• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
หลักการนำนมัสการ PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - การพัฒนาการนำนมัสการ

การเป็นผู้นำนมัสการที่มีประสิทธิผล


การนำนมัสการเป็นงานรับใช้ประการหนึ่งที่ต้องใช้ทักษะแยกออกจากการเป็นนักดนตรี ศิษยาภิบาล ผู้ปกครอง นักร้อง ฯลฯ บ่อยครั้งที่พบว่าการเป็นผู้นำนมัสการนั้นมีงานยากกว่างานทุกงานทั้งหมด คือการที่จะต้องนำทั้งที่ประชุมที่อยู่ในสภาพที่แตกต่างกัน บางคนก็เจ็บป่วย บางคนก็เหน็ดเหนื่อย บาดเจ็บ เกียจคร้าน ดื้อรั้น ไม่สามารถรับการสอนได้ ฯลฯ ที่จะนำพวกเขาเข้าไปสู่การมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าเป็นส่วนตัว ตามสภาพของแต่ละคน  และของที่ประชุม งานนำนมัสการเป็นงานที่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นผู้นำของคริสตจักรในทุกระดับจะสามารถพัฒนาขึ้นได้ทุกคน  แต่เป็นบางคนเท่านั้น คนซึ่งจะนำนมัสการต้องเป็นผู้ที่มีทักษะและความเข้าใจในหลักการนมัสการดีเท่ากับการมีทักษะด้านดนตรีด้วยในเวลาเดียวกัน

หน้าที่ภาระกิจของผู้นำนมัสการ 3 ประการ

1.    นำทั้งที่ประชุมไปสู่การทรงสถิตของพระเจ้า

เพื่อทุกคนจะสรรเสริญและนมัสการพระองค์ และได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ในทุกครั้งที่เข้าไป

– พระเจ้าทรงมีพระประสงค์เจาะจงของแต่ละการประชุม

– พระองค์ประสงค์จะใช้เวลากับเรา และทรงมีบางสิ่งบางอย่างเจาะจงเพื่อจะเปิดเผยกับที่ประชุม เมื่อเราพบพระนามของพระองค์

สิ่งที่จำเป็น
-    คุณจำเป็นต้องเป็นนักนมัสการ หนทางที่ดีที่สุดที่จะนำผู้อื่นให้เข้าไปสู่การนมัสการคือ การนมัสการพระเจ้าด้วยตัวของคุณเอง
-    มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง
-    มีความรู้เรื่องพระเจ้า รู้จักพระองค์ และรู้จักการทรงสถิตของพระองค์
-    เข้าใจถึงการทรงสถิตของพระเจ้า
-    มีชีวิตที่มีท่าทีเป็นผู้รับใช้ในพระวรกาย
-    มีความรักและมีความรู้สึกร่วมกับที่ประชุม
-    มีชีวิตตรงต่อเวลา และมีระเบียบวินัย
-    เป็นผู้มีพระคำของพระเจ้า-มีความสดใหม่ในการสำแดงของพระองค์ในชีวิตอย่างสม่ำเสมอ (คส.3:16 “จงให้พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ในตัวท่านอย่างบริบูรณ์...”) (งานรับใช้ของคุณจะมีความลึกเท่าที่ความเข้าใจในพระคำของพระองค์ และความสามารถนำเอาพระคำไปใช้ในชีวิตประจำวันของคุณ) จงเป็นคนที่หิวกระหายพระคำของพระองค์ไม่จบสิ้น
-    เป็นผู้มีความเข้าใจ และมีการสำแดงส่วนตัวในเรื่องหลักการนมัสการตามรูปแบบพระ-คัมภีร์
-    เป็นผู้ที่พิสูจน์ตนเองได้อย่างดีในหลักธรรมเบื้องต้น (ฮบ.6:1-2 “1 เหตุฉะนั้นขอให้เราผ่านหลักธรรมเบื้องต้นแห่งคริสตศาสนา  ไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่  ไม่วางรากฐานซ้ำอีก  คือเรื่องการกลับใจจากการประพฤติที่นำไปสู่ความตาย  เรื่องความเชื่อในพระเจ้า 2 และคำสอนว่าด้วยพิธีล้างชำระ  และพิธีวางมือ  และการเป็นขึ้นมาจากตาย  และการพิพากษาลงโทษเป็นนิตย์นั้น”)
-    การนมัสการเป็นส่วนที่มีความสำคัญของชีวิต และเป็นผู้รับใช้ในคริสตจักรท้องถิ่น และพบเขาเสมอ ไม่ใช่เฉพาะในวันอาทิตย์เท่านั้น
-    รู้ว่าพระเจ้ากำลังพูดอะไรกับคริสตจักรของคุณ กับเมืองและชนชาติของคุณ และเป็นผู้ร่วมนิมิตกับศิษยาภิบาลของคุณ  ช่วยเขาให้ไปถึงเป้าหมายเหล่านั้น

