|
|
การนมัสการ : ลำดับความสำคัญแรกสุดของมนุษย์
เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน
|
“คนเราเกิดมาทำไมและเพื่ออะไร” คำถามที่รบกวนจิตใจของคนมาตลอดทุกยุคทุกสมัย คำตอบสำหรับคำถามนี้คงมีหลากหลายแตกต่างกันไป บ้างก็ว่า เพื่อชดใช้หนี้กรรม บางคนก็ว่าเพื่อสืบทอดและรักษาเผ่าพันธุ์ไว้ นักธรรมตอบว่า เพื่อทำความดีและจรรโลงโลกให้งดงาม พระคัมภีร์ให้คำตอบอย่างชัดเจนว่า คนเราเกิดมาเพื่อนมัสการพระเจ้า
แม้ว่าพระคัมภีร์มิได้บ่งชี้อย่างตรงไปตรงมาถึงหน้าที่ของมนุษย์ในการนมัสการพระเจ้า แต่จากการสังเกตพระคัมภีร์ในหลายตอนทำให้เราสามารถกล่าวอย่างมั่นใจได้ว่า พระเจ้าประทานชีวิตให้กับมนุษย์นั้นก็เพื่อให้เขา “นมัสการ” พระองค์
จุดที่เราเห็นได้ชัดเจนในเรื่องนี้ก็คือ การที่พระเจ้าทรงประทานบัญญัติ 10 ประการให้กับคนอิสราเอลซึ่งเป็นประชากรพิเศษของพระองค์ ในสามข้อแรกเป็นคำสั่งที่เกี่ยวกับการนมัสการพระเจ้า ข้อที่หนึ่ง อย่ามีพระเจ้าอื่นต่อหน้าเรา ข้อที่สองทรงตรัสมิให้มีรูปเคารพ และข้อที่สามทรงสั่งให้เราเคารพพระนามพระเจ้า เป็นสามข้อเพื่อให้ศูนย์กลางในชีวิตของมนุษย์นั้นมีพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น (อพย.20:2-7)
พระเจ้าปรารถนาให้พระองค์เป็นศูนย์กลางในวิถีชีวิตของมนุษย์ มิใช่เพื่อพระองค์เอง แต่เพื่อมนุษย์จะมีสันติสุขที่แท้จริง เรามองเห็นได้ในอีกภาพหนึ่งคือการสร้างค่ายของคนอิสราเอลในถิ่นทุรกันดาร พระเจ้าทรงบัญชาให้จัดตั้งประชากรไว้สามเผ่าทางด้านเหนือ สามเผ่าทางด้านใต้ สามเผ่าทางด้านตะวันออก และอีกสามเผ่าอยู่ทางด้านตะวันตก และที่จุดศูนย์กลางของค่ายให้สร้างพลับพลาที่ประทับของพระเจ้าโดยให้วางพระที่นั่งกรุณาหรือหีบพันธสัญญาไว้ในห้องอภิวิสุทธิสถาน อันเล็งถึงการมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางชีวิตของชุมชน
คริสเตียนก็คืออิสราเอลในฝ่ายวิญญาณ อาจารย์เปาโลเขียนจดหมายถึงคริสตชนใน 1 ปต.2:9 ท่านบอกคริสตชนว่า พวกเขาเป็นปุโรหิต เป็นชนชาติบริสุทธิ์ เป็นคนของพระเจ้า เพื่อทำหน้าที่ในการประกาศพระบารมีของพระเจ้า นั่นคือการสรรเสริญและนมัสการ ดังนั้นคริสเตียนจึงมีงานประจำ เป็นงานสำคัญ คืองานสรรเสริญและนมัสการพระเจ้า
น่าเสียดายที่คริสเตียนจำนวนมากไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเองเท่าที่ควรจะเป็น ไม่ได้ให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางในชีวิตอย่างแท้จริง โดยยอมให้ หน้าที่การงานเป็น ศูนย์กลาง ครอบครัว การศึกษา โลก และสิ่งของในโลก รวมถึงเงินและทองตลอดจนความสะดวกสบายส่วนตน มาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของตน
การนมัสการเป็นสามัญสำนึกที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในจิตใจของมนุษย์ทุกคน และการนมัสการที่แท้จริงจำเป็นต้องมีการแสดงออกมาจากชีวิตของแต่ละคนที่นมัสการ มนุษย์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่โดยปราศจากการนมัสการได้ มนุษย์ถูกสร้างมาให้นมัสการเหมือนกับถูกสร้างมาให้หายใจ เราอาจกลั้นลมหายใจได้ระยะหนึ่งแต่ไม่สามารถกลั้นหายใจได้นานๆ ตลอดไป การนมัสการพระเจ้าก็เช่นเดียวกัน ภายในจิตใจของมนุษย์นั้นต้องการนมัสการพระเจ้า และจิตใจจะไม่สามารถสงบลงได้ ถ้าไม่ได้ทำหน้าที่และบทบาทของตนเองอย่างเหมาะสม
อีกประการหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าการนมัสการมีความสำคัญต่อมนุษย์ ก็โดยพิจารณาจากสิ่งที่ซาตานได้ทดลองพระเยซูประการสุดท้ายในถิ่นทุรกันดารก็คือ ชักชวนให้กราบลงนมัสการตัวของซาตาน (มธ.4:9) แม้แต่ซาตานยังรู้ว่า การนมัสการเป็นสิ่งสำคัญกับมนุษย์ และมันยังใช้กลยุทธนี้ทดลองมนุษย์ในทุกวันนี้อยู่ต่อไป และถ้ามันไม่สามารถทำให้ใครคนหนึ่งนมัสการมันได้ มันก็จะออกอุบายต่อไป เพื่อมิให้คนนั้นนมัสการพระเจ้าได้เหมือนกัน อาจจะเป็นปัญหาต่างๆ ในชีวิต ใส่ความเข้าใจผิดในน้ำพระทัยของพระเจ้าไว้ในคน ใส่การแตกแยก หรือแม้แค่ใส่กิจกรรมต่างๆ ในโบสถ์ให้มากๆ จนไม่มีเวลาที่จะนมัสการพระเจ้าได้ มีงานรัดตัวจนความสนใจของคนไม่ได้อยู่ที่พระเจ้า อยู่ที่การนมัสการพระองค์ เป็นความผิดพลาดไปจากน้ำพระทัยของพระเจ้า นี่คืออุบายของมัน
การนมัสการจึงเป็นลำดับความสำคัญแรกสุดของมนุษย์ ด้วยพระเจ้าทรงใส่ไว้แล้วในวิถีชีวิตของแต่ละคนแล้ว เราในฐานะที่เป็นคริสเตียน เป็นคนของพระเจ้า เราควรจะให้ความสำคัญกับชีวิตส่วนตัวของเราในการนมัสการพระเจ้า ทั้งเวลาส่วนตัวและเวลาส่วนรวมกับพี่น้องในคริสตจักร จงตระหนักความจริงไว้เสมอว่า ถ้าคุณยุ่งอยู่กับกิจกรรมเพื่อพระเจ้าของคุณ จนคุณไม่สามารถนมัสการพระเจ้าได้ คุณก็ยุ่งเกินไปเสียแล้ว
|