|
|
การเป็นผู้นำนมัสการที่มีประสิทธิผล
|
การนำนมัสการเป็นงานรับใช้ประการหนึ่งที่ต้องใช้ทักษะแยกออกจากการเป็นนักดนตรี ศิษยาภิบาล ผู้ปกครอง นักร้อง ฯลฯ บ่อยครั้งที่พบว่าการเป็นผู้นำนมัสการนั้นมีงานยากกว่างานทุกงานทั้งหมด คือการที่จะต้องนำทั้งที่ประชุมที่อยู่ในสภาพที่แตกต่างกัน บางคนก็เจ็บป่วย บางคนก็เหน็ดเหนื่อย บาดเจ็บ เกียจคร้าน ดื้อรั้น ไม่สามารถรับการสอนได้ ฯลฯ ที่จะนำพวกเขาเข้าไปสู่การมีความสัมพันธ์กับพระเจ้าเป็นส่วนตัว ตามสภาพของแต่ละคน และของที่ประชุม งานนำนมัสการเป็นงานที่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นผู้นำของคริสตจักรในทุกระดับจะสามารถพัฒนาขึ้นได้ทุกคน แต่เป็นบางคนเท่านั้น คนซึ่งจะนำนมัสการต้องเป็นผู้ที่มีทักษะและความเข้าใจในหลักการนมัสการดีเท่ากับการมีทักษะด้านดนตรีด้วยในเวลาเดียวกัน
หน้าที่ภาระกิจของผู้นำนมัสการ 3 ประการ
1. นำทั้งที่ประชุมไปสู่การทรงสถิตของพระเจ้า
เพื่อทุกคนจะสรรเสริญและนมัสการพระองค์ และได้ยินพระสุรเสียงของพระองค์ในทุกครั้งที่เข้าไป
– พระเจ้าทรงมีพระประสงค์เจาะจงของแต่ละการประชุม
– พระองค์ประสงค์จะใช้เวลากับเรา และทรงมีบางสิ่งบางอย่างเจาะจงเพื่อจะเปิดเผยกับที่ประชุม เมื่อเราพบพระนามของพระองค์
สิ่งที่จำเป็น - คุณจำเป็นต้องเป็นนักนมัสการ หนทางที่ดีที่สุดที่จะนำผู้อื่นให้เข้าไปสู่การนมัสการคือ การนมัสการพระเจ้าด้วยตัวของคุณเอง - มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง - มีความรู้เรื่องพระเจ้า รู้จักพระองค์ และรู้จักการทรงสถิตของพระองค์ - เข้าใจถึงการทรงสถิตของพระเจ้า - มีชีวิตที่มีท่าทีเป็นผู้รับใช้ในพระวรกาย - มีความรักและมีความรู้สึกร่วมกับที่ประชุม - มีชีวิตตรงต่อเวลา และมีระเบียบวินัย - เป็นผู้มีพระคำของพระเจ้า-มีความสดใหม่ในการสำแดงของพระองค์ในชีวิตอย่างสม่ำเสมอ (คส.3:16 “จงให้พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ในตัวท่านอย่างบริบูรณ์...”) (งานรับใช้ของคุณจะมีความลึกเท่าที่ความเข้าใจในพระคำของพระองค์ และความสามารถนำเอาพระคำไปใช้ในชีวิตประจำวันของคุณ) จงเป็นคนที่หิวกระหายพระคำของพระองค์ไม่จบสิ้น - เป็นผู้มีความเข้าใจ และมีการสำแดงส่วนตัวในเรื่องหลักการนมัสการตามรูปแบบพระ-คัมภีร์ - เป็นผู้ที่พิสูจน์ตนเองได้อย่างดีในหลักธรรมเบื้องต้น (ฮบ.6:1-2 “1 เหตุฉะนั้นขอให้เราผ่านหลักธรรมเบื้องต้นแห่งคริสตศาสนา ไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ไม่วางรากฐานซ้ำอีก คือเรื่องการกลับใจจากการประพฤติที่นำไปสู่ความตาย เรื่องความเชื่อในพระเจ้า 2 และคำสอนว่าด้วยพิธีล้างชำระ และพิธีวางมือ และการเป็นขึ้นมาจากตาย และการพิพากษาลงโทษเป็นนิตย์นั้น”) - การนมัสการเป็นส่วนที่มีความสำคัญของชีวิต และเป็นผู้รับใช้ในคริสตจักรท้องถิ่น และพบเขาเสมอ ไม่ใช่เฉพาะในวันอาทิตย์เท่านั้น - รู้ว่าพระเจ้ากำลังพูดอะไรกับคริสตจักรของคุณ กับเมืองและชนชาติของคุณ และเป็นผู้ร่วมนิมิตกับศิษยาภิบาลของคุณ ช่วยเขาให้ไปถึงเป้าหมายเหล่านั้น