 

2.    ทำงานร่วมและปกคลุมนักร้องนักดนตรี

– ในงานรับใช้พระเจ้ากับพวกเขา และรับใช้ที่ประชุมร่วมกับพวกเขา

สิ่งที่จำเป็น
-    มีใจรักบรรดานักร้องและนักดนตรี  และเข้าใจในงานรับใช้ของพวกเขา
-    มีทักษะในการใช้ดนตรีในการนมัสการ
-    มีความเข้าใจ และมีความสามารถในทักษะเบื้องต้นของดนตรี  เช่น
•    ร้องเพลงถูกคีย์
•    สามารถเริ่มต้นเพลงได้เมื่อเข้า Introduction
•    สามารถรู้ว่าเพลงที่ใช้  คีย์สูงหรือต่ำเกินไปหรือไม่  และรู้ว่าจะแก้ไขได้อย่างไร
•    พัฒนาทฤษฎีดนตรี ไม่เป็นผู้ที่มีความจำกัด และไม่สามารถพัฒนาได้ จงรู้ว่าความรู้ในทฤษฎีดนตรีไม่ยากที่จะเรียนรู้  และมันเป็นประโยชน์  สามารถช่วยคุณได้

 

3.    เตรียมใจที่ประชุมสำหรับพระคำของพระเจ้าในการเทศนา

สิ่งที่จำเป็น
-    ไม่ต่อสู้กับผู้นำคริสตจักร
-    เข้าใจถึงทิศทางที่พระเจ้าให้กับคริสตจักร - ทุกคริสตจักรพระเจ้าทรงกำหนดไว้แล้วอย่างเจาะจง และจงเป็นคนที่สมาชิกมีความชื่นชมเป็นพิเศษ – เป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ เพื่อจะผนวกคนให้เคลื่อนไปในพระเจ้า หลายครั้งพระเจ้าทรงนำที่ประชุมไปในทิศทางที่แตกต่างเจาะจง บางครั้งก็ย้ำเตือนด้วยลักษณะชีวิตบางอย่าง เราต้องพาคนไปในวิถีทางที่พระเจ้าทรงประสงค์
-    จงเป็นคนที่ยอมอยู่ในสิทธิอำนาจของศิษยาภิบาล แม้เขามีทักษะในทางดนตรีน้อยกว่าคุณก็ตาม

เตรียมชีวิตก่อนการนำนมัสการ

1.    ชำระตนเอง

1พศด.15:14 แล้วปุโรหิตและคนเลวีจึงได้ชำระตัวของเขา เพื่อจะเชิญหีบของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอลขึ้นมา
2พศด.29:14-15 14 และพงศ์พันธุ์ของเฮมานมีเยฮูเอลและชิเมอี  และพงศ์พันธุ์ของเยดูธูนมีเชไมอาห์และอุสซีเอล 15 เขาทั้งหลายรวบรวมพี่น้องของเขา  และชำระตนให้บริสุทธิ์  และเข้าไปตามที่พระราชาได้ทรงบัญชาโดยพระวจนะของพระเจ้า  ให้ชำระพระนิเวศของพระเจ้าให้บริสุทธิ์
นหม.12:30  บรรดาปุโรหิตและคนเลวีได้ชำระตนให้บริสุทธิ์  และเขาทั้งหลายได้ชำระประชาชน  และประตูเมืองกับ
กำแพงให้บริสุทธิ์
กท.5:25  ถ้าเรามีชีวิตอยู่โดยพระวิญญาณก็จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณด้วย
1คร.6:11  แต่ก่อนมีบางคนในพวกท่านเป็นคนอย่างนั้น  แต่ท่านได้รับการชำระแล้วได้รับการทำให้บริสุทธิ์แล้ว  ได้รับการทำให้เป็นผู้ชอบธรรมในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า  และพระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเรา
-  ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ไม่ใช่ของเก่าที่เรานำมาใช้ไม่ได้ในทุกวันนี้ เราจำเป็นต้องกลับใจใหม่ทุกวัน เรา
จำต้องมีชีวิตที่สะอาดต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า
-  อย่ารอคอยให้พระเจ้าชำระคุณ  แต่จงชำระตนเอง

