• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
การนมัสการ : ลำดับความสำคัญแรกสุดของมนุษย์ PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - เข้าใจการนมัสการ

การนมัสการ : ลำดับความสำคัญแรกสุดของมนุษย์


เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน


“คนเราเกิดมาทำไมและเพื่ออะไร”   คำถามที่รบกวนจิตใจของคนมาตลอดทุกยุคทุกสมัย   คำตอบสำหรับคำถามนี้คงมีหลากหลายแตกต่างกันไป  บ้างก็ว่า  เพื่อชดใช้หนี้กรรม  บางคนก็ว่าเพื่อสืบทอดและรักษาเผ่าพันธุ์ไว้  นักธรรมตอบว่า เพื่อทำความดีและจรรโลงโลกให้งดงาม  พระคัมภีร์ให้คำตอบอย่างชัดเจนว่า  คนเราเกิดมาเพื่อนมัสการพระเจ้า


แม้ว่าพระคัมภีร์มิได้บ่งชี้อย่างตรงไปตรงมาถึงหน้าที่ของมนุษย์ในการนมัสการพระเจ้า  แต่จากการสังเกตพระคัมภีร์ในหลายตอนทำให้เราสามารถกล่าวอย่างมั่นใจได้ว่า พระเจ้าประทานชีวิตให้กับมนุษย์นั้นก็เพื่อให้เขา “นมัสการ”  พระองค์


จุดที่เราเห็นได้ชัดเจนในเรื่องนี้ก็คือ  การที่พระเจ้าทรงประทานบัญญัติ  10  ประการให้กับคนอิสราเอลซึ่งเป็นประชากรพิเศษของพระองค์ ในสามข้อแรกเป็นคำสั่งที่เกี่ยวกับการนมัสการพระเจ้า ข้อที่หนึ่ง อย่ามีพระเจ้าอื่นต่อหน้าเรา  ข้อที่สองทรงตรัสมิให้มีรูปเคารพ  และข้อที่สามทรงสั่งให้เราเคารพพระนามพระเจ้า  เป็นสามข้อเพื่อให้ศูนย์กลางในชีวิตของมนุษย์นั้นมีพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น   (อพย.20:2-7)


พระเจ้าปรารถนาให้พระองค์เป็นศูนย์กลางในวิถีชีวิตของมนุษย์  มิใช่เพื่อพระองค์เอง แต่เพื่อมนุษย์จะมีสันติสุขที่แท้จริง เรามองเห็นได้ในอีกภาพหนึ่งคือการสร้างค่ายของคนอิสราเอลในถิ่นทุรกันดาร  พระเจ้าทรงบัญชาให้จัดตั้งประชากรไว้สามเผ่าทางด้านเหนือ  สามเผ่าทางด้านใต้  สามเผ่าทางด้านตะวันออก และอีกสามเผ่าอยู่ทางด้านตะวันตก  และที่จุดศูนย์กลางของค่ายให้สร้างพลับพลาที่ประทับของพระเจ้าโดยให้วางพระที่นั่งกรุณาหรือหีบพันธสัญญาไว้ในห้องอภิวิสุทธิสถาน  อันเล็งถึงการมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางชีวิตของชุมชน


คริสเตียนก็คืออิสราเอลในฝ่ายวิญญาณ   อาจารย์เปาโลเขียนจดหมายถึงคริสตชนใน  1 ปต.2:9  ท่านบอกคริสตชนว่า พวกเขาเป็นปุโรหิต  เป็นชนชาติบริสุทธิ์  เป็นคนของพระเจ้า  เพื่อทำหน้าที่ในการประกาศพระบารมีของพระเจ้า  นั่นคือการสรรเสริญและนมัสการ  ดังนั้นคริสเตียนจึงมีงานประจำ  เป็นงานสำคัญ  คืองานสรรเสริญและนมัสการพระเจ้า


น่าเสียดายที่คริสเตียนจำนวนมากไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเองเท่าที่ควรจะเป็น  ไม่ได้ให้พระเจ้าเป็นศูนย์กลางในชีวิตอย่างแท้จริง  โดยยอมให้  หน้าที่การงานเป็น ศูนย์กลาง  ครอบครัว  การศึกษา  โลก และสิ่งของในโลก  รวมถึงเงินและทองตลอดจนความสะดวกสบายส่วนตน  มาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของตน

การนมัสการเป็นสามัญสำนึกที่พระเจ้าทรงใส่ไว้ในจิตใจของมนุษย์ทุกคน  และการนมัสการที่แท้จริงจำเป็นต้องมีการแสดงออกมาจากชีวิตของแต่ละคนที่นมัสการ  มนุษย์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่โดยปราศจากการนมัสการได้  มนุษย์ถูกสร้างมาให้นมัสการเหมือนกับถูกสร้างมาให้หายใจ  เราอาจกลั้นลมหายใจได้ระยะหนึ่งแต่ไม่สามารถกลั้นหายใจได้นานๆ ตลอดไป  การนมัสการพระเจ้าก็เช่นเดียวกัน   ภายในจิตใจของมนุษย์นั้นต้องการนมัสการพระเจ้า  และจิตใจจะไม่สามารถสงบลงได้  ถ้าไม่ได้ทำหน้าที่และบทบาทของตนเองอย่างเหมาะสม


อีกประการหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าการนมัสการมีความสำคัญต่อมนุษย์  ก็โดยพิจารณาจากสิ่งที่ซาตานได้ทดลองพระเยซูประการสุดท้ายในถิ่นทุรกันดารก็คือ  ชักชวนให้กราบลงนมัสการตัวของซาตาน  (มธ.4:9)  แม้แต่ซาตานยังรู้ว่า การนมัสการเป็นสิ่งสำคัญกับมนุษย์ และมันยังใช้กลยุทธนี้ทดลองมนุษย์ในทุกวันนี้อยู่ต่อไป           และถ้ามันไม่สามารถทำให้ใครคนหนึ่งนมัสการมันได้ มันก็จะออกอุบายต่อไป เพื่อมิให้คนนั้นนมัสการพระเจ้าได้เหมือนกัน  อาจจะเป็นปัญหาต่างๆ ในชีวิต  ใส่ความเข้าใจผิดในน้ำพระทัยของพระเจ้าไว้ในคน  ใส่การแตกแยก  หรือแม้แค่ใส่กิจกรรมต่างๆ ในโบสถ์ให้มากๆ จนไม่มีเวลาที่จะนมัสการพระเจ้าได้  มีงานรัดตัวจนความสนใจของคนไม่ได้อยู่ที่พระเจ้า  อยู่ที่การนมัสการพระองค์  เป็นความผิดพลาดไปจากน้ำพระทัยของพระเจ้า  นี่คืออุบายของมัน


การนมัสการจึงเป็นลำดับความสำคัญแรกสุดของมนุษย์  ด้วยพระเจ้าทรงใส่ไว้แล้วในวิถีชีวิตของแต่ละคนแล้ว  เราในฐานะที่เป็นคริสเตียน  เป็นคนของพระเจ้า  เราควรจะให้ความสำคัญกับชีวิตส่วนตัวของเราในการนมัสการพระเจ้า  ทั้งเวลาส่วนตัวและเวลาส่วนรวมกับพี่น้องในคริสตจักร  จงตระหนักความจริงไว้เสมอว่า  ถ้าคุณยุ่งอยู่กับกิจกรรมเพื่อพระเจ้าของคุณ  จนคุณไม่สามารถนมัสการพระเจ้าได้  คุณก็ยุ่งเกินไปเสียแล้ว