2. ทำงานร่วมและปกคลุมนักร้องนักดนตรี
– ในงานรับใช้พระเจ้ากับพวกเขา และรับใช้ที่ประชุมร่วมกับพวกเขา
สิ่งที่จำเป็น - มีใจรักบรรดานักร้องและนักดนตรี และเข้าใจในงานรับใช้ของพวกเขา - มีทักษะในการใช้ดนตรีในการนมัสการ - มีความเข้าใจ และมีความสามารถในทักษะเบื้องต้นของดนตรี เช่น • ร้องเพลงถูกคีย์ • สามารถเริ่มต้นเพลงได้เมื่อเข้า Introduction • สามารถรู้ว่าเพลงที่ใช้ คีย์สูงหรือต่ำเกินไปหรือไม่ และรู้ว่าจะแก้ไขได้อย่างไร • พัฒนาทฤษฎีดนตรี ไม่เป็นผู้ที่มีความจำกัด และไม่สามารถพัฒนาได้ จงรู้ว่าความรู้ในทฤษฎีดนตรีไม่ยากที่จะเรียนรู้ และมันเป็นประโยชน์ สามารถช่วยคุณได้
3. เตรียมใจที่ประชุมสำหรับพระคำของพระเจ้าในการเทศนา
สิ่งที่จำเป็น - ไม่ต่อสู้กับผู้นำคริสตจักร - เข้าใจถึงทิศทางที่พระเจ้าให้กับคริสตจักร - ทุกคริสตจักรพระเจ้าทรงกำหนดไว้แล้วอย่างเจาะจง และจงเป็นคนที่สมาชิกมีความชื่นชมเป็นพิเศษ – เป็นสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ เพื่อจะผนวกคนให้เคลื่อนไปในพระเจ้า หลายครั้งพระเจ้าทรงนำที่ประชุมไปในทิศทางที่แตกต่างเจาะจง บางครั้งก็ย้ำเตือนด้วยลักษณะชีวิตบางอย่าง เราต้องพาคนไปในวิถีทางที่พระเจ้าทรงประสงค์ - จงเป็นคนที่ยอมอยู่ในสิทธิอำนาจของศิษยาภิบาล แม้เขามีทักษะในทางดนตรีน้อยกว่าคุณก็ตาม
เตรียมชีวิตก่อนการนำนมัสการ
1. ชำระตนเอง
1พศด.15:14 แล้วปุโรหิตและคนเลวีจึงได้ชำระตัวของเขา เพื่อจะเชิญหีบของพระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอลขึ้นมา 2พศด.29:14-15 14 และพงศ์พันธุ์ของเฮมานมีเยฮูเอลและชิเมอี และพงศ์พันธุ์ของเยดูธูนมีเชไมอาห์และอุสซีเอล 15 เขาทั้งหลายรวบรวมพี่น้องของเขา และชำระตนให้บริสุทธิ์ และเข้าไปตามที่พระราชาได้ทรงบัญชาโดยพระวจนะของพระเจ้า ให้ชำระพระนิเวศของพระเจ้าให้บริสุทธิ์ นหม.12:30 บรรดาปุโรหิตและคนเลวีได้ชำระตนให้บริสุทธิ์ และเขาทั้งหลายได้ชำระประชาชน และประตูเมืองกับ กำแพงให้บริสุทธิ์ กท.5:25 ถ้าเรามีชีวิตอยู่โดยพระวิญญาณก็จงดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณด้วย 1คร.6:11 แต่ก่อนมีบางคนในพวกท่านเป็นคนอย่างนั้น แต่ท่านได้รับการชำระแล้วได้รับการทำให้บริสุทธิ์แล้ว