• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
การนมัสการ : ความงดงามของพระเจ้าที่สามารถชำระล้างความคิดของเรา PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - เข้าใจการนมัสการ

การนมัสการ :   ความงดงามของพระเจ้า

ที่สามารถชำระล้างความคิดของเรา



ในกิจการ 2:25 ได้กล่าวว่า “เพราะกษัตริย์ดาวิดได้ทรงกล่าวถึงพระองค์ว่า "ข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าตรงหน้าข้าพเจ้าเสมอ เพราะว่าพระองค์ประทับที่มือขวาของข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะมิได้หวั่นไหว”  สิ่งที่น่าสนใจในประโยคนี้คือ “…ข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้า…”  กษัตริย์ดาวิดได้ ”เห็น” พระเจ้าอย่างที่เขาได้บรรยายไว้จริงๆ หรือ? มนุษย์สามารถเห็นพระเจ้าได้หรือ ?  ซึ่งแน่นอนไม่ได้เป็นเช่นนั้น    แต่เป็นเพราะว่ากษัตริย์ดาวิดเลือกที่จะยอมรับพระเจ้าในทุก ๆ ทางของชีวิต ดาวิดไม่หวาดกลัวแม้ว่าในสถานการณ์ที่ยากเข็ญในชีวิต พระองค์มีพระเจ้าที่สถิตเต็มอยู่ในจิตใจของพระองค์ และไม่มีช่องว่างเหลืออยู่สำหรับความสงสัยหรือความสิ้นหวังเลย  เราก็เช่นกันสามารถชำระล้างความคิดของเราโดยการจดจ่ออยู่ที่พระเจ้าของเรา


ในวัฒนธรรมของโลกตะวันตกในปัจจุบันนี้ มีความจำเป็นในการใช้ความคิด ในแง่ของการใช้จินตนาการเรียกได้ว่าน้อย  จนถึงน้อยที่สุด  โทรทัศน์หรือภาพยนต์ทำให้ความคิดหรือจินตนาการของเราถูกใช้น้อยลงไป  เราอยู่ในโลกของการใช้ภาคปฏิบัติมากกว่าใช้จินตนาการ  จนเกือบไม่มีช่องว่างเหลืออยู่สำหรับจินตนาการของเรา  เราสามารถมีประสบการณ์ในภาคปฏิบัติในเกือบจะทุก ๆ เรื่อง


คนส่วนใหญ่ใช้ความคิดหรือจินตนาการของพวกเขาโดยมีเหตุผลที่ไม่ถูกต้อง  พวกเขาคิดว่าการที่พวกเขาจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นั้น พวกเขาจำเป็นต้องมีเงินมากมายเหมือนกับบิล เกท เจ้าของไมโครซอฟ  พวกเขาคิดว่าจะเป็นการดีอย่างยิ่งหากพวกเขามีเสน่ห์ดึงดูดใจเหมือนกับดาราดังที่พวกเขาชื่นชอบ  พวกเขาสงสัยว่าจะเป็นอย่างไรหากได้แต่งงานกับใครบางคน  ที่เต็มไปด้วยรูปสมบัติและคุณสมบัติพร้อม  ทว่าความคิดในสิ่งที่เป็นความบาป ความละโมบ ตัณหา ความทะเยอทะยานอยากได้  สิ่งที่ผิดทั้งหมดนี้อยู่ในความคิดของมนุษย์ซึ่งกลายเป็นเรื่องธรรมดาซึ่งถูกละเลยไป


ความคิดเหล่านี้ได้ถูกแทรกซึมเข้าไปในคริสตจักร  แท้จริงคำว่า “นมัสการ” เป็นความสัมพันธ์มากกว่าเป็นความรู้และหลักเกณฑ์  เป็น “เพื่อนที่ใกล้ชิดสนิทสนม” มากกว่าเป็นนายที่ห่างไกล คนส่วนใหญ่ไม่ได้เอาความจริงตามพระคัมภีร์เติมเข้าไปในความคิดของตน  แต่กลับเอาความคิดแบบมนุษย์มาตีความหมายของความสัมพันธ์กับพระเจ้า


หากเราดูในพระธรรม ฟป.4:8  “ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย  ในที่สุดนี้ขอจงใคร่ครวญถึง สิ่งที่จริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ทรงคุณ คือถ้ามีสิ่งใดที่ล้ำเลิศ สิ่งใดที่ควรแก่การสรรเสริญ ก็ขอจงใคร่ครวญดู “


ข้อพระคัมภีร์ตอนนี้กำลังชี้ให้เห็นถึงสิ่งต่างๆ ที่สามารถอยู่ภายในจิตใจของเรา  คือการใช้ความคิดที่ถูกต้อง เช่น สิ่งที่จริง สิ่งที่น่านับถือ สิ่งที่ยุติธรรม สิ่งที่บริสุทธิ์ สิ่งที่น่ารัก สิ่งที่ทรงคุณ  คือถ้ามีสิ่งใดที่ล้ำเลิศ สิ่งใดที่ควรแก่การสรรเสริญ   อะไรคือ สิ่งเหล่านั้น  สิ่งนั้นคือ พระเจ้า อย่างแน่นอน  “…คิดถึงสิ่งเหล่านี้” หมายถึง การที่เราสามารถคิดถึงพระเจ้าได้


