• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
การสรรเสริญ : ศาสตราวุธสำหรับสงครามฝ่ายวิญญาณ PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - เข้าใจการนมัสการ

การสรรเสริญ : ศาสตราวุธสำหรับสงครามฝ่ายวิญญาณ


เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน



ชีวิตคริสเตียนเป็นชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ในฝ่ายวิญญาณ เป็นสงครามที่มีอุปสรรคต่างๆ  พระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่บอกเราว่า เรากำลังอยู่ในการสงครามที่ไม่ใช่ฝ่ายเนื้อหนัง เราต้องสวมเครื่องป้องกันและรับอาวุธในฝ่ายวิญญาณเพื่อจะต่อสู้กับศัตรูที่มองไม่เห็นได้ (อฟ.6:10-18)

เราสามารถมีชัยชนะโดยยุทธวิธีต่างๆ เช่น การอธิษฐาน หรือการใช้พระคำของพระเจ้า แต่ยังมีศาสตราวุธที่มีพลังประการหนึ่งที่ทำให้เรามีชัยชนะได้คือ “การสรรเสริญ”

พระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมทำให้เราเห็นภาพของการเกี่ยวข้องกัน ระหว่างสงครามกับการสรรเสริญ เช่น อพย.15:1  --  เราพบว่าโมเสสประจักษ์แจ้งว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งสงคราม   “ขณะนั้นโมเสสกับชนชาติอิสราเอลร้องเพลงบทนี้  ถวายพระเจ้าว่า  "ข้าพเจ้าจะร้องเพลงถวายพระเจ้า  เพราะพระองค์ทรงได้ชัยชนะอย่างใหญ่หลวง  พระองค์ทรงกวาดม้าและพลม้าลงในทะเล”

อพย.15:3  --  บอกว่าพระองค์ทรงเป็นนักรบ  “พระเจ้าทรงเป็นนักรบ  พระนามของพระองค์คือ  พระเยโฮวาห์”

โยชูวาก็มีประสบการณ์เช่นนั้นเหมือนกัน  (ยชว.5:13-14  13 เมื่อโยชูวาอยู่ข้างเมืองเยรีโคท่านก็เงยหน้าขึ้นมองดู  เห็นชายคนหนึ่งชักดาบออกมาถือยืนอยู่ตรงหน้าท่าน  โยชูวาเข้าไปหาชายนั้น  กล่าวแก่เขาว่า  "ท่านอยู่ฝ่ายเราหรืออยู่ฝ่ายศัตรู"  14  ผู้นั้นจึงตอบว่า  "มิใช่  ที่เรามานี้ก็มาเป็นจอมพลโยธาของพระเจ้า"  ฝ่ายโยชูวาก็กราบลงถึงดินนมัสการแล้วถามว่า  "เจ้านายของข้าพเจ้าท่านจะให้ผู้รับใช้ของท่านกระทำอะไร")

เยโฮชาฟัทมีประสบการณ์ชัดเจนมากเช่นกันใน 2 พศด.20 เมื่อท่านไม่สามารถมีกำลังเพียงพอที่จะต่อสู้กับศัตรูในสงคราม ท่านหันหน้าไปหาพระเจ้า  2 พศด.20:15  --  บอกว่าพระเจ้าจะทรงรับภาระในสงครามนี้เอง “และเขาได้พูดว่า  "ยูดาห์ทั้งปวงและชาวเยรูซาเล็มทั้งหลายกับกษัตริย์เยโฮชาฟัท  ขอจงฟัง  พระเจ้าตรัสดังนี้แก่ท่านทั้งหลายว่า  "อย่ากลัวเลย  และอย่าท้อถอยด้วยคนหมู่มหึมานี้เลย  เพราะว่าการสงครามนั้นไม่ใช่ของท่าน  แต่เป็นของพระเจ้า”

ผู้เผยพระวจนะยาฮาซีเอลโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ท่านได้หนุนใจประชาชนว่าไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปสู้รบในสงครามเลย แต่พระเจ้าจะทรงออกรบแทน 2 พศด.20:17 “ ไม่จำเป็นที่ท่านจะต้องสู้รบในสงครามครั้งนี้  โอ  ยูดาห์  และเยรูซาเล็ม  จงเข้าประจำที่  ยืนนิ่งอยู่และดูชัยชนะของพระเจ้า เพื่อท่าน  อย่ากลัวเลยอย่าท้อถอย  พรุ่งนี้จงออกไปสู้กับเขาและพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน" กษัตริย์ได้เชื่อฟังพระเจ้า พระองค์ไม่ได้จัดกองทัพทหาร แต่มองหากลุ่มคนที่จะสรรเสริญ