2.    รอคอยพระเจ้า / พร้อมจะรับใช้

1พศด.6:32  เขาทั้งหลายทำการปรนนิบัติด้วยเพลง  ข้างหน้าพลับพลาเต็นท์นัดพบ  จนซาโลมอนได้ทรงสร้างพระนิเวศของพระเจ้าในเยรูซาเล็ม  และเขาได้ปฏิบัติหน้าที่ของเขาตามตำแหน่ง
2พศด.7:6 บรรดาปุโรหิตก็ยืนประจำตำแหน่งของตน  ทั้งคนเลวีด้วยพร้อมกับเครื่องดนตรีถวายแด่พระเจ้า  ซึ่งกษัตริย์ดาวิดได้ทรงกระทำเพื่อถวายโมทนาแด่พระเจ้า เมื่อดาวิดได้ถวายสาธุการด้วยฝีมือของเขาทั้งหลาย  (เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์)  และปุโรหิตก็เป่าแตรข้างหน้าเขา  และอิสราเอลทั้งปวงยืนอยู่
2พศด.35:15-16 15 บรรดานักร้องซึ่งเป็นบุตรหลานของอาสาฟ  อยู่ประจำที่ของตนตามบัญชาของดาวิด  อาสาฟ  และเฮมาน กับเยดูธูน ผู้ทำนายของพระราชา และคนเฝ้าประตูก็อยู่ประจำทุกประตู เขาไม่จำเป็นละงานหน้าที่ของเขา  เพราะคนเลวีพี่น้องของเขาได้เตรียมไว้ให้เขา 16 เขาจึงเตรียมการปรนนิบัติพระเจ้าในวันเดียวนั้นเอง เพื่อจะถือเทศกาลปัสกา  และถวายเครื่องเผาบูชาบนแท่นบูชาของพระเจ้า  ตามพระบัญชาของกษัตริย์โยสิยาห์
รม.12:7   ถ้าเป็นการปรนนิบัติก็จงปรนนิบัติ  ถ้าเป็นการสั่งสอนก็จงสั่งสอน
-    เนื่องจากพระเจ้ามีพระประสงค์เจาะจงสำหรับทุกการประชุมนมัสการ เราจำเป็นต้องแสวงหาพระองค์ พระองค์ไม่ปิดบังไว้สำหรับเรา แต่จะสำแดงแก่เราในเวลาของพระองค์ นักเทศน์ก็รู้ว่าเขาจะพูดอะไร เช่นกันผู้นำนมัสการก็ต้องรู้ว่าทิศทางใดที่เขาจะเคลื่อนไปในการนมัสการ ตามที่พระเจ้าประสงค์จะให้ไป (ไม่ได้หมายความว่า เราจำเป็นต้องรู้อย่างครบถ้วน และไม่จำเป็นต้องแสวงหาสิ่งใด)

3.    ร่วมในการฝึกซ้อมกับนักดนตรี

บ่อยครั้งที่ผู้นำนมัสการเป็นผู้นำท่านอื่นๆ ในคริสตจักรที่ไม่ได้อยู่ในทีมนมัสการ และมักจะยุ่งมากจนมีเวลาน้อยมากที่จะร่วมฝึกซ้อมกับนักดนตรี ความผิดพลาดก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากจะไม่สามารถไหลไปด้วยกันกับนักดนตรีได้ อาจเกี่ยวข้องกับสไตล์ที่แตกต่างกัน และอาจเป็นได้ที่การเคลื่อนไปข้างหน้าจะมีปัญหา ถ้าคริสตจักรของคุณให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวในพระวิญญาณในระหว่างการนมัสการ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการฝึกซ้อม ปัญหาหลายอย่างในคริสตจักรที่กำลังแสวงหาการพัฒนาการนมัสการ มาจากการขาดการสื่อสารทั้งในส่วนของฝ่ายวิญญาณ และทักษะดนตรี


