






|
|
|
| บทความการนมัสการ - การพัฒนาการนำนมัสการ | ||||
หน้าที่ของผู้นำนมัสการ1. นำที่ประชุมเข้าสู่การนมัสการ** ต้องค่อยๆนำก้าวเข้าไป จากภายนอกสู่ภายใน - สดด.100:3 จงรู้เถิดว่า พระเยโฮวาห์ทรงเป็นพระเจ้า คือพระองค์เองที่ทรงสร้างเราทั้งหลาย และเราก็ เป็นของพระองค์ {หรือ และไม่ใช่พวกเรา ทั้งหลายเอง} เราเป็นประชากรของพระองค์เป็นแกะแห่งทุ่งหญ้าของพระองค์ 2. เพื่อเป็นผู้นำที่ประชุม** ผู้นำนมัสการควรเป็นเหมือนห่านที่ลอยอยู่เหนือน้ำอย่างสงบ แต่มีเท้าสองข้างควักน้ำอยู่ภายใต้น้ำ แต่ไม่มีใครเห็น ดังนั้นจงอย่าทำหน้าแบบนักเคร่งศาสนา ** จง Relax ปล่อยตัวตามสบายไม่เครียดด้วยสีหน้า ไม่ซ่อนตัวเอง เผชิญสายตาทุกคู่ อย่าพูดมาก หนุนน้ำใจเสมอ นำด้วยมือ ด้วยท่าทาง ด้วยเสีย ด้วยสีหน้า แววตา จงนำไป 3. เพื่อปรนนิบัติรับใช้พี่น้อง (1 ปต.4:10)** คุณเป็นคนใช้ ไม่มีสิทธิว่ากล่าวเจ้านาย 4. เพื่อช่วยให้ที่ประชุมได้ยินเสียงของพระเจ้า (1 ปต.2:5)การนมัสการเป็นการสื่อสารระหว่างปลายสายด้านหนึ่ง คือที่ประชุมอีกด้านหนึ่งเป็นพระเจ้า ดังนั้น 1คร.12:8-11 พระเจ้าทรงโปรดประทานโดยทางพระวิญญาณ ให้คนหนึ่งมีถ้อยคำประกอบด้วยสติปัญญา และให้อีกคนหนึ่งมีถ้อยคำอันประกอบด้วยความรู้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความเชื่อ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกัน และให้อีกคนหนึ่งมีความสามารถรักษาคนป่วยได้ แต่เป็นพระวิญญาณองค์เดียวกันและให้อีกคนหนึ่งทำการอิทธิฤทธิ์ต่างๆและให้อีกคนหนึ่งเผยพระวจนะได้ และให้อีกคนหนึ่งรู้จักสังเกตวิญญาณต่างๆและให้อีกคนหนึ่งพูดภาษาแปลกๆและให้อีกคนหนึ่งแปลภาษานั้นๆ ได้สิ่งสารพัดเหล่านี้ พระวิญญาณองค์เดียวกันทรงบันดาลและประทานแก่ 5. ช่วยให้ที่ประชุมตอบสนองพระเจ้า** อาจเป็นบรรยากาศกลับใจใหม่ 6. เพื่อนำนักร้องนักดนตรี** จงหนุนใจพวกเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม และให้อภัย 7. เพื่อเตรียมใจของคนให้พร้อมที่จะฟังคำเทศนา** การนมัสการเป็นการเก็บเศษขยะ เศษหิน ไม้ ออกจากแปลงพืชผัก 8. นำที่ประชุมเข้าสู่การทรงสถิตของพระเจ้า** พวกเขาจะสรรเสริญ นมัสการ ฟังเสียง ใช้เวลากับพวกเรา ผู้นำนมัสการจะต้อง 1.) เป็นนักนมัสการ วิธีนำนมัสการที่ดีที่สุดก็คือ เป็นแบบอย่างให้กับที่ประชุม คส.3:16 จงให้พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ในตัวท่านอย่างบริบูรณ์ จงสั่งสอนและเตือนสติกันด้วยปัญญาทั้งสิ้น จงร้องเพลงสดุดีเพลงนมัสการ และเพลงสรรเสริญด้วยใจโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า 9. ร่วมงานและปกคลุมนักร้อง นักดนตรี (ทำงานร่วมกับนักร้องนักดนตรี)** ผู้นำนมัสการจะต้อง 1. รักและเข้าใจนักร้อง นักดนตรี คุณสมบัติที่จำเป็นของผู้นำนมัสการในเรื่องนี้ดูเหมือนพระคัมภีร์ไม่ให้รายละเอียดอย่างเฉพาะเจาะจง นอกจากดูจากชีวิตของกษัตริย์ดาวิด ตลอดชีวิตของดาวิด เราเห็นเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนมัสการตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นนักนมัสการ หนุนใจให้คนอื่นนมัสการ สร้างการนมัสการ จัดหาเครื่องดนตรีในการนมัสการ ฯลฯ 1. มีจิตใจของผู้เลี้ยง1ซมอ.16:10-11 แล้วเจสซีให้บุตรทั้งเจ็ดคนเดินผ่านหน้าซามูเอล และซามูเอลบอกกับเจสซีว่า "พระเจ้า มิได้ทรงเลือกคนเหล่านี้" แล้วซามูเอลกล่าวแก่เจสซีว่า "บุตรชายของท่านอยู่ที่นี่หมดแล้วหรือ" เจสซี ตอบว่า "ยังมีคนสุดท้องอีกคนหนึ่ง ดูเถิด เขากำลังเลี้ยงแกะอยู่" และซามูเอลกล่าวแก่เจสซีว่า "จงใช้คนไปตามเขามา เพราะเราจะไม่ยอมนั่งจนกว่าเขาจะมาที่นี่" ยน.10:11 เราเป็นผู้เลี้ยงที่ดี ผู้เลี้ยงที่ดีนั้นย่อมสละชีวิตของตนเพื่อฝูงแกะ ** ความรู้สึกของผู้เลี้ยงสำคัญ เขาต้องปกป้องแกะของเขาจากอันตรายทั้งมวล เขาต้องนำไปสู่ความอุดมสมบูรณ์ ผู้นำนมัสการก็เช่นต้องใส่ความรู้สึกอย่างนี้ลงไป 2. มีการเจิมของพระเจ้า1ซมอ.16:12-13 เจสซีก็ใช้คนไปนำเขามา ฝ่ายเขาเป็นคนผิวแดงๆ มีหน้าตาสวยและรูปร่างงามน่าดู และพระเจ้าตรัสว่า "จงลุกขึ้นเจิมตั้งเขาไว้ เพราะเป็นคนนี้แหละ" ซามูเอลจึงนำขวดเขาน้ำมันและเจิม ตั้งเขาไว้ท่ามกลางพี่ชายของเขา และพระวิญญาณของพระเจ้าก็สวมทับดาวิดอย่างมากตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป และซามูเอลก็ลุกขึ้นกลับไปยังรามาห์ ** เรารู้ว่าดาวิดมีการเจิม มิใช่เพียงแต่เห็นซามูเอลนำน้ำมันเจิมบนศรีษะของเขา แต่เราเห็นงานที่เขากระทำเกิดผล 1ซมอ.16:23 อยู่มาเมื่อวิญญาณชั่วจากพระเจ้ามาสิงซาอูลเมื่อไร ดาวิดก็หยิบพิณใช้มือดีดถวายซาอูลก็ทรงชุ่มชื่นขึ้นและหายดี และวิญญาณชั่วก็พรากจากพระองค์ไป ** สิ่งที่น่าสังเกตคือการรอคอย การเจิมกับการเกิดผลในการทำงานเป็นคนละเวลา อาจพูดได้ว่าเวลาแห่งการเจิมกับเวลาแห่งการเกิดผลเป็นคนละเวลากัน จงรอคอยเวลา 3. มีทักษะด้านดนตรี1ซมอ.16:14-18 ฝ่ายพระวิญญาณของพระเจ้าก็พรากจากซาอูล และวิญญาณชั่วจากพระเจ้าก็ทรมานซาอูลและพวกมหาดเล็กของซาอูลก็กราบทูลว่า "ดูเถิด วิญญาณชั่วจากพระเจ้ากำลังทรมานพระองค์อยู่ ขอเจ้านายของข้าพระบาททั้งหลาย จงบัญชาผู้รับใช้ของฝ่าพระบาทผู้ที่อยู่ต่อพักตร์ฝ่าพระบาท ให้หาคนที่มีฝีมือในการดีดพิณ และเมื่อวิญญาณชั่วจากพระเจ้าสิงฝ่าพระบาท ก็ให้เขาดีดพิณแล้วฝ่าพระบาทจะหายดี"ซาอูลก็รับสั่งผู้รับใช้ของพระองค์ว่า "จงไปหาชายคนหนึ่งที่ดีดพิณได้ดีมาให้เรานำเขามาหาเรา"คนหนึ่งในพวกชายหนุ่มทูลว่า "ดูเถิด ข้าพระบาทเห็นบุตรคนหนึ่งของเจสซีชาวเบธเลเฮม เป็นผู้มีฝีมือในการดีดพิณเป็นคนกล้าหาญ เป็นนักรบ พูดเก่ง และเป็นคนมีหน้าตาดีและพระเจ้าทรงสถิตกับเขา" ** แท้จริงผู้นำนมัสการไม่จำเป็นต้องมีความสามารถสูงในด้านดนตรี แต่พระเจ้าก็ทรงใช้เขาผ่านความสามารถของเขาด้วย ** น่าสังเกตก็คือ เขาไม่ได้แสวงหาช่องที่จะแสดงฝีมือของเขา แต่พระเจ้าจะทรงเปิดช่องทาง ให้เองสดด.75:4-7 เราพูดกับคนโอ้อวดว่า "อย่าโอ้อวด" และแก่คนอธรรมว่า "อย่ายกหัวของเจ้าขึ้น อย่ายกหัวของเจ้าขึ้นให้สูง หรือพูดจาอย่างยโส" เพราะการยกขึ้นนั้นมิได้มาจาก ทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกและ มิใช่มาจากถิ่นทุรกันดาร แต่เป็นพระเจ้าผู้ทรงกระทำการพิพากษา ทรงให้คนหนึ่งลง และทรงยกอีกคนหนึ่งขึ้น 4. เป็นนักสู้ นักรบ เป็นคนกล้าหาญ1ซมอ.16:18 คนหนึ่งในพวกชายหนุ่มทูลว่า "ดูเถิด ข้าพระบาทเห็นบุตรคนหนึ่งของเจสซีชาวเบธเลเฮม เป็นผู้มีฝีมือในการดีดพิณเป็นคนกล้าหาญ เป็นนักรบ พูดเก่ง และเป็นคนมีหน้าตาดีและพระเจ้าทรงสถิตกับเขา" ** ความกล้าหาญเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะยืนอยู่ต่อหน้าชุมชนในการนมัสการ ความกล้าไม่ใช่ไม่กลัว อะไรเลย แต่เขาเป็นผู้ที่สามารถยืนขึ้นเผชิญหน้ากับความกลัวได้ 5. พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย** การนมัสการเป็นการนำคนพบกับพระเจ้าที่เป็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ คนที่จะนำหรือทำงานอย่างนี้ได้ ต้องมีวิญญาณของพระเจ้า ต้องรู้จักพระวิญญาณบริสุทธิ์เสมอ 6. อื่นๆ6.1 มีจิตใจของผู้รับใช้ เขาอยู่กับฝูงแกะ ไม่ได้นั่งอยู่เหนือฝูงแกะ แต่ช่วยฝูงแกะ รู้จักใจของแกะดี ผู้นำนมัสการต้องอยู่ท่ามกลางชุมชน วิธีเลือกผู้นำนมัสการก็คือดูเขานมัสการ 6.2 พูดเก่ง รู้จักพูด พูดต่อหน้าชุมชนได้ฉลาดพูดหนุนใจคนได้ รู้จักพระคำพระเจ้าดี และแบ่งปันได้ สอนคนอื่นได้ ฯลฯ คุณสมบัติทางปฏิบัติ• ผู้นำนมัสการไม่จำเป็นต้องรู้จักการเล่นดนตรีเสมอไป แต่ถ้ารู้คงเป็นประโยชน์มาก คุณสมบัติทางชีวิต• ผู้นำนมัสการต้องเป็นนักนมัสการในชีวิตส่วนตัวประจำวัน
|