2 พศด.20:21  และเมื่อพระองค์ได้ปรึกษากับประชาชนแล้ว  พระองค์ได้ทรงแต่งตั้งบรรดาผู้ที่จะร้องเพลงถวายพระเจ้า  และแต่งกายด้วยเครื่องบริสุทธิ์สรรเสริญพระองค์  ขณะเมื่อเขาเดินออกไปหน้าศัตรู  และว่า  "จงถวายโมทนาแด่พระเจ้า  เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงอยู่เป็นนิตย์"

ข้อ 22-25 การสงครามก็ยุติลง พระเจ้าเป็นฝ่ายชนะ และอิสราเอลก็ได้รับชัยชนะด้วยโดยไม่ต้องออกไปทำสงครามแต่อย่างใด ในสงครามฝ่ายวิญญาณ คนของพระเจ้าไม่ใช่อยู่เฉยๆ นั่งดู แต่ทำสิ่งหนึ่งคือ ”สรรเสริญ” เนื้อหาการสรรเสริญไม่ได้อยู่ที่การเรียกไฟมาจากฟ้า แต่บ่งบอกถึงความมั่นใจในความรักของพระเจ้า พูดถึงพระลักษณะของพระเจ้า  ข้อ 21  “จงถวายโมทนาแด่พระเจ้า  เพราะความรักมั่นคงขอพระองค์ดำรงเป็นนิตย์”  สองสิ่งที่พวกเขาสนใจคือ ขอบพระคุณพระเจ้าซึ่งเป็นพระราชกิจ และมั่นใจในความรักมั่นคงของพระเจ้าซึ่งเป็นพระลักษณะของพระองค์ สายตาของเขาไม่ได้มองที่ขนาดของสงครามแต่มองที่พระเจ้า ให้ความสนใจพระเจ้าและพระลักษณะของพระองค์

อ.เปาโลกับสิลาสก็มีประสบการณ์เช่นนี้เหมือนกัน  กจ.16:16-26  ท่านทั้งสองไม่ได้อธิษฐานขอให้พระเจ้านำออกไปจากคุก หรือช่วยเรื่องความเจ็บปวดที่ถูกเฆี่ยน ถูกทรมาน และไม่ได้รับความยุติธรรม  แต่ทั้งสองท่านร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า
ข้อ 25  --  เนื้อหาของบทเพลง  --  “ประมาณเที่ยงคืน เปาโลกับสิลาสก็อธิษฐานและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้า นักโทษทั้งหลายในคุกก็ฟังอยู่”  --  ในภาษากรีกคือ เพลง Hymn

ข้อ 26  --  ผลของการสรรเสริญ  --  “ในทันใดนั้น  เกิดแผ่นดินไหวใหญ่จนรากคุกสะเทือนสะท้าน  และประตูคุกเปิดหมดทุกบาน  เครื่องจำจองก็หลุดจากเขาสิ้นทุกคน”

การสรรเสริญมีผลในการเขย่าสถานการณ์สิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนแปลงสถานะของเรา จากทาสให้เป็นไท  จากถูกจำจองให้มีอิสระภาพ  และนำคนมาเชื่อพระเจ้าในที่สุด   ข้อ 30-33  30  และพาท่านทั้งสองออกมาแล้วว่า  "ท่านเจ้าข้า  ข้าพเจ้าจะต้องทำอย่างไรจึงจะรอดได้"  31 เปาโลกับสิลาสจึงกล่าวว่า  "จงเชื่อและวางใจในพระเยซูเจ้า  และท่านจะรอดได้ทั้งครอบครัวของท่านด้วย"  32 ท่านทั้งสองจึงกล่าวสั่งสอนพระวจนะของพระเจ้า  ให้นายคุกและคนทั้งปวงที่อยู่ในบ้านของเขาฟัง  33 ในกลางคืนชั่วโมงเดียวกันนั้นเอง  นายคุกจึงพาเปาโลกับสิลาสไปล้างแผลที่ถูกเฆี่ยน  และในขณะนั้น  นายคุกก็ได้รับบัพติศมาพร้อมทั้งครัวเรือนของเขา