จุดสำคัญในภาคปฏิบัติเมื่อนำนมัสการ

1.    กำหนดวาระต่างๆ กับนักดนตรีอย่างชัดเจน

-    อย่าว่ากล่าว  ตำหนินักดนตรีต่อหน้าที่ประชุม
-    ฝึกซ้อมกับนักดนตรี
-    ใช้สัญญาณมือที่ชัดเจน
-    ให้ลำดับเพลงทั้งหมดที่จะใช้กับนักดนตรีทุกชิ้นก่อนการนำนมัสการ
-    รู้จักนักดนตรีแต่ละคน รู้ขีดความสามารถของเขา และรู้ว่าจะทำงานร่วมกับเขาอย่างดีที่สุดได้อย่างไร

2.    อย่าใช้เวลาในการพูดมากเกินไป

- หนุนใจคนเป็นครั้งคราวขณะกำลังนมัสการ (อย่าคิดว่าทุกคนจะสามารถรู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นในที่ประชุม)  สิ่งนี้ต้องทำอย่างระมัดระวังอย่าใช้เวลามากเกินไป
-   คุณสามารถทำลายความต่อเนื่องของการนมัสการด้วยการพูดมากนั้นเอง
-   หนุนใจให้ตรงประเด็น  และไม่ออกนอกพระคัมภีร์
-   สอนและตักเตือนอย่างสุภาพ
-   อย่านำการพิพากษาลงมา สิ่งนี้เป็นงานของศิษยาภิบาล
-   อย่าทำหน้าที่ของผู้เลี้ยงแทนขณะที่เขาก็กำลังทำหน้าที่นี้อยู่
-   พูดทุกอย่างชี้ไปที่พระเจ้าไม่ใช่ตัวคุณเอง

3.    เลือกเพลงอย่างระมัดระวัง

-     ในเวลาที่กำหนดให้ นำการนมัสการให้ก้าวสูงขึ้นไป จนถึงสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้
-     ใช้เพลงให้ก้าวสูงไปสู่หัวข้อที่เป็นเป้าหมาย อย่ากลับไปกลับมา และเปลี่ยนจังหวะ ด้วยจังหวะที่ช้า-เร็ว, ช้า-เร็ว จงเริ่มต้นจากเร็วไปช้า เริ่มจากเพลงชื่นชม เพลงจังหวะสงครามไปสู่เพลงยกย่องสรรเสริญ
-       เลือกเพลงให้มากกว่าความจำเป็น  เตรียมไว้มากดีกว่าไม่เพียงพอ
-       เพลงเดียวหรือสองเพลงอาจเป็น “หัวใจหลัก” สำหรับการประชุมนมัสการนั้นๆ - อย่ากลัวที่จะร้องเพลงอย่างนี้นานกว่าที่เตรียมไว้-แต่ละครั้งที่ร้องอาจทำให้การนมัสการสูงขึ้นเกินความคาดหมาย
-     ยอมให้พระเจ้าเคลื่อน เปลี่ยนแปลง แม้ว่าคุณไม่สามารถจะทำทุกสิ่งที่ได้เตรียมมาอย่างครบถ้วน

4.    รู้จักเพลงของคุณอย่างดี

-       อย่าใช้เพลงที่คุณไม่คุ้นเคยหรือร้องไม่ได้
-    อย่าสอนเพลงใหม่กับที่ประชุมในบรรยากาศนมัสการ (ถ้าจำเป็นต้องสอนก็ควรสอนอย่างถูกต้อง  หยุดถ้าไม่ถูกต้อง  และเคลื่อนต่อไป)
-     จงหาเพลงใหม่ๆ มาให้กับที่ประชุมเสมอ เพลงที่นำมาควรเป็นเพลงที่มีความจริงของพระเจ้า ที่พระเจ้ากำลังรื้อฟื้นขึ้นในยุคสุดท้าย เป็นความจริงซึ่งพระเจ้าอยากจะเน้นใน
ช่วงเวลานี้

5.    แสดงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งออกมา

-       คุณต้องเป็นคนนำ - อย่าให้ที่ประชุมนำ  หรือนักร้องนำแทนคุณ
-       สิ่งที่ดีที่สุดในการนำคือเสียงของคุณ- อย่ากลัวโน้ตตัวแรก- มันมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด
-     ที่ประชุมจะขาดความมั่นใจ และไม่สามารถจะตามผู้นำที่อ่อนแอได้ – จงนำด้วยใบหน้าและท่าทางของคุณ
-       คุณควรร้องเสียงหลักของทำนอง  ดีกว่าร้องเสียงประสาน
-       จงมีสีหน้าที่ไร้ความกังวล – ยิ้ม – ไม่เสแสร้ง – มีสีหน้าเหมาะสม
-     จงนำที่ประชุมไปหาพระเจ้า  ไม่ใช่ตนเอง