ได้รับการทำให้เป็นผู้ชอบธรรมในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า และพระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเรา - ข้อพระคัมภีร์เหล่านี้ไม่ใช่ของเก่าที่เรานำมาใช้ไม่ได้ในทุกวันนี้ เราจำเป็นต้องกลับใจใหม่ทุกวัน เรา จำต้องมีชีวิตที่สะอาดต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า - อย่ารอคอยให้พระเจ้าชำระคุณ แต่จงชำระตนเอง
2. รอคอยพระเจ้า / พร้อมจะรับใช้
1พศด.6:32 เขาทั้งหลายทำการปรนนิบัติด้วยเพลง ข้างหน้าพลับพลาเต็นท์นัดพบ จนซาโลมอนได้ทรงสร้างพระนิเวศของพระเจ้าในเยรูซาเล็ม และเขาได้ปฏิบัติหน้าที่ของเขาตามตำแหน่ง 2พศด.7:6 บรรดาปุโรหิตก็ยืนประจำตำแหน่งของตน ทั้งคนเลวีด้วยพร้อมกับเครื่องดนตรีถวายแด่พระเจ้า ซึ่งกษัตริย์ดาวิดได้ทรงกระทำเพื่อถวายโมทนาแด่พระเจ้า เมื่อดาวิดได้ถวายสาธุการด้วยฝีมือของเขาทั้งหลาย (เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์) และปุโรหิตก็เป่าแตรข้างหน้าเขา และอิสราเอลทั้งปวงยืนอยู่ 2พศด.35:15-16 15 บรรดานักร้องซึ่งเป็นบุตรหลานของอาสาฟ อยู่ประจำที่ของตนตามบัญชาของดาวิด อาสาฟ และเฮมาน กับเยดูธูน ผู้ทำนายของพระราชา และคนเฝ้าประตูก็อยู่ประจำทุกประตู เขาไม่จำเป็นละงานหน้าที่ของเขา เพราะคนเลวีพี่น้องของเขาได้เตรียมไว้ให้เขา 16 เขาจึงเตรียมการปรนนิบัติพระเจ้าในวันเดียวนั้นเอง เพื่อจะถือเทศกาลปัสกา และถวายเครื่องเผาบูชาบนแท่นบูชาของพระเจ้า ตามพระบัญชาของกษัตริย์โยสิยาห์ รม.12:7 ถ้าเป็นการปรนนิบัติก็จงปรนนิบัติ ถ้าเป็นการสั่งสอนก็จงสั่งสอน - เนื่องจากพระเจ้ามีพระประสงค์เจาะจงสำหรับทุกการประชุมนมัสการ เราจำเป็นต้องแสวงหาพระองค์ พระองค์ไม่ปิดบังไว้สำหรับเรา แต่จะสำแดงแก่เราในเวลาของพระองค์ นักเทศน์ก็รู้ว่าเขาจะพูดอะไร เช่นกันผู้นำนมัสการก็ต้องรู้ว่าทิศทางใดที่เขาจะเคลื่อนไปในการนมัสการ ตามที่พระเจ้าประสงค์จะให้ไป (ไม่ได้หมายความว่า เราจำเป็นต้องรู้อย่างครบถ้วน และไม่จำเป็นต้องแสวงหาสิ่งใด)
3. ร่วมในการฝึกซ้อมกับนักดนตรี
บ่อยครั้งที่ผู้นำนมัสการเป็นผู้นำท่านอื่นๆ ในคริสตจักรที่ไม่ได้อยู่ในทีมนมัสการ และมักจะยุ่งมากจนมีเวลาน้อยมากที่จะร่วมฝึกซ้อมกับนักดนตรี ความผิดพลาดก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เนื่องจากจะไม่สามารถไหลไปด้วยกันกับนักดนตรีได้ อาจเกี่ยวข้องกับสไตล์ที่แตกต่างกัน และอาจเป็นได้ที่การเคลื่อนไปข้างหน้าจะมีปัญหา ถ้าคริสตจักรของคุณให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวในพระวิญญาณในระหว่างการนมัสการ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการฝึกซ้อม ปัญหาหลายอย่างในคริสตจักรที่กำลังแสวงหาการพัฒนาการนมัสการ มาจากการขาดการสื่อสารทั้งในส่วนของฝ่ายวิญญาณ และทักษะดนตรี
จุดสำคัญในภาคปฏิบัติเมื่อนำนมัสการ
1. กำหนดวาระต่างๆ กับนักดนตรีอย่างชัดเจน
- อย่าว่ากล่าว ตำหนินักดนตรีต่อหน้าที่ประชุม - ฝึกซ้อมกับนักดนตรี - ใช้สัญญาณมือที่ชัดเจน - ให้ลำดับเพลงทั้งหมดที่จะใช้กับนักดนตรีทุกชิ้นก่อนการนำนมัสการ - รู้จักนักดนตรีแต่ละคน รู้ขีดความสามารถของเขา และรู้ว่าจะทำงานร่วมกับเขาอย่างดีที่สุดได้อย่างไร
2. อย่าใช้เวลาในการพูดมากเกินไป
- หนุนใจคนเป็นครั้งคราวขณะกำลังนมัสการ (อย่าคิดว่าทุกคนจะสามารถรู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นในที่ประชุม) สิ่งนี้ต้องทำอย่างระมัดระวังอย่าใช้เวลามากเกินไป - คุณสามารถทำลายความต่อเนื่องของการนมัสการด้วยการพูดมากนั้นเอง - หนุนใจให้ตรงประเด็น และไม่ออกนอกพระคัมภีร์ - สอนและตักเตือนอย่างสุภาพ - อย่านำการพิพากษาลงมา สิ่งนี้เป็นงานของศิษยาภิบาล - อย่าทำหน้าที่ของผู้เลี้ยงแทนขณะที่เขาก็กำลังทำหน้าที่นี้อยู่ - พูดทุกอย่างชี้ไปที่พระเจ้าไม่ใช่ตัวคุณเอง
3. เลือกเพลงอย่างระมัดระวัง
- ในเวลาที่กำหนดให้ นำการนมัสการให้ก้าวสูงขึ้นไป จนถึงสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ - ใช้เพลงให้ก้าวสูงไปสู่หัวข้อที่เป็นเป้าหมาย อย่ากลับไปกลับมา และเปลี่ยนจังหวะ ด้วยจังหวะที่ช้า-เร็ว, ช้า-เร็ว จงเริ่มต้นจากเร็วไปช้า เริ่มจากเพลงชื่นชม เพลงจังหวะสงครามไปสู่เพลงยกย่องสรรเสริญ - เลือกเพลงให้มากกว่าความจำเป็น เตรียมไว้มากดีกว่าไม่เพียงพอ - เพลงเดียวหรือสองเพลงอาจเป็น “หัวใจหลัก” สำหรับการประชุมนมัสการนั้นๆ - อย่ากลัวที่จะร้องเพลงอย่างนี้นานกว่าที่เตรียมไว้-แต่ละครั้งที่ร้องอาจทำให้การนมัสการสูงขึ้นเกินความคาดหมาย - ยอมให้พระเจ้าเคลื่อน เปลี่ยนแปลง แม้ว่าคุณไม่สามารถจะทำทุกสิ่งที่ได้เตรียมมาอย่างครบถ้วน
4. รู้จักเพลงของคุณอย่างดี
- อย่าใช้เพลงที่คุณไม่คุ้นเคยหรือร้องไม่ได้ - อย่าสอนเพลงใหม่กับที่ประชุมในบรรยากาศนมัสการ (ถ้าจำเป็นต้องสอนก็ควรสอนอย่างถูกต้อง หยุดถ้าไม่ถูกต้อง และเคลื่อนต่อไป) - จงหาเพลงใหม่ๆ มาให้กับที่ประชุมเสมอ เพลงที่นำมาควรเป็นเพลงที่มีความจริงของพระเจ้า ที่พระเจ้ากำลังรื้อฟื้นขึ้นในยุคสุดท้าย เป็นความจริงซึ่งพระเจ้าอยากจะเน้นใน ช่วงเวลานี้
5. แสดงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งออกมา
