะพัฒนาความสามารถในการถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าด้วยดนตรี


ดังที่เราทราบแล้วว่า  ลูซิเฟอร์เป็นนักดนตรีชั้นเลิศ  เขาเป็นเลิศในทางดนตรี  และเขาก็ใช้ดนตรีในการต่อต้านคริสตจักร  ต่อต้านความเชื่อในพระเจ้า  และพระเจ้าก็ทรงใช้นักร้อง  นักดนตรี  ที่มีการเจิมเข้าปะทะกับการต่อสู้นั้น  ดนตรีเป็นแผนการของพระเจ้าประการหนึ่งในโลก  ที่จะปฏิบูรณาการขึ้นใหม่ในยุคสุดท้าย (กจ.15:16 “ภายหลังเราจะกลับมา  และเราจะสร้างพลับพลาของดาวิดซึ่งพังลงแล้วขึ้นใหม่  ที่ร้างหักพังนั้นเราจะก่อขึ้นอีกและจะตั้งขึ้นใหม่”)


ไม่ต้องสงสัยเลยว่า  พระเจ้าทรงเห็นว่าดนตรีมีความสำคัญ  พระองค์ต้องการให้คริสตจักรยกศีรษะขึ้น  ใช้ดนตรีใช้เสียงเพลงในการต่อกรกับซาตานและโลกนี้  พวกเรากำลังรอคอยคริสตจักรที่เต็มไปด้วยเสียงสรรเสริญและนมัสการพระเจ้า  พวกเราต้องเป็นคริสตจักรแห่งการสรรเสริญนมัสการ  เพื่อประชาชาติต่อไปจะได้สรรเสริญพระเจ้า


ดด.102:18 “ขอบันทึกเรื่องนี้ไว้ให้ชาตพันธุ์ที่จะมีมา  เพื่อประชาชนที่ยังจะทรงสร้างมานั้นจะได้สรรเสริญrพระเจ้า” เราควรมีความยินดีที่เรารู้ว่าพระเจ้าทรงให้ความเข้าใจกับเราว่า  ดนตรีมีความสำคัญ  แม้ในพระคัมภีร์  หนังสือเพลงยังเป็นเล่มที่หนาที่สุด  ยาวที่สุด  คือพระธรรมสดุดี  ทำไม ?  ก็เพราะพระเจ้าทรงรักการร้องเพลง  ทรงรักดนตรี


ศฟย.3:17 พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าอยู่ท่ามกลางเจ้า  เป็นนักรบผู้ประทานความมีชัย  พระองค์ทรงเปรมปรีดิ์เพราะเจ้าด้วยความยินดี  พระองค์จะทรงรื้อฟื้นเจ้าใหม่ด้วยความรักของพระองค์พระองค์จะทรงเริงโลดเพราะเจ้าด้วยร้องเพลงเสียงดัง


ฮบ.2:12 ดังที่พระองค์ตรัสว่า  เราจะประกาศพระนามของพระองค์แก่พี่น้องของเรา  เราจะสรรเสริญพระองค์ในท่ามกลางชุมนุมชน


พระเยซูก็ทรงรักดนตรีด้วยแน่ พระองค์ทรงร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า เราควรจะเชื่อว่า พระเจ้าพระบิดา พระเยซูพระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงรักดนตรี เนื่องจากมีดนตรีบรรจุไว้ในพระคัมภีร์มากมาย ทั้งในพระคัมภีร์เดิมและพระคัมภีร์ใหม่ ถ้าดนตรีมีความสำคัญสำหรับพระเจ้า มันก็ต้องถูกให้ความสำคัญสำหรับเราด้วยไม่ใช่หรือ เพราะเราเป็นพระฉายาของพระองค์นั่นเอง เว้นเสียแต่ท่านไม่ใช่ของพระองค์