การสรรเสริญมีผลต่อคนรอบข้างที่ฟังอยู่ด้วย ข้อ 25-26 “ในทันใดนั้นเกิดแผ่นดินไหวใหญ่จนรากคุกสะเทือนสะท้าน  และประตูคุกเปิดหมดทุกบาน เครื่องจำจองก็หลุดจากเขาสิ้นทุกคน” ซึ่งนักโทษก็ฟังอยู่  ในภาษากรีกไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าเป็นเพลงไพเราะ แต่ให้ความคิดในเชิงเนื้อหาบ่งบอกถึงพระเจ้า และพวกเขาทุกคนก็เป็นอิสระจากการจำจองด้วย

การสรรเสริญของคนที่เชื่อในพระเจ้ามีผลต่อชีวิตทั้งตนเองและผู้อื่นรอบข้าง พระเจ้าทรงตอบสนองต่อการสรรเสริญของเขาอย่างอัศจรรย์

พระลักษณะพระเจ้า

1.       ทรงพระชนม์อยู่ตลอดนิรันดร์

- ปฐก.21:33   อับราฮัมปลูกต้นแทมริสก์ไว้ที่เบเออร์เชบาและนมัสการออกพระนามพระเยโฮวาห์ พระเจ้านิรันดร์ที่นั่น
- อสย.40:28  ท่านไม่เคยรู้หรือ ท่านไม่เคยได้ยินหรือพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าเนืองนิตย์  คือพระผู้สร้างที่สุดปลายแผ่นดินโลก พระองค์มิได้ทรงอ่อนเปลี้ย  หรือเหน็ดเหนื่อย  ความเข้าพระทัยของพระองค์ก็เหลือที่จะหยั่งรู้ได้

- ฮบก.1:12  ข้าแต่พระเยโฮวาห์  พระเจ้าของข้าพระองค์  องค์ผู้บริสุทธิ์ของข้าพระองค์  พระองค์มิได้ดำรงมาแต่นิรันดรดอกหรือ  ข้าพระองค์ทั้งหลายจะไม่ตาย  ข้าแต่พระเจ้า  พระองค์ทรงสถาปนาเขาไว้เพื่อแก่การพิพากษา  โอพระศิลา  {ภาพพจน์ หมายถึง  พระเจ้า}  พระองค์ทรงตั้งเขาไว้เพื่อแก่การตีสอน

- สดด.90:2   ก่อนที่ภูเขาทั้งหลายเกิดขึ้นมา ก่อนที่พระองค์ทรงให้กำเนิดแผ่นดินโลกและพิภพ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล

- สดด.90:4   เพราะพันปีในสายพระเนตรของพระองค์ เป็นเหมือนวานนี้ซึ่งผ่านไปแล้ว หรือเหมือนยามเดียวในกลางคืน

- สดด.102:24-27  24 ข้าพเจ้าว่า  "ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์  ขออย่าทรงนำข้าพระองค์ไปเสีย  ในกึ่งกลางวันเวลาของข้าพระองค์  พระองค์  ผู้ปีเดือนดำรงอยู่ตลอดทุกชั่วชาตพันธุ์" 25 เมื่อเดิมพระองค์ทรงวางรากฐานของแผ่นดินโลกและ ฟ้าสวรรค์เป็นพระหัตถกิจของพระองค์ 26 สิ่งเหล่านี้จะพินาศ  แต่พระองค์จะทรงดำรงอยู่  สิ่งเหล่านี้จะเก่าไปเหมือนเครื่องนุ่งห่ม  พระองค์ทรงเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้เหมือนเสื้อผ้า  แล้วมันก็สิ้นไป 27 แต่พระองค์ยังคงเดิม  และปีเดือนของพระองค์ไม่สิ้นสุด

- อสย.57:15  องค์ผู้สูงเด่น คือผู้อยู่ในนิรันดร์กาล  ผู้ทรงพระนามว่าบริสุทธิ์  ตรัสดังนี้ว่า  "เราอยู่ในที่ที่สูงและบริสุทธิ์  และอยู่กับผู้ที่มีจิตใจสำนึกผิดและถ่อม  เพื่อจะรื้อฟื้นจิตใจของผู้ใจถ่อม  และรื้อฟื้นใจของผู้สำนึกผิด

- รม.1:20   ตั้งแต่เริ่มสร้างโลกมาแล้ว สภาพที่ไม่ปรากฏของพระเจ้านั้น คือฤทธานุภาพอันถาวรและเทวสภาพของพระองค์ ก็ได้ปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่ระองค์ได้ทรงสร้าง ฉะนั้นเขาทั้งหลายจึงไม่มีข้อแก้ตัวเลย