- คุณต้องเป็นคนนำ - อย่าให้ที่ประชุมนำ หรือนักร้องนำแทนคุณ - สิ่งที่ดีที่สุดในการนำคือเสียงของคุณ- อย่ากลัวโน้ตตัวแรก- มันมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด - ที่ประชุมจะขาดความมั่นใจ และไม่สามารถจะตามผู้นำที่อ่อนแอได้ – จงนำด้วยใบหน้าและท่าทางของคุณ - คุณควรร้องเสียงหลักของทำนอง ดีกว่าร้องเสียงประสาน - จงมีสีหน้าที่ไร้ความกังวล – ยิ้ม – ไม่เสแสร้ง – มีสีหน้าเหมาะสม - จงนำที่ประชุมไปหาพระเจ้า ไม่ใช่ตนเอง
6. จงไวต่อการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณ และในเวลาของพระองค์
- จงใช้เวลาในการสร้างความเชื่อและความมั่นใจพระเจ้า ให้กับที่ประชุม - สร้างบรรยากาศการสรรเสริญและการโมทนาพระคุณก่อน ที่จะพาไปสู่ย่านของการนมัสการ - ถ้าคุณรู้สึกว่าจำเป็นต้องใช้เพลงใดเพลงหนึ่งอย่างเจาะจง จงร้องเพลงนั้นหลายๆ เที่ยวตามความจำเป็น เพื่อที่ประชุมจะสามารถจับเนื้อหาบทเพลงนั้นได้ - รู้ว่าเวลาใดเป็นเวลาที่ที่ประชุมจะฟังเสียงของพระเจ้า – มีความรู้เรื่องการใช้ของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ในที่ประชุมนมัสการ - คุณอาจต้องหนุนใจให้นักร้อง นักดนตรี มีบทเพลงจากใจถวายพระเจ้า 1 พศด.25:2 “จากพงศ์พันธุ์ของอาสาฟ คือศักเกอร์ โยเซฟ เนธานิยาห์ และอาชาเรลาห์ บุตรหลานของอาสาฟ ภายใต้การนำของอาสาฟ ผู้เผยพระวจนะภายใต้การทรงนำของพระราชา” - อย่ากลัวความเงียบ – อาจเป็นกระแสคลื่นการนมัสการได้ - เชื่อฟังคำเผยพระวจนะ – อาจจำเป็นต้องพาไปสู่บรรยากาศการเยียวยารักษา ความผูกพัน ฯลฯ - ส่งสายตากับศิษยาภิบาลตลอด – เขาจะรู้ว่าควรทำอะไร - รู้ว่าควรหยุดเมื่อไร อย่าไปไกลกว่าสิ่งที่คุณจะไป นอกเสียจากคุณได้รับคำสั่งจากศิษยาภิบาลของคุณ - อย่าทำให้ที่ประชุมล้าด้วยการมี จุดสูงสุดหลายๆ จุด - จงไวต่อจุดสูงสุดของการนมัสการ และรู้ว่าจะรักษาไว้นานเท่าใด จุดนี้มีความสำคัญ หลังจากใช้เวลากับการอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าแล้ว พระองค์อาจปรารถนาให้ที่ประ- ชุมเข้าไปสู่บรรยากาศเฉลิมฉลอง หรือบรรยากาศชื่นชมยินดี จงเปิดทางให้พระเจ้าเคลื่อนไหว อย่าจับพระองค์ไว้ในกล่องความคิดของคุณ จงให้พระองค์ทำการ พระองค์เท่านั้นที่ สามารถนำที่ประชุมไปในทางใดก็ได้
7. ความสำคัญด้านอื่นๆ ทั่วไป
- ระมัดระวังเรื่องการปรบมือ, การชูมือ และการแสดงออกด้านอื่นๆ – มันอาจทำโดยไม่มีความหมายใดๆ ก็ได้ - หนุนใจให้ที่ประชุมยืนขึ้น ดังปุโรหิตกระทำเพื่อให้เกียรติพระเจ้า นอกเสียจากว่า เขาแก่เกินไป หรือเจ็บป่วย - ไม่จำเป็นต้องควบคุมเวลาอย่างเคร่งครัด - จุดที่ตั้ง PA, ที่นั่ง, เจ้าหน้าที่ต้อนรับ, ระบบทำความเย็น, แสงสว่าง, ระบบระบายอากาศ และการดูแลเด็กๆ มีความสำคัญมาก ต้องมีการจัดการอย่างเหมาะสม สิ่งต่างๆ เหล่านี้อาจเป็นอุปสรรคทำให้คนไม่สามารถมีสมาธิ หรือมีส่วนร่วมในการนมัสการอย่างดีได้ ถ้ามันมีปัญหา
|