6.    จงไวต่อการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณ  และในเวลาของพระองค์

-    จงใช้เวลาในการสร้างความเชื่อและความมั่นใจพระเจ้า  ให้กับที่ประชุม
-     สร้างบรรยากาศการสรรเสริญและการโมทนาพระคุณก่อน ที่จะพาไปสู่ย่านของการนมัสการ
-    ถ้าคุณรู้สึกว่าจำเป็นต้องใช้เพลงใดเพลงหนึ่งอย่างเจาะจง จงร้องเพลงนั้นหลายๆ เที่ยวตามความจำเป็น  เพื่อที่ประชุมจะสามารถจับเนื้อหาบทเพลงนั้นได้
-     รู้ว่าเวลาใดเป็นเวลาที่ที่ประชุมจะฟังเสียงของพระเจ้า – มีความรู้เรื่องการใช้ของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ในที่ประชุมนมัสการ
-    คุณอาจต้องหนุนใจให้นักร้อง นักดนตรี มีบทเพลงจากใจถวายพระเจ้า
1 พศด.25:2  “จากพงศ์พันธุ์ของอาสาฟ  คือศักเกอร์  โยเซฟ  เนธานิยาห์  และอาชาเรลาห์  บุตรหลานของอาสาฟ  ภายใต้การนำของอาสาฟ  ผู้เผยพระวจนะภายใต้การทรงนำของพระราชา”
-    อย่ากลัวความเงียบ – อาจเป็นกระแสคลื่นการนมัสการได้
-    เชื่อฟังคำเผยพระวจนะ – อาจจำเป็นต้องพาไปสู่บรรยากาศการเยียวยารักษา ความผูกพัน ฯลฯ
-    ส่งสายตากับศิษยาภิบาลตลอด – เขาจะรู้ว่าควรทำอะไร
-    รู้ว่าควรหยุดเมื่อไร อย่าไปไกลกว่าสิ่งที่คุณจะไป นอกเสียจากคุณได้รับคำสั่งจากศิษยาภิบาลของคุณ
-    อย่าทำให้ที่ประชุมล้าด้วยการมี  จุดสูงสุดหลายๆ จุด
-    จงไวต่อจุดสูงสุดของการนมัสการ และรู้ว่าจะรักษาไว้นานเท่าใด จุดนี้มีความสำคัญ หลังจากใช้เวลากับการอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าแล้ว พระองค์อาจปรารถนาให้ที่ประ-
ชุมเข้าไปสู่บรรยากาศเฉลิมฉลอง หรือบรรยากาศชื่นชมยินดี จงเปิดทางให้พระเจ้าเคลื่อนไหว อย่าจับพระองค์ไว้ในกล่องความคิดของคุณ จงให้พระองค์ทำการ พระองค์เท่านั้นที่
สามารถนำที่ประชุมไปในทางใดก็ได้

7.    ความสำคัญด้านอื่นๆ ทั่วไป

-    ระมัดระวังเรื่องการปรบมือ, การชูมือ และการแสดงออกด้านอื่นๆ – มันอาจทำโดยไม่มีความหมายใดๆ ก็ได้
-    หนุนใจให้ที่ประชุมยืนขึ้น ดังปุโรหิตกระทำเพื่อให้เกียรติพระเจ้า นอกเสียจากว่า เขาแก่เกินไป หรือเจ็บป่วย
-    ไม่จำเป็นต้องควบคุมเวลาอย่างเคร่งครัด
-    จุดที่ตั้ง PA, ที่นั่ง, เจ้าหน้าที่ต้อนรับ, ระบบทำความเย็น, แสงสว่าง, ระบบระบายอากาศ และการดูแลเด็กๆ มีความสำคัญมาก  ต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสม สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจเป็นอุปสรรคทำให้คนไม่สามารถมีสมาธิ หรือมีส่วนร่วมในการนมัสการอย่างดีได้  ถ้ามันมีปัญหา