|
|
จะทำอย่างไรให้การนมัสการในคริสตจักรมีความสดใหม่อยู่เสมอ
|
เมื่อพูดถึงการสรรเสริญและการนมัสการในคริสตจักรมี 3 ประการที่เป็นรากฐานของการที่จะทำให้การนมัสการไม่ตกต่ำหรือน่าเบื่อหน่าย ประการแรกคือการที่คริสตจักรต้องมีเพลงใหม่ๆ เพื่อใช้ในการนมัสการอยู่เป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอตลอดปี
เพลงใหม่ๆ ต้องถูกนำเสนอเพิ่มเติมจากที่มีอยู่แล้ว และทักษะของนักดนตรีก็จำเป็นต้องพัฒนาขึ้น สามารถเล่นและนำเสนอรูปแบบดนตรีที่แตกต่างออกไป
ความสามารถของนักร้องนักดนตรี ต้องสามารถนำสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในบรรยากาศการนมัสการได้ พวกเขาต้องไม่ทำให้การนมัสการเป็นเพียง “รูปแบบเดิม” แต่ต้องทำให้รูปแบบนั้นน้อยลงทุกที ตรงกันข้ามต้องเสนอสิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้น มีการตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณได้อย่างไม่ติดขัด ผมขอให้กำลังใจกับนักร้องนักดนตรีทุกคน ที่จะฝึกฝนทักษะดนตรีของท่านทุกวัน ท่านควรจะมีความเชี่ยวชาญในเครื่องดนตรีที่ท่านรับผิดชอบอยู่นั่น ผมอยากจะบอกท่านว่า นี่คืองานรับใช้ฝ่ายวิญญาณที่สำคัญมาก ท่านกำลังทำงานที่สำคัญไม่แพ้งานด้านอื่นๆ อยากให้ท่านมั่นใจว่าพระเจ้าเห็นคุณค่างานรับใช้ด้านการนมัสการแน่นอน ดังนั้นจงฝึกฝนทุกวัน ความสามารถด้านดนตรีเป็นพรแสวง ท่านต้องจ่ายราคา ท่านต้องออกไปขุดค้น ตามหาเพื่อจะให้ได้มา ทุกครั้งที่ท่านจับเครื่องดนตรีขึ้นมาฝึกซ้อม จงตระหนักว่าท่านกำลังรับใช้พระเจ้า และทรงพอพระทัยในท่าน
ประการที่สองก็คือ การที่ทำให้ทุกคนในคริสตจักรมีชีวิตที่เต็มไปด้วยการสรรเสริญและการนมัสการ ไม่เพียงแต่วันอาทิตย์ แต่เป็นทุกวันตลอดสัปดาห์ วิถีชีวิตของสมาชิกต้องเต็มไปด้วยการยกย่องและเทิดทูนพระเจ้า ทุกสถานะการณ์แห่งชีวิตเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก กษัตริย์ดาวิดก็เป็นแบบอย่างในเรื่องนี้ จิตใจของท่านก็เสาะแสวงหาพระเจ้าเสมอแม้ในยามทุกข์ระทม ซึ่งเป็นผลให้ชีวิตของพระองค์เต็มไปด้วยพลังของพระเจ้า และมีความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ตลอดมา
เปาโลกับสิลาสก็สรรเสริญพระเจ้าขณะที่อยู่ในคุก (กจ.16:25) และท่านทั้งสองก็รับประสบการณ์อย่างยิ่งใหญ่ที่ได้เห็นประตูคุกเปิดออก โซ่ตรวนก็หลุดจากร่างกาย และเป็นเหตุให้คนที่ไม่เชื่อหันมาหาพระเจ้าและได้รับความรอดในเหตุการณ์นั้น ดังนั้นการสรรเสริญนมัสการพระเจ้าในวันอาทิตย์อย่างเดียวจึงไม่เป็นการเพียงพอ ผู้เขียนพระธรรมฮีบรูกล่าวกับพวกเราว่า “เหตุฉะนั้น ให้เราถวายคำสรรเสริญเป็นเครื่องบูชาแด่พระเจ้าตลอดไป โดยทางพระองค์นั้น คือคำกล่าวยอมรับเชื่อพระนามของพระองค์” (ฮบ.13:15) คำว่า “ตลอดไป” จึงไม่ใช่เฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น และไม่ใช่ภายในคริสตจักรเท่านั้น แต่เป็นทุกหนทุกแห่ง ใน สดด.34:1 กล่าวว่า “ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระเจ้าตลอดไป คำสรรเสริญพระองค์อยู่ที่ปากข้าพเจ้าเรื่อยไป” “ตลอดไป” และ “เรื่อยไป” เป็นถ้อยคำที่เราเข้าใจง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก
ผมปรารถนาจะหนุนใจพี่น้องทุกท่านที่จะสร้างสรรค์การนมัสการร่วมกัน ไม่ใช่เฉพาะในวันอาทิตย์ ณ คริสตจักรของเรา แต่ให้คำสรรเสริญของเราสัมผัสพระเจ้าเสมอทุกวันตลอดสัปดาห์ ซึ่งจะทำให้วันอาทิตย์ของเราเปี่ยมล้นไปด้วยความมีชีวิตชีวาอย่างอัตโนมัติ เมื่อการสรรเสริญและการนมัสการกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราเสียแล้ว ไม่ต้องวิตกเลยว่าความดื่มด่ำในการนมัสการจะเต็มพระนิเวศของพระเจ้าหรือไม่ การนมัสการจะไม่เป็นเพียงสิ่งที่เราเรียกว่า “จำเจ” หรือ “ซ้ำซากน่าเบื่อ” อีกต่อไป
ประการที่สามที่มีผลต่อการนมัสการได้แก่ การอธิษฐานทูลขอ แสวงหาพระเจ้าด้วยกันทั้งคริสตจักร (ผู้นำ, นักร้อง, นักดนตรี, สมาชิกทุกคน) ทุกครั้งที่มีการนมัสการควรมีการเตรียมจิตใจเสียก่อน ต้องไม่ลืมว่า พระเจ้าผู้ทรงเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาของเรา เป็นมากกว่าพิธีกรรมที่ซ้ำซากจำเจอย่างแน่นอน พระวิญญาณของพระเจ้า พระผู้ช่วยของเราพร้อมที่จะช่วยเราอยู่เสมอ จงแสวงหาพระเจ้าร่วมกันอย่างจริงใจ ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรการนมัสการของเรา พระองค์สัญญาว่า “เราจะไม่ละท่านหรือทอดทิ้งท่านเลย” (ฮบ.13:5) และยังทรงตรัสอีกว่า “เราจะสร้างคริสตจักรของเราไว้” (มธ.16:18) จงเชื่อในพระสัญญาของพระองค์ด้วยกัน และติดตามพระองค์ตลอดไป
ขออวยพรให้ท่านพบพระเจ้าเสมอในการนมัสการ ขอพระองค์ประทานความสดใหม่ให้กับท่านในการนมัสการทุกครั้ง ขอพระคุณอันอุดมของพระองค์อยู่เหนือชีวิตแห่งการนมัสการของท่าน และให้ท่านพบพระองค์เสมอตลอดไป….. อาเมน
  
|