






| หลักการนำนมัสการที่มีประสิทธิผล |
|
|
|
| บทความการนมัสการ - การพัฒนาการนำนมัสการ | ||||
|
งานด้านการนมัสการเป็นงานรับใช้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะทาง ที่ต้องอาศัยของประทานและทักษะที่แตกต่างไปจากนักดนตรี นักประสานเสียง การเป็นนักร้องนำ การเป็นศิษยาภิบาล หรืออื่นๆ ผู้นำนมัสการต้องการการทรงเรียกและการเจิมจากพระเจ้าอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อปรนนิบัติในพระนิเวศน์ของพระองค์ ในการนำคนของพระองค์ไปสู่การทรงสถิตของพระเจ้า บทบาทและหน้าที่หลัก 3 ประการของผู้นำนมัสการ1. ผู้นำนมัสการมีบทบาทในการนำที่ประชุมทั้งหมดไปสู่การทรงสถิตของพระเจ้า ที่ประชุมจำเป็นและ ต้องการการสัมผัสพระเจ้าทุกครั้งที่มีการนมัสการ
ท่าทีที่ผู้นำนมัสการควรมี1. กระตือรือร้น และคิดแง่บวกเสมอ, ยิ้มแย้มแจ่มใส ให้ใบหน้าของคุณสะท้อนพระสิริและความยินดีในพระเจ้า เพราะถ้าผู้นำนมัสการไม่ชื่นชมยินดีแล้ว ที่ประชุมก็จะไม่เช่นเดียวกัน
สิ่งที่ผู้นำนมัสการควรฝึกซ้อมอยู่เสมอ1. ทำความรู้จักกับนักดนตรีและนักร้องของคุณ a. ฝึกซ้อมร่วมกันกับนักดนตรีและนักร้อง b. ให้สัญญาณมือที่สื่อสารเข้าใจกันได้ง่าย 2. การเปลี่ยนของจังหวะ 3. การเปลี่ยนของคีย์เพลง 4. ทิศทางการร้องเพลงนั้น ๆ เช่น การร้องท่อนร้องรับ หรือท่านจบเป็นต้น 5. ความดังเบาในแต่ละช่วงของบรรยากาศนมัสการ 6. การเปลี่ยนเพลง เข้าไปสู่เพลงใหม่ a. ควรเลือกเพลงที่เหมาะสมเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ในคีย์ที่เหมาะสม 7. ไม่ควรใช้เวลามากเกินไปในการพูด a. หนุนใจคนในระหว่างนมัสการ (อย่าทึกทักเอาว่าทุกคนจะเข้าใจได้เองว่า จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง) b. คุณอาจทำให้การเคลื่อนไหวในการนมัสการหยุดลงได้ด้วยการที่คุณพูดมากเกินไป c. ในการนำนมัสการนั้น ผู้นำไม่ควรทำการสั่งสอนที่ประชุม แต่ควรใช้การหนุนใจที่ประชุมแทน เพราะหน้าที่การสั่งสอนควรเป็นของศิษยาภิบาล 8. เลือกเพลงอย่างระมัดระวัง a. เลือกเพลงที่ทำให้การนมัสการมีการเคลื่อนไป พัฒนาไปข้างหน้า โดยมองภาพการนมัสการเป็น ภาพเดียวกันในแต่ละเพลง b. ระมัดระวังในเรื่องของ บริบท จังหวะ และการเปลี่ยนคีย์ (เพลงบางเพลงไม่สามารถไปด้วยกันได้) c. ตรวจสอบดูว่าเพลงที่คุณร้องได้ดีนี้นเป็นคีย์ที่ที่ประชุมสามารถร้องตามได้ด้วยดีหรือไม่ d. โดยทั่วไปแล้วนั้น เพลงนมัสการ ควรเป็นเพลงในคีย์ที่ต่ำกว่าเพลงชื่นชม e. ไม่ควรเลือกเพลงที่มีเนื้อร้องยาวเกินไป อาจทำให้ที่ประชุมขาดความสนใจในเนื้อเพลงได้ f. เลือกเพลงเผื่อเอาไว้ ให้มากกว่าที่คุณจำเป็นต้องใช้ 9. รู้จักดนตรีของคุณ a. อย่าใช้ที่ประชุมเป็นที่ฝึกซ้อม b. อย่าเลือกเพลงที่คุณไม่ถนัด เพลงนั้นอาจทำให้ทั้งคุณและที่ประชุมสับสนและขาดการจดจ่อต่อพระเจ้าได้ c. เตรียมพร้อมเอาไว้เสมอ 10. มีภาวะผู้นำที่หนักแน่น a. คุณต้องนำที่ประชุม ไม่ใช่ปล่อยให้ที่ประชุม นักร้อง ทีมประสานเสียง หรือ นักดนตรีนำแทนคุณ b. คุณต้องนำด้วยเสียงของคุณเอง อย่ากลัวว่าจะร้องโน้ตตัวแรกผิด พยายามนำให้อยู่ในเมโลดี้ของเพลงนั้น c. ให้ทิศทางที่ชัดเจน คนจะสามารถตอบสนองได้ดีเมื่อเขารู้ทิศทางที่จะเคลื่อนไป d. การบอกเนื้อเพลงหรือท่อนร้องรับล่วงหน้า โดยเฉพาะเพลงใหม่ ซึ่งคุณกำลังจะร้องเป็นการนำที่ดี e. แน่ใจเสมอว่าคุณกำลังนำที่ประชุมไปหาพระเจ้า ไม่ใช่ไปที่ตัวคุณเอง หรือนำความสนใจไปอยู่ที่ตัวคุณเอง f. ลืมตาขึ้น มองดูที่ประชุม อย่าหลับตา 11. ไวต่อการเคลื่อนไหวและเวลาแห่งการทรงสถิตของพระวิญญาณบริสุทธิ์ a. อย่ากลัวที่จะร้องท่อนร้องรับ หรือท่อนจบหลายๆ ครั้ง b. อย่ากลัวความเงียบในที่ประชุม c. ควรรู้ว่าเมื่อไรควรหยุดร้องเพลงนั้นๆ d. อย่าเร่งรีบ ควรให้เวลาพระวิญญาณบริสุทธิ์เคลื่อนไหว e. จำไว้ว่า การตระเตรียมล่วงหน้า และการไวต่อพระวิญญาณสามารถไปด้วยกันได้เสมอ f. อย่าจำกัดพระเจ้าในการนมัสการ เพราะเป็นไปได้ที่พระองค์อาจทำสิ่งที่แตกต่าง ต่างไปจากที่คุณได้วางแผนเอาไว้ (ในการนมัสการนั้น คุณอาจจะร้องเพลงเพียงเพลงเดียวตลอดการนมัสการก็เป็นได้ และคุณควรที่จะเปิดรับสิ่งเหล่านี้ด้วย) g. อย่ากลัวต่อการที่จะเปลี่ยนอารมณ์เพลง บางครั้งอาจมีการร้องสลับกันระหว่างหญิงและชาย หรือให้ที่ประชุมร้องเพลงร่วมกันโดยดนตรีหยุดเล่นชั่วคราว h. ผู้นำนมัสการควรพาที่ประชุมไปสู่บรรยากาศนมัสการร่วมกัน ไม่ควรเข้าไปในบรรยากาศโดยไม่รับรู้ว่า ที่ประชุมเป็นอย่างไร 2 พศด 29:11“ บุตรของข้าพเจ้าเอ๋ย อย่าเพิกเฉยเพราะพระเจ้าได้ทรงเลือกท่านให้ยืนอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์ เพื่อปรนนิบัติพระองค์ และเป็นผู้ปรนนิบัติของพระองค์ และเผาเครื่องหอม “
|