• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
การอธิษฐานกับงานปรนนิบัติรับใช้ด้านการนมัสการ PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - เข้าใจการนมัสการ

การอธิษฐานกับงานปรนนิบัติรับใช้ด้านการนมัสการ

เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน


ชีวิตของพระเยซูคริสต์ที่เกิดผลอย่างมากมายนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการใช้ชีวิตส่วนตัวกับพระเจ้าในการอธิษฐาน  ชีวิตที่อยู่ต่อหน้าผู้คนนั้นมาจากผลของชีวิตที่ใช้เวลากับพระเจ้าพระบิดาผู้ทรงอยู่เบื้องหลังการเกิดผลทั้งสิ้น

 

สาวกของพระเยซูคริสต์เคยขอให้พระองค์ทรงสอนให้พวกเขาอธิษฐาน อาจจะเป็นได้ที่พวกเขาเห็นพระองค์ทรงเกิดผลดีเสมอ และรู้ว่าที่เป็นเช่นนั้น คงมาจากการอธิษฐานนั่นเอง จึงทูลขอให้พระองค์ทรงสอนให้กับพวกเขาบ้าง น่าแปลกใจที่พวกเขาไม่ได้ขอให้พระองค์ทรงสอนเรื่องการวางมือรักษาโรค หรือทำการอัศจรรย์ต่าง ๆ และคงเป็นไปได้ที่เหล่าสาวกรู้ว่าการเกิดผลของพระองค์ในทุกด้านนั้น มาจากการอธิษฐานอย่างแน่นอน  จึงได้ทูลขอการแบ่งปันเรื่องการอธิษฐาน

 

บางครั้งชีวิตของคนเราสามารถมองเห็นดอกกุหลาบที่สวยงามในสวน  และยังส่งกลิ่นหอมชวนดมอีกด้วย แต่เรามองไม่เห็นถึงรากของกุหลาบอันเป็นเหตุให้ดอกกุหลาบดอกนั้นผลิดอกอกมาส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ เมื่อพระเจ้าทำงานผ่านทางชีวิตของคนก็เช่นกัน พระองค์ทรงทำงานในชีวิตของเขา และจึงค่อย ๆ ผ่านทางชