|
|
การสรรเสริญ : ศาสตราวุธสำหรับสงครามฝ่ายวิญญาณ
เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน
|
ชีวิตคริสเตียนเป็นชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ในฝ่ายวิญญาณ เป็นสงครามที่มีอุปสรรคต่างๆ พระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่บอกเราว่า เรากำลังอยู่ในการสงครามที่ไม่ใช่ฝ่ายเนื้อหนัง เราต้องสวมเครื่องป้องกันและรับอาวุธในฝ่ายวิญญาณเพื่อจะต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็นได้ (อฟ.6:10-18)
เราสามารถมีชัยชนะโดยยุทธวิธีต่างๆ เช่น การอธิษฐาน หรือการใช้พระคำของพระเจ้า แต่ยังมีศาสตราวุธที่มีพลังประการหนึ่งที่ทำให้เรามีชัยชนะได้คือ “การสรรเสริญ”
พระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมทำให้เราเห็นภาพของการเกี่ยวข้องกัน ระหว่างสงครามกับการสรรเสริญ เช่น อพย.15:1 -- เราพบว่าโมเสสประจักษ์แจ้งว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งสงคราม “ขณะนั้นโมเสสกับชนชาติอิสราเอลร้องเพลงบทนี้ ถวายพระเจ้าว่า "ข้าพเจ้าจะร้องเพลงถวายพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงได้ชัยชนะอย่างใหญ่หลวง พระองค์ทรงกวาดม้าและพลม้าลงในทะเล”
อพย.15:3 -- บอกว่าพระองค์ทรงเป็นนักรบ “พระเจ้าทรงเป็นนักรบ พระนามของพระองค์คือ พระเยโฮวาห์”
โยชูวาก็มีประสบการณ์เช่นนั้นเหมือนกัน (ยชว.5:13-14 13 เมื่อโยชูวาอยู่ข้างเมืองเยรีโคท่านก็เงยหน้าขึ้นมองดู เห็นชายคนหนึ่งชักดาบออกมาถือยืนอยู่ตรงหน้าท่าน โยชูวาเข้าไปหาชายนั้น กล่าวแก่เขาว่า "ท่านอยู่ฝ่ายเราหรืออยู่ฝ่ายศัตรู" 14 ผู้นั้นจึงตอบว่า "มิใช่ ที่เรามานี้ก็มาเป็นจอมพลโยธาของพระเจ้า" ฝ่ายโยชูวาก็กราบลงถึงดินนมัสการแล้วถามว่า "เจ้านายของข้าพเจ้าท่านจะให้ผู้รับใช้ของท่านกระทำอะไร")
เยโฮชาฟัทมีประสบการณ์ชัดเจนมากเช่นกันใน 2 พศด.20 เมื่อท่านไม่สามารถมีกำลังเพียงพอที่จะต่อสู้กับศัตรูในสงคราม ท่านหันหน้าไปหาพระเจ้า 2 พศด.20:15 -- บอกว่าพระเจ้าจะทรงรับภาระในสงครามนี้เอง “และเขาได้พูดว่า "ยูดาห์ทั้งปวงและชาวเยรูซาเล็มทั้งหลายกับกษัตริย์เยโฮชาฟัท ขอจงฟัง พระเจ้าตรัสดังนี้แก่ท่านทั้งหลายว่า "อย่ากลัวเลย และอย่าท้อถอยด้วยคนหมู่มหึมานี้เลย เพราะว่าการสงครามนั้นไม่ใช่ของท่าน แต่เป็นของพระเจ้า”
ผู้เผยพระวจนะยาฮาซีเอลโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ท่านได้หนุนใจประชาชนว่าไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปสู้รบในสงครามเลย แต่พระเจ้าจะทรงออกรบแทน 2 พศด.20:17 “ ไม่จำเป็นที่ท่านจะต้องสู้รบในสงครามครั้งนี้ โอ ยูดาห์ และเยรูซาเล็ม จงเข้าประจำที่ ยืนนิ่งอยู่และดูชัยชนะของพระเจ้า เพื่อท่าน อย่ากลัวเลยอย่าท้อถอย พรุ่งนี้จงออกไปสู้กับเขาและพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน" กษัตริย์ได้เชื่อฟังพระเจ้า พระองค์ไม่ได้จัดกองทัพทหาร แต่มองหากลุ่มคนที่จะสรรเสริญ
2 พศด.20:21 และเมื่อพระองค์ได้ปรึกษากับประชาชนแล้ว พระองค์ได้ทรงแต่งตั้งบรรดาผู้ที่จะร้องเพลงถวายพระเจ้า และแต่งกายด้วยเครื่องบริสุทธิ์สรรเสริญพระองค์ ขณะเมื่อเขาเดินออกไปหน้าศัตรู และว่า "จงถวายโมทนาแด่พระเจ้า เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์"
ข้อ 22-25 การสงครามก็ยุติลง พระเจ้าเป็นฝ่ายชนะ และอิสราเอลก็ได้รับชัยชนะด้วยโดยไม่ต้องออกไปทำสงครามแต่อย่างใด ในสงครามฝ่ายวิญญาณ คนของพระเจ้าไม่ใช่อยู่เฉยๆ นั่งดู แต่ทำสิ่งหนึ่งคือ ”สรรเสริญ” เนื้อหาการสรรเสริญไม่ได้อยู่ที่การเรียกไฟมาจากฟ้า แต่บ่งบอกถึงความมั่นใจในความรักของพระเจ้า พูดถึงพระลักษณะของพระเจ้า ข้อ 21 “จงถวายโมทนาแด่พระเจ้า เพราะความรักมั่นคงขอพระองค์ดำรงเป็นนิตย์” สองสิ่งที่พวกเขาสนใจคือ ขอบพระคุณพระเจ้าซึ่งเป็นพระราชกิจ และมั่นใจในความรักมั่นคงของพระเจ้าซึ่งเป็นพระลักษณะของพระองค์ สายตาของเขาไม่ได้มองที่ขนาดของสงครามแต่มองที่พระเจ้า ให้ความสนใจพระเจ้าและพระลักษณะของพระองค์
อ.เปาโลกับสิลาสก็มีประสบการณ์เช่นนี้เหมือนกัน กจ.16:16-26 ท่านทั้งสองไม่ได้อธิษฐานขอให้พระเจ้านำออกไปจากคุก หรือช่วยเรื่องความเจ็บปวดที่ถูกเฆี่ยน ถูกทรมาน และไม่ได้รับความยุติธรรม แต่ทั้งสองท่านร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า ข้อ 25 -- เนื้อหาของบทเพลง -- “ประมาณเที่ยงคืน เปาโลกับสิลาสก็อธิษฐานและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า นักโทษทั้งหลายในคุกก็ฟังอยู่” -- ในภาษากรีกคือ เพลง Hymn
ข้อ 26 -- ผลของการสรรเสริญ -- “ในทันใดนั้น เกิดแผ่นดินไหวใหญ่จนรากคุกสะเทือนสะท้าน และประตูคุกเปิดหมดทุกบาน เครื่องจำจองก็หลุดจากเขาสิ้นทุกคน”
การสรรเสริญมีผลในการเขย่าสถานการณ์สิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนแปลงสถานะของเรา จากทาสให้เป็นไท จากถูกจำจองให้มีอิสระภาพ และนำคนมาเชื่อพระเจ้าในที่สุด ข้อ 30-33 30 และพาท่านทั้งสองออกมาแล้วว่า "ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้าจะต้องทำอย่างไรจึงจะรอดได้" 31 เปาโลกับสิลาสจึงกล่าวว่า "จงเชื่อและวางใจในพระเยซูเจ้า และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย" 32 ท่านทั้งสองจึงกล่าวสั่งสอนพระวจนะของพระเจ้า ให้นายคุกและคนทั้งปวงที่อยู่ในบ้านของเขาฟัง 33 ในกลางคืนชั่วโมงเดียวกันนั้นเอง นายคุกจึงพาเปาโลกับสิลาสไปล้างแผลที่ถูกเฆี่ยน และในขณะนั้น นายคุกก็ได้รับบัพติศมาพร้อมทั้งครัวเรือนของเขา
การสรรเสริญมีผลต่อคนรอบข้างที่ฟังอยู่ด้วย ข้อ 25-26 “ในทันใดนั้นเกิดแผ่นดินไหวใหญ่จนรากคุกสะเทือนสะท้าน และประตูคุกเปิดหมดทุกบาน เครื่องจำจองก็หลุดจากเขาสิ้นทุกคน” ซึ่งนักโทษก็ฟังอยู่ ในภาษากรีกไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นเพลงไพเราะ แต่ให้ความคิดในเชิงเนื้อหาบ่งบอกถึงพระเจ้า และพวกเขาทุกคนก็เป็นอิสระจากการจำจองด้วย
การสรรเสริญของคนที่เชื่อในพระเจ้ามีผลต่อชีวิตทั้งตนเองและผู้อื่นรอบข้าง พระเจ้าทรงตอบสนองต่อการสรรเสริญของเขาอย่างอัศจรรย์
พระลักษณะพระเจ้า
1. ทรงพระชนม์อยู่ตลอดนิรันดร์
- ปฐก.21:33 อับราฮัมปลูกต้นแทมริสก์ไว้ที่เบเออร์เชบาและนมัสการออกพระนามพระเยโฮวาห์ พระเจ้านิรันดร์ที่นั่น - อสย.40:28 ท่านไม่เคยรู้หรือ ท่านไม่เคยได้ยินหรือพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเนืองนิตย์ คือพระผู้สร้างที่สุดปลายแผ่นดินโลก พระองค์มิได้ทรงอ่อนเปลี้ย หรือเหน็ดเหนื่อย ความเข้าพระทัยของพระองค์ก็เหลือที่จะหยั่งรู้ได้
- ฮบก.1:12 ข้าแต่พระเยโฮวาห์ พระเจ้าของข้าพระองค์ องค์ผู้บริสุทธิ์ของข้าพระองค์ พระองค์มิได้ดำรงมาแต่นิรันดรดอกหรือ ข้าพระองค์ทั้งหลายจะไม่ตาย ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงสถาปนาเขาไว้เพื่อแก่การพิพากษา โอพระศิลา {ภาพพจน์ หมายถึง พระเจ้า} พระองค์ทรงตั้งเขาไว้เพื่อแก่การตีสอน
- สดด.90:2 ก่อนที่ภูเขาทั้งหลายเกิดขึ้นมา ก่อนที่พระองค์ทรงให้กำเนิดแผ่นดินโลกและพิภพ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล
- สดด.90:4 เพราะพันปีในสายพระเนตรของพระองค์ เป็นเหมือนวานนี้ซึ่งผ่านไปแล้ว หรือเหมือนยามเดียวในกลางคืน
- สดด.102:24-27 24 ข้าพเจ้าว่า "ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ขออย่าทรงนำข้าพระองค์ไปเสีย ในกึ่งกลางวันเวลาของข้าพระองค์ พระองค์ ผู้ปีเดือนดำรงอยู่ตลอดทุกชั่วชาตพันธุ์" 25 เมื่อเดิมพระองค์ทรงวางรากฐานของแผ่นดินโลกและ ฟ้าสวรรค์เป็นพระหัตถกิจของพระองค์ 26 สิ่งเหล่านี้จะพินาศ แต่พระองค์จะทรงดำรงอยู่ สิ่งเหล่านี้จะเก่าไปเหมือนเครื่องนุ่งห่ม พระองค์ทรงเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้เหมือนเสื้อผ้า แล้วมันก็สิ้นไป 27 แต่พระองค์ยังคงเดิม และปีเดือนของพระองค์ไม่สิ้นสุด
- อสย.57:15 องค์ผู้สูงเด่น คือผู้อยู่ในนิรันดร์กาล ผู้ทรงพระนามว่าบริสุทธิ์ ตรัสดังนี้ว่า "เราอยู่ในที่ที่สูงและบริสุทธิ์ และอยู่กับผู้ที่มีจิตใจสำนึกผิดและถ่อม เพื่อจะรื้อฟื้นจิตใจของผู้ใจถ่อม และรื้อฟื้นใจของผู้สำนึกผิด
- รม.1:20 ตั้งแต่เริ่มสร้างโลกมาแล้ว สภาพที่ไม่ปรากฏของพระเจ้านั้น คือฤทธานุภาพอันถาวรและเทวสภาพของพระองค์ ก็ได้ปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่ระองค์ได้ทรงสร้าง ฉะนั้นเขาทั้งหลายจึงไม่มีข้อแก้ตัวเลย
2. พระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง
- มลค.3:6 เพราะว่าเราคือพระเจ้าไม่มีผันแปร โอ บุตรยาโคบเอ๋ย เจ้าทั้งหลายจึงไม่ถูกเผาผลาญหมด
- ยก.1:17 ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่างย่อมมาจากเบื้องบน และส่งลงมาจากพระบิดาแห่งบรรดาดวงสว่าง ในพระบิดาไม่มีการแปรปรวน หรือไม่มีเงาอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง
- 1 ซมอ.15:29 และผู้ทรงเป็นกำลังของอิสราเอลจะไม่มุสาหรือกลับใจ เพราะว่าพระองค์หาใช่มนุษย์ที่จะกลับใจไม่"
- ฮบ.6:17 ฉะนั้นเมื่อพระเจ้าทรงประสงค์จะแสดงให้บรรดาผู้ที่ได้รับพระสัญญาเป็นมรดกรู้แน่ยิ่งขึ้นว่า พระดำริของพระองค์จะไม่เปลี่ยนแปลง พระองค์จึงได้ทรงยืนยันพระสัญญานั้นด้วยคำสาบาน
- กดว.23:19 พระเจ้ามิใช่มนุษย์จึงมิได้มุสา และมิได้เป็นบุตรของมนุษย์จึงไม่ต้องกลับใจ ที่พระองค์ตรัสไปแล้ว พระองค์ก็จะมิทรงกระทำตามหรือ ที่พระองค์ทรงลั่นวาจาแล้ว จะไม่ทรงกระทำให้สำเร็จหรือ พระเจ้าไม่ทรงเปลี่ยนแปลง คำปรึกษา พระประสงค์ และพระลักษณะไม่ทรงเปลี่ยนแปลง
3. พระองค์ดำรงพระชนม์ในพระองค์เอง ไม่มีใครสร้างพระองค์ ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งใด ๆ
- ยน.5:26 เพราะว่าพระบิดาทรงมีชีวิตในพระองค์เองฉันใด พระองค์ก็ได้ทรงประทานให้พระบุตรมีชีวิตในพระองค์ฉันนั้น
- กจ.17:24-28 24 พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้ 25 พระองค์มิจำต้องให้มือมนุษย์มาปรนนิบัติ ดังว่ามีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจ และสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก 26 พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติ สืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่ 27 เพื่อเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะคลำหาให้พบพระองค์ ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย 28 ด้วยว่า "เรามีชีวิต และไหวตัว และเป็นอยู่ในพระองค์" ตามที่กวีบางคนในพวกท่านได้กล่าวว่า "แท้จริงเราทั้งหลายเป็นเชื้อสายของพระองค์"
4. ทรงสถิตอยู่ทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน
- สดด.139:7-10 7 ข้าพระองค์จะไปไหน ให้พ้นพระวิญญาณของพระองค์ได้ หรือข้าพระองค์จะหนีไปไหนให้พ้นพระพักตร์ของพระองค์ 8 ถ้าข้าพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์ พระองค์ทรงสถิตที่นั่น ถ้าข้าพระองค์จะทำที่นอนไว้ในแดนผู้ตายพระองค์ทรงสถิตที่นั่น 9 ถ้าข้าพระองค์จะติดปีกแสงอรุณ และอาศัยอยู่ที่ส่วนของทะเลไกลโพ้น 10 แม้ถึงที่นั่นพระหัตถ์ของพระองค์จะนำข้าพระองค์และพระหัตถ์ขวาของพระองค์จะยึดข้าพระองค์ไว้
- ยรม.23:23-24 23 "พระเจ้าตรัสว่า เราเป็นพระเจ้าใกล้แค่คืบ มิใช่พระเจ้าที่อยู่ไกลด้วยดอกหรือ 24 พระเจ้าตรัสว่า คนใดจะซ่อนจากเราไปอยู่ในที่ลับเพื่อเราจะมิได้เห็นเขาได้หรือ พระเจ้าตรัสว่าเรามิได้อยู่เต็มฟ้าสวรรค์และโลกดอกหรือ
- กจ.17:24-28 24 พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้ 25 พระองค์มิจำต้องให้มือมนุษย์มาปรนนิบัติ ดังว่ามีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจ และสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก 26 พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติ สืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่ 27 เพื่อเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะคลำหาให้พบพระองค์ ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย 28 ด้วยว่า "เรามีชีวิต และไหวตัว และเป็นอยู่ในพระองค์" ตามที่กวีบางคนในพวกท่านได้กล่าวว่า "แท้จริงเราทั้งหลายเป็นเชื้อสายของพระองค์" - อสย.57:15 องค์ผู้สูงเด่น คือผู้อยู่ในนิรันดร์กาล ผู้ทรงพระนามว่าบริสุทธิ์ ตรัสดังนี้ว่า "เราอยู่ในที่ที่สูงและบริสุทธิ์ และอยู่กับผู้ที่มีจิตใจสำนึกผิดและถ่อม เพื่อจะรื้อฟื้นจิตใจของผู้ใจถ่อม และรื้อฟื้นใจของผู้สำนึกผิด
- ยน.14:28 ท่านได้ยินเรากล่าวแก่ท่านว่า "เราจะจากไปและจะกลับมาหาท่าน" ถ้าท่านรักเรา ท่านก็จะชื่นชมยินดีที่เราไปหาพระบิดา เพราะพระบิดาทรงเป็นใหญ่กว่าเรา
- ยน.20:17 พระเยซูตรัสกับเธอว่า "อย่าหน่วงเหนี่ยวเราไว้ เพราะเรายังมิได้ขึ้นไปหาพระบิดาของเรา แต่จงไปหาพวกพี่น้องของเราและบอกเขาว่า เราจะขึ้นไปหาพระบิดาของเรา และพระบิดาของท่านทั้งหลาย ไปหาพระเจ้าของเราและพระเจ้าของท่านทั้งหลาย"
- อฟ.1:20 ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำในพระคริสต์ เมื่อทรงชุบให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย และให้สถิตเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ในสวรรคสถาน
- วว.21:2 ข้าพเจ้าได้เห็นวิสุทธนคร คือนครเยรูซาเล็มใหม่ เลื่อนลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า นครนี้ได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว เหมือนอย่างเจ้าสาวแต่งตัวไว้สำหรับสามี
- วว.21:3 ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากพระที่นั่งว่า "ดูเถิดพลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว พระองค์จะทรงสถิตกับเขา เขาจะเป็นชนชาติของพระองค์ และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา {สำเนาต้นฉบับบางฉบับเพิ่มคำว่า และจะทรงเป็นพระเจ้า}
- วว.21:10 ท่านได้นำข้าพเจ้าโดยพระวิญญาณขึ้นไปบนภูเขาสูงใหญ่ และได้สำแดงให้ข้าพเจ้าเห็นนครบริสุทธิ์ คือเยรูซาเล็มซึ่งกำลังลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า
5. พระลักษณะของพระเจ้า
5.1 ทรงเป็นพระผู้สร้าง ปฐก.1:1 ในปฐมกาลพระเจ้าทรงเนรมิตสร้าง {หรือ เมื่อพระเจ้าทรงเริ่มเนรมิตสร้าง} ฟ้าและแผ่นดิน ยน.1:1-3 1 ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่ และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า 2 ในปฐมกาลพระองค์ทรงดำรงอยู่กับพระเจ้า 3 พระเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระวาทะ
5.2 ทรงปกครองและดูแล มธ.6:26 จงดูนกในอากาศ มันมิได้หว่าน มิได้เกี่ยว มิได้ส่ำสมไว้ในยุ้งฉาง แต่พระบิดาของท่านทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงเลี้ยงนกไว้ ท่านทั้งหลายมิประเสริฐกว่านกหรือ
มธ.6:28-30 28 ท่านกระวนกระวายถึงเครื่องนุ่งห่มทำไม จงพิจารณาดอกไม้ที่ทุ่งนาว่า มันงอกงามเจริญขึ้นได้อย่างไร มันไม่ทำงานมันไม่ปั่นด้าย 29 แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่ากษัตริย์ซาโลมอนเมื่อบริบูรณ์ด้วยสง่าราศี ก็มิได้ทรงเครื่องงามเท่าดอกไม้นี้ดอกหนึ่ง 30 แม้ว่าพระเจ้าทรงตกแต่งหญ้าที่ทุ่งนาอย่างนั้น ซึ่งเป็นอยู่วันนี้และรุ่งขึ้นต้องทิ้งในเตาไฟ โอ ผู้มีความเชื่อน้อย พระองค์จะไม่ทรงตกแต่งท่านมากยิ่งกว่านั้นหรือ
มธ.10:29-30 29 นกกระจาบสองตัวเขาขายบาทหนึ่งมิใช่หรือ แต่ถ้าพระบิดาของท่านไม่ทรงเห็นชอบ นกนั้นแม้สักตัวเดียวจะตกลงถึงดินก็ไม่ได้ 30 ถึงผมของท่านทั้งหลาย ก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น
รม.8:28 เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์
6. ทรงฤทธานุภาพ
ปฐก.18:14 มีสิ่งใดที่อัศจรรย์เกินฤทธิ์พระเจ้าจะทำได้ พอถึงเวลากำหนดเราจะกลับมาหาเจ้า ฤดูนี้ปีหน้า และซาราห์จะมีบุตรชายคนหนึ่ง
มธ.19:26 พระเยซูทอดพระเนตรดูพวกสาวก และตรัสว่า "ฝ่ายมนุษย์ก็เหลือกำลังที่จะทำได้ แต่พระเจ้าทรงกระทำให้สำเร็จได้ทุกสิ่ง" สดด.33:6-9 6 โดยพระวจนะของพระเจ้า ฟ้าสวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้นมา กับบริวารทั้งปวง ก็ด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์ 7 พระองค์ทรงรวบรวมน้ำทะเลเหมือนอย่างทำนบ และทรงเก็บที่ลึกไว้ในคลัง 8 ให้แผ่นดินโลกทั้งสิ้นยำเกรงพระเจ้า ให้บรรดาชาวพิภพทั้งปวงยืนตะลึงพรึงเพริดต่อพระองค์ 9เพราะพระองค์ตรัส มันก็เกิดขึ้นมา พระองค์ทรงบัญชา มันก็ออกมา
สดด.107:25-29 25 เพราะพระองค์ทรงบัญชา และทรงให้เกิดลมพายุซึ่งให้คลื่นทะเลกำเริบ 26 คนเหล่านั้นถูกซัดขึ้นไปสู่ท้องฟ้าและลงไปสู่ที่ลึก ใจของเขาฝ่อไปในเหตุการร้ายของเขา 27 เขาถลาและโซเซไปอย่างคนเมา และสิ้นปัญญาลง 28 แล้วในความยากลำบากของเขา เมื่อเขาร้องทูลพระเจ้า พระองค์ทรงช่วยนำเขาออกจากความทุกข์ใจของเขา 29 พระองค์ทรงกระทำให้พายุสงบลง และคลื่นทะเลก็นิ่ง
ขอให้ท่านมั่นใจเถิดว่า ต่อไปนี้ท่านไม่ต้องกลัวสถานการณ์ใดๆ ของชีวิตอีกต่อไปแล้ว เพราะท่านรู้ว่าเคล็ดลับที่จะเผชิญกับมันด้วยศาสตราวุธฝ่ายวิญญาญนี้คือ “การสรรเสริญ” จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด
|