เมื่อเราเริ่มต้นที่จะใช้ความคิดที่พระเจ้าได้ให้ไว้ในการที่เราจะคิดถึงเกี่ยวกับพระเจ้า ความหยั่งรู้ของเราต่อพระองค์ก็จะถูกขยายวงมากขึ้น  เมื่อเราปลดปล่อยความคิดของเราที่จะมองพระเจ้าเป็นความจริงและน่านับถือและบริสุทธิ์และน่ารักและทรงคุณและดีเลิศและน่าสรรเสริญ  พระองค์จะเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดมากยิ่งกว่าการหยั่งรู้ที่ตื้นๆ, แบบธรรมดาวิสัยโลกที่เป็นธรรมชาติของเรา เมื่อเราไปไกลกว่าที่สมองของเราประเมินได้ถึงพระเจ้า หรือเพียงความ “ใกล้ชิดสนิทสนม” เราสามารถเริ่มต้นที่จะ “เห็น” อย่างแท้จริง ในความบริสุทธิ์ของพระองค์, ความยิ่งใหญ่และฤทธิ์อำนาจของพระองค์  บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับเราเช่นเดียวกับคนธรรมดา และต่อความคิดของเรา  เรากลายเป็นเหมือนพระองค์มากยิ่งขึ้น

“แต่เรารู้ว่าเมื่อพระองค์จะเสด็จมาปรากฏนั้น เราทั้งหลายจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะว่าเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระ-องค์ทรงเป็นอยู่นั้น”   1ยน.3:2ข.  ยิ่งเราได้รู้จักพระเจ้ามากเท่าไร เรายิ่งถูกทำให้ตระหนักว่าพระคัมภีร์ตอนนี้ไม่เพียงแต่เป็นพระสัญญาสำหรับในอนาคตเท่านั้น  แต่ว่าเป็นจริงและมีส่วนอยู่ในขณะนี้  ข้อความตอนนี้คือการชี้ให้เห็นถึงการกลับมาของพระเยซูครั้งที่สองอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามได้บอกเราอย่างชัดเจนจริงๆ ว่า เหตุผลที่เราจะเป็นเหมือนกับพระองค์เพราะว่า “เราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็น”  เมื่อเราได้เห็นพระองค์ เราจะถูกเปลี่ยนให้เหมือนพระองค์มากยิ่งขึ้น


จากประสบการณ์ของอิสยาห์ที่มองเห็นพระเจ้าในอิสยาห์ 6   ท่านจำคำของเขาได้หรือไม่ อิสยาห์ได้กล่าวว่า  “ข้าพเจ้าพินาศแล้ว”  นี่เป็นบางส่วนที่เกี่ยวกับการได้เห็นความงดงามของพระเจ้าที่แยกตัวเราออกมาให้เห็นชัดเจนและนำเรากลับเข้าไปด้วยกันอีกครั้ง  ซึ่งเป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน  สิ่งต่างๆ ได้ถูกเคลื่อนย้ายออกไปจากความคิดของเรา พร้อมกับความคิดของเราได้ถูกชำระแล้ว


ข้าพเจ้าไม่ต้องการที่จะพูดว่าการเข้ามาพบพระเจ้าเพียงครั้งเดียวนั้น ความคิดของท่านจะสมบูรณ์อย่างครบถ้วน    จากประสบการณ์ของข้าพเจ้าที่เกิดขึ้นนั้นยิ่งข้าพเจ้าเพ่งมองถึงความงดงามของพระเจ้ามากเท่าไร ข้าพเจ้ายิ่งได้รับการยืนยันในพระลักษณะของพระองค์มากเท่านั้น  “เราจะเป็นเหมือนพระองค์ เมื่อเราได้เห็นพระองค์”   เราจึงควรเติมกรอบความคิดของเราให้เต็มด้วยพระเจ้า เช่นเดียวกับดาวิดที่ไม่มีช่องว่างเหลืออยู่สำหรับสิ่งใดเลย


ในสังคมปัจจุบันของเรานั้นมีสิ่งที่เป็นศัตรูความคิดของเรามากมาย  พลังอำนาจของความชั่วร้าย ทั้งในรูปแบบของมนุษย์และวิญญาณชั่ว ปรารถนาที่จะครอบงำจิตใจของเรา  เราคงเคยได้ยินถึงคำที่กล่าวว่า จิตใจของเรานั้นเปรียบเหมือนคอมพิวเตอร์  ถ้าเราใส่สิ่งที่เป็นขยะลงไป มันก็จะนำเอาขยะออกมา  เมื่อเราจดจ่อจิตใจของเราบนความงดงามของพระเจ้า ความคิดอื่นๆ ก็เริ่มต้นเลือนออกไปจากใจเรา


ผู้เขียนหนังสือฮีบรูได้บอกเราถึง “หมายเอาพระเยซู…” ในฮีบรู12:2   เราสามารถที่จะเห็นพระเยซูด้วยตาของเราหรือไม่?   คำตอบที่เราจะได้คือ   ไม่   อย่างไรก็ตามเราสามารถจดจ่อความคิดของเราบนความงดงามของพระเจ้า  เราสามารถอธิษฐานอย่างดาวิดใน สดุดี 27 ได้ในคำอธิษฐานของเรา  “ข้าพเจ้าทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าจะเสาะแสวงหาเสมอ คือที่ข้าพเจ้าจะได้อยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า ตลอดวันเวลาชั่วชีวิตของข้าพเจ้า เพื่อจะดูความงามของพระเจ้า และเพื่อจะพินิจพิจารณาอยู่ในพระวิหารของพระองค์”


เราสามารถชำระล้างความคิดของเราโดยการเพ่งมองบนความงดงามของพระเจ้า  เมื่อเราทำเช่นนี้ เรากำลังมอบถวายความคิด จิตใจของเรา และพระองค์ทรงรับท่าทีง่ายๆ ในการนมัสการเช่นนี้