2.       พระองค์ไม่ทรงเปลี่ยนแปลง

- มลค.3:6  เพราะว่าเราคือพระเจ้าไม่มีผันแปร โอ  บุตรยาโคบเอ๋ย  เจ้าทั้งหลายจึงไม่ถูกเผาผลาญหมด

- ยก.1:17  ของประทานอันดีทุกอย่าง และของประทานอันเลิศทุกอย่างย่อมมาจากเบื้องบน  และส่งลงมาจากพระบิดาแห่งบรรดาดวงสว่าง  ในพระบิดาไม่มีการแปรปรวน  หรือไม่มีเงาอันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลง

- 1 ซมอ.15:29   และผู้ทรงเป็นกำลังของอิสราเอลจะไม่มุสาหรือกลับใจ เพราะว่าพระองค์หาใช่มนุษย์ที่จะกลับใจไม่"

- ฮบ.6:17 ฉะนั้นเมื่อพระเจ้าทรงประสงค์จะแสดงให้บรรดาผู้ที่ได้รับพระสัญญาเป็นมรดกรู้แน่ยิ่งขึ้นว่า พระดำริของพระองค์จะไม่เปลี่ยนแปลง พระองค์จึงได้ทรงยืนยันพระสัญญานั้นด้วยคำสาบาน

- กดว.23:19   พระเจ้ามิใช่มนุษย์จึงมิได้มุสา และมิได้เป็นบุตรของมนุษย์จึงไม่ต้องกลับใจ ที่พระองค์ตรัสไปแล้ว พระองค์ก็จะมิทรงกระทำตามหรือ ที่พระองค์ทรงลั่นวาจาแล้ว จะไม่ทรงกระทำให้สำเร็จหรือ  พระเจ้าไม่ทรงเปลี่ยนแปลง  คำปรึกษา  พระประสงค์  และพระลักษณะไม่ทรงเปลี่ยนแปลง

3.       พระองค์ดำรงพระชนม์ในพระองค์เอง ไม่มีใครสร้างพระองค์   ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งใด ๆ

- ยน.5:26  เพราะว่าพระบิดาทรงมีชีวิตในพระองค์เองฉันใด พระองค์ก็ได้ทรงประทานให้พระบุตรมีชีวิตในพระองค์ฉันนั้น

- กจ.17:24-28  24   พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น  พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก  มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้  25 พระองค์มิจำต้องให้มือมนุษย์มาปรนนิบัติ  ดังว่ามีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด  เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจ  และสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก 26 พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติ  สืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพิภพโลก  และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่ 27 เพื่อเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะคลำหาให้พบพระองค์  ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย  28  ด้วยว่า  "เรามีชีวิต  และไหวตัว  และเป็นอยู่ในพระองค์"  ตามที่กวีบางคนในพวกท่านได้กล่าวว่า  "แท้จริงเราทั้งหลายเป็นเชื้อสายของพระองค์"

4.       ทรงสถิตอยู่ทุกหนแห่งในเวลาเดียวกัน

- สดด.139:7-10  7 ข้าพระองค์จะไปไหน  ให้พ้นพระวิญญาณของพระองค์ได้  หรือข้าพระองค์จะหนีไปไหนให้พ้นพระพักตร์ของพระองค์ 8 ถ้าข้าพระองค์ขึ้นไปยังสวรรค์  พระองค์ทรงสถิตที่นั่น  ถ้าข้าพระองค์จะทำที่นอนไว้ในแดนผู้ตายพระองค์ทรงสถิตที่นั่น  9 ถ้าข้าพระองค์จะติดปีกแสงอรุณ  และอาศัยอยู่ที่ส่วนของทะเลไกลโพ้น 10 แม้ถึงที่นั่นพระหัตถ์ของพระองค์จะนำข้าพระองค์และพระหัตถ์ขวาของพระองค์จะยึดข้าพระองค์ไว้

- ยรม.23:23-24    23   "พระเจ้าตรัสว่า เราเป็นพระเจ้าใกล้แค่คืบ มิใช่พระเจ้าที่อยู่ไกลด้วยดอกหรือ   24   พระเจ้าตรัสว่า คนใดจะซ่อนจากเราไปอยู่ในที่ลับเพื่อเราจะมิได้เห็นเขาได้หรือ พระเจ้าตรัสว่าเรามิได้อยู่เต็มฟ้าสวรรค์และโลกดอกหรือ

- กจ.17:24-28   24   พระเจ้าผู้ทรงสร้างโลกกับสิ่งทั้งปวงที่มีอยู่ในนั้น  พระองค์ทรงเป็นเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก  มิได้ทรงสถิตในปูชนียสถานซึ่งมือมนุษย์ได้กระทำไว้   25   พระองค์มิจำต้องให้มือมนุษย์มาปรนนิบัติ  ดังว่ามีความต้องการสิ่งหนึ่งสิ่งใด  เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจ  และสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก   26   พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติ  สืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพิภพโลก  และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่  27 เพื่อเขาจะได้แสวงหาพระเจ้าและมุ่งหวังจะคลำหาให้พบพระองค์  ที่จริงพระองค์มิทรงอยู่ห่างไกลจากเราทุกคนเลย  28 ด้วยว่า  "เรามีชีวิต  และไหวตัว  และเป็นอยู่ในพระองค์"  ตามที่กวีบางคนในพวกท่านได้กล่าวว่า  "แท้จริงเราทั้งหลายเป็นเชื้อสายของพระองค์"
- อสย.57:15  องค์ผู้สูงเด่น  คือผู้อยู่ในนิรันดร์กาล  ผู้ทรงพระนามว่าบริสุทธิ์  ตรัสดังนี้ว่า  "เราอยู่ในที่ที่สูงและบริสุทธิ์  และอยู่กับผู้ที่มีจิตใจสำนึกผิดและถ่อม  เพื่อจะรื้อฟื้นจิตใจของผู้ใจถ่อม  และรื้อฟื้นใจของผู้สำนึกผิด

- ยน.14:28  ท่านได้ยินเรากล่าวแก่ท่านว่า  "เราจะจากไปและจะกลับมาหาท่าน"  ถ้าท่านรักเรา  ท่านก็จะชื่นชมยินดีที่เราไปหาพระบิดา  เพราะพระบิดาทรงเป็นใหญ่กว่าเรา

- ยน.20:17   พระเยซูตรัสกับเธอว่า  "อย่าหน่วงเหนี่ยวเราไว้  เพราะเรายังมิได้ขึ้นไปหาพระบิดาของเรา  แต่จงไปหาพวกพี่น้องของเราและบอกเขาว่า  เราจะขึ้นไปหาพระบิดาของเรา  และพระบิดาของท่านทั้งหลาย  ไปหาพระเจ้าของเราและพระเจ้าของท่านทั้งหลาย"

- อฟ.1:20   ซึ่งพระองค์ได้ทรงกระทำในพระคริสต์  เมื่อทรงชุบให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย  และให้สถิตเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ในสวรรคสถาน

- วว.21:2  ข้าพเจ้าได้เห็นวิสุทธนคร  คือนครเยรูซาเล็มใหม่  เลื่อนลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า  นครนี้ได้จัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว  เหมือนอย่างเจ้าสาวแต่งตัวไว้สำหรับสามี

- วว.21:3   ข้าพเจ้าได้ยินเสียงดังมาจากพระที่นั่งว่า  "ดูเถิดพลับพลาของพระเจ้าอยู่กับมนุษย์แล้ว  พระองค์จะทรงสถิตกับเขา  เขาจะเป็นชนชาติของพระองค์  และพระเจ้าเองจะประทับอยู่กับเขา  {สำเนาต้นฉบับบางฉบับเพิ่มคำว่า  และจะทรงเป็นพระเจ้า}

- วว.21:10  ท่านได้นำข้าพเจ้าโดยพระวิญญาณขึ้นไปบนภูเขาสูงใหญ่  และได้สำแดงให้ข้าพเจ้าเห็นนครบริสุทธิ์  คือเยรูซาเล็มซึ่งกำลังลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า

5.       พระลักษณะของพระเจ้า

5.1   ทรงเป็นพระผู้สร้าง
ปฐก.1:1  ในปฐมกาลพระเจ้าทรงเนรมิตสร้าง  {หรือ  เมื่อพระเจ้าทรงเริ่มเนรมิตสร้าง}  ฟ้าและแผ่นดิน
ยน.1:1-3   1 ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่  และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า  และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า  2 ในปฐมกาลพระองค์ทรงดำรงอยู่กับพระเจ้า  3  พระเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ  ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น  ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระวาทะ

5.2   ทรงปกครองและดูแล
มธ.6:26   จงดูนกในอากาศ  มันมิได้หว่าน  มิได้เกี่ยว  มิได้ส่ำสมไว้ในยุ้งฉาง  แต่พระบิดาของท่านทั้งหลาย  ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงเลี้ยงนกไว้  ท่านทั้งหลายมิประเสริฐกว่านกหรือ

มธ.6:28-30  28   ท่านกระวนกระวายถึงเครื่องนุ่งห่มทำไม  จงพิจารณาดอกไม้ที่ทุ่งนาว่า  มันงอกงามเจริญขึ้นได้อย่างไร  มันไม่ทำงานมันไม่ปั่นด้าย   29   แต่เราบอกท่านทั้งหลายว่ากษัตริย์ซาโลมอนเมื่อบริบูรณ์ด้วยสง่าราศี  ก็มิได้ทรงเครื่องงามเท่าดอกไม้นี้ดอกหนึ่ง   30   แม้ว่าพระเจ้าทรงตกแต่งหญ้าที่ทุ่งนาอย่างนั้น  ซึ่งเป็นอยู่วันนี้และรุ่งขึ้นต้องทิ้งในเตาไฟ  โอ  ผู้มีความเชื่อน้อย  พระองค์จะไม่ทรงตกแต่งท่านมากยิ่งกว่านั้นหรือ

มธ.10:29-30   29  นกกระจาบสองตัวเขาขายบาทหนึ่งมิใช่หรือ  แต่ถ้าพระบิดาของท่านไม่ทรงเห็นชอบ  นกนั้นแม้สักตัวเดียวจะตกลงถึงดินก็ไม่ได้   30   ถึงผมของท่านทั้งหลาย  ก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น

รม.8:28   เรารู้ว่า  พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง  คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์  

6.       ทรงฤทธานุภาพ

ปฐก.18:14  มีสิ่งใดที่อัศจรรย์เกินฤทธิ์พระเจ้าจะทำได้  พอถึงเวลากำหนดเราจะกลับมาหาเจ้า  ฤดูนี้ปีหน้า  และซาราห์จะมีบุตรชายคนหนึ่ง

มธ.19:26  พระเยซูทอดพระเนตรดูพวกสาวก  และตรัสว่า  "ฝ่ายมนุษย์ก็เหลือกำลังที่จะทำได้  แต่พระเจ้าทรงกระทำให้สำเร็จได้ทุกสิ่ง"
สดด.33:6-9 6 โดยพระวจนะของพระเจ้า ฟ้าสวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้นมา กับบริวารทั้งปวง ก็ด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์ 7 พระองค์ทรงรวบรวมน้ำทะเลเหมือนอย่างทำนบ และทรงเก็บที่ลึกไว้ในคลัง 8 ให้แผ่นดินโลกทั้งสิ้นยำเกรงพระเจ้า ให้บรรดาชาวพิภพทั้งปวงยืนตะลึงพรึงเพริดต่อพระองค์ 9เพราะพระองค์ตรัส มันก็เกิดขึ้นมา พระองค์ทรงบัญชา มันก็ออกมา

สดด.107:25-29   25 เพราะพระองค์ทรงบัญชา  และทรงให้เกิดลมพายุซึ่งให้คลื่นทะเลกำเริบ 26  คนเหล่านั้นถูกซัดขึ้นไปสู่ท้องฟ้าและลงไปสู่ที่ลึก  ใจของเขาฝ่อไปในเหตุการร้ายของเขา 27 เขาถลาและโซเซไปอย่างคนเมา  และสิ้นปัญญาลง 28 แล้วในความยากลำบากของเขา  เมื่อเขาร้องทูลพระเจ้า  พระองค์ทรงช่วยนำเขาออกจากความทุกข์ใจของเขา 29 พระองค์ทรงกระทำให้พายุสงบลง  และคลื่นทะเลก็นิ่ง

ขอให้ท่านมั่นใจเถิดว่า ต่อไปนี้ท่านไม่ต้องกลัวสถานการณ์ใดๆ ของชีวิตอีกต่อไปแล้ว เพราะท่านรู้ว่าเคล็ดลับที่จะเผชิญกับมันด้วยศาสตราวุธฝ่ายวิญญาญนี้คือ “การสรรเสริญ”
จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด