• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
การแสดงออกของการสรรเสริญ PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - เข้าใจการนมัสการ

การแสดงออกของการสรรเสริญ


เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน



2 พศด.20:19-21 และคนเลวี จากพงศ์พันธุ์โคฮาทและพงศ์พันธุ์คนโคราห์ ได้ยืนขึ้นถวาย

สรรเสริญแด่พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอลด้วยเสียงอันดัง 20และ เขาทั้งหลายได้ลุกขึ้น

แต่เช้าและออกไปในถิ่นทุรกันดารถึงเทโคอา และเมื่อเขาออกไป เยโฮชาฟัทประทับยืนและ

ตรัสว่า "ยูดาห์และชาวเยรูซาเล็มเอ๋ย จงฟังข้าพเจ้า จงวางใจในพระเยโฮวาห์พระเจ้าของ

ท่านและท่านจะตั้งมั่นคงอยู่ จงเชื่อบรรดาผู้เผยพระวจนะของพระองค์ และท่านจะสำเร็จผล"

21และเมื่อ พระองค์ได้ปรึกษากับประชาชนแล้ว พระองค์ได้ทรงแต่งตั้งบรรดาผู้ที่จะร้องเพลง

ถวายพระเจ้า และแต่งกายด้วยเครื่องบริสุทธิ์สรรเสริญพระองค์ ขณะเมื่อเขาเดินออกไปหน้า

ศัตรู และว่า "จงถวายโมทนาแด่พระเจ้า เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์"

 

จากข้อพระคัมภีร์ข้างต้น เราพอจะมองเห็นได้ว่า

1. การสรรเสริญจะต้องไม่มีความเงียบ

1.1   มีช่วงเวลาแห่งความเงียบในที่ประชุมของการนมัสการ ไม่กี่ครั้ง

เท่านั้นที่เราเห็นจากพระคัมภีร์ เช่น

•    เมื่อพระเมษโปดกทรงแกะตราดวงที่เจ็ด

o    วว.8:1 เมื่อพระเมษโปดกทรงแกะตราดวงที่เจ็ด ความเงียบก็ครอบคลุมสวรรค์อยู่ประมาณ ครึ่งชั่วโมง

1.2  คำว่า “สรรเสริญ” ในความหมายของคำ เป็นเรื่องของการ

แสดงออกด้วยการกระทำเป็นส่วนใหญ่ เช่น

•    การโห่ร้อง

o    2ซมอ.6:15 ดังนั้นแหละ ดาวิดและพงศ์พันธุ์อิสราเอลด้วยได้นำหีบของพระเจ้าขึ้นมา ด้วยเสียงโห่ร้องและด้วยเสียงเป่าเขาสัตว์
o    ศฟย.3:14 โอ บุตรีแห่งศิโยนเอ๋ย จงร้องเพลงเสียงดังโอ อิสราเอลเอ๋ย จงโห่ร้องเถิด จงเปรมปรีดิ์และลิงโลดด้วยเต็มใจของเจ้า เถิดนะ บุตรีแห่งเยรูซาเล็ม
o    ศคย.9:9 ธิดาแห่งศิโยนเอ๋ย จงร่าเริงอย่างยิ่งเถิด โอ บุตรีแห่งเยรูซาเล็มเอ๋ย จงโห่ร้องดูเถิด กษัตริย์ของเธอเสด็จมาหาเธอ ทรงความยุติธรรมและความรอดพระองค์ทรงอ่อนสุภาพและทรงลา ทรงลูกลา

•    การปรบมือ

o    สดด.47:1 ดูก่อนชนชาติทั้งหลาย จงตบมือ จงโห่ร้องถวายพระเจ้าด้วยเสียงไชโย

•    การกระโดดโลดเต้นด้วยความร่าเริงยินดี

o    ลก.6:23 ในวันนั้นท่านทั้งหลายจงชื่นชม และเต้นโลดด้วยความยินดีเพราะ ดูเถิด บำเหน็จของท่านมีบริบูรณ์ในสวรรค์ เพราะว่าบรรพบุรุษของเขา ได้กระทำอย่างนั้นแก่พวกผู้เผยพระวจนะเหมือนกัน

•    การร้องเพลงเสียงดัง

o    สดด.98:4-5 ชาวโลกทั้งสิ้นเอ๋ย จงเปล่งเสียงชื่นบานถวายแด่พระเจ้า เปล่งเป็นเสียงเพลงชื่นบานและร้องเพลงสรรเสริญ จงร้องเพลงสรรเสริญถวายพระเจ้าด้วยพิณเขาคู่ ด้วยพิณเขาคู่ คลอด้วยเสียงเพลง
o    อสย.54:1 จงร้องเพลงเถิด โอ หญิงหมันเอ๋ย ผู้ไม่คลอดบุตร จงเปล่งเสียงร้องเพลงและร้องให้ดัง เจ้าผู้ไม่ได้เจ็บครรภ์ ด้วยว่าบุตรของแม่ร้างก็ยังจะมีมากกว่า บุตรของนางที่แต่งงาน พระเจ้าตรัสดังนี้
o    ศฟย.3:14 โอ บุตรีแห่งศิโยนเอ๋ย จงร้องเพลงเสียงดังโอ อิสราเอลเอ๋ย จงโห่ร้องเถิด จงเปรมปรีดิ์และลิงโลดด้วยเต็มใจของเจ้า เถิดนะ บุตรีแห่งเยรูซาเล็ม
o    ศฟย.3:17 พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าอยู่ท่ามกลางเจ้า เป็นนักรบผู้ประทานความมีชัย พระองค์ทรงเปรมปรีดิ์เพราะเจ้าด้วยความยินดี พระองค์จะทรงรื้อฟื้นเจ้าใหม่ ด้วยความรักของพระองค์พระองค์จะทรงเริงโลดเพราะเจ้าด้วยร้องเพลงเสียงดัง

•    การเต้นรำ

o    สดด.149:3 ให้เขาสรรเสริญพระนามของพระองค์ด้วยเต้นรำ ถวายเพลงแด่พระองค์ด้วยรำมะนาและพิณเขาคู่

1.3  คนที่มองเห็น เรากำลังสรรเสริญพระเจ้า ก็มักจะพูดกันว่า “เกินไป”

หรือ “บ้าคลั่ง” หรือ “ไม่ค่อยเหมาะสม”

•    2ซมอ.6:14 และดาวิดก็ทรงรำถวายแด่พระเจ้าด้วยสุดกำลังของพระองค์ และดาวิดมีเอโฟดผ้าป่าน คาดอยู่ที่พระองค์
•    2ซมอ.6:16 และขณะเมื่อหีบของพระเจ้าเข้ามาถึงเมืองดาวิดมีคาลราชธิดาของซาอูลก็มองออกที่ช่อง หน้าต่าง เห็นพระราชาดาวิดกระโดดโลดเต้นรำถวายแด่พระเจ้า และนางก็มีใจหมิ่น ประมาท
•    2ซมอ.6:20 และดาวิดก็ทรงกลับไปอวยพรแก่ราชวงศ์ของพระองค์ แต่มีคาลราชธิดาของซาอูลได้ ออกมาพบดาวิดและทูลว่า "วันนี้พระราชาแห่งอิสราเอลได้เกียรติยศนักหนาทีเดียวนะ เพคะ ทรงถอดฉลองพระองค์วันนี้ต่อหน้าสาวใช้ของข้าราชการ อย่างกับคนถ่อยแก้ผ้า ด้วยไม่มีความอาย"
•    กจ.2:1-6 เมื่อวันเทศกาลเพ็นเทคศเต แปลว่า ที่ห้าสิบ เป็นเทศกาลภายหลังวันเริ่มเทศกาลขนมปังไร้เชื้อ50วัน มาถึง จำพวกศิษย์จึงรวมอยู่ในที่แห่งเดียวกัน ในทันใดนั้นมีเสียงมาจากฟ้าเหมือนเสียงพายุกล้าสั่นก้องทั่วตึกที่เขานั่งอยู่นั้น มีเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้นปรากฏแก่เขากระจายอยู่บนเขาสิ้นทุกคน เขาเหล่านั้นก็ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ จึงตั้งต้นพูดภาษาอื่นๆตามที่พระวิญญาณทรงโปรดให้พูด มีพวกยิวจากทุกประเทศทั่วใต้ฟ้าซึ่งเป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้า มาอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม เมื่อมีเสียงอย่างนั้นเขาจึงพากันมา และฉงนสนเท่ห์เพราะต่างคนต่างได้ยินเขาพูดภาษาของตัว

2. การสรรเสริญต้องได้รับการดลใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์

•    คนในที่ประชุมก็ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
•    คนในที่ประชุมก็ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเขามีบางสิ่งบางอย่างที่แสดงออกมา ซึ่งเปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยได้ยิน
•    เขาพูดภาษาอื่นๆ ตามที่พระวิญญาณทรงโปรดให้พูด
•    พวกเขากล่าวถึงมหกิจของพระเจ้า นั่นคือ การสรรเสริญพระเจ้า “ชาวเกาะครีตและชาวอาระเบีย เราทั้งหลายต่างก็ได้ยินคนเหล่านี้กล่าวถึงมหกิจของพระเจ้า ตามภาษาของเราเอง "”
•    เสียงสรรเสริญเหล่านั้นก็ดังมาก ล้นจากห้องประชุมออกไปจนถึงถนนข้างนอก สอดคล้องคล้ายในพระคัมภีร์หลายตอน เช่น
o    เสียงดังมาก เมื่อพระเยซูเสด็จเข้าเยรูซาเล็ม
o    ยน.12:12-13 วันรุ่งขึ้นเมื่อคนเป็นอันมากที่มาในงานเทศกาลนั้น ได้ยินว่าพระเยซูเสด็จมาถึงกรุงเยรูซาเล็ม เขาก็พากันถือทางอินทผลัมออกไปต้อนรับพระองค์ ร้องว่า "โฮซันนา {ในที่นี้เป็นข้อความแสดงการสรรเสริญ} ขอให้พระองค์ผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือ พระมหากษัตริย์แห่งอิสราเอล ทรงพระเจริญ"
o    เสียงดังมาก เมื่อพวกเขาข้ามทะเลแดง ( อพย.15 )
o    เสียงดังมาก เมื่อโกลิอัทถูกฆ่าตายด้วยฝีมือของดาวิด
o    1ซมอ.17:52 คนอิสราเอลกับคนยูดาห์ก็ลุกขึ้นโห่ร้องไล่ติดตามคนฟีลิสเตีย ไกลไปจนถึงเมืองกัทและถึงประตูเมืองเอโครน ทหารฟีลิสเตียที่บาดเจ็บจึงล้มลงตามทางจากชาอาราอิม ไกลไปจนถึงเมืองกัทและเมืองเอโครน
หวังว่าจะเป็นประโยชน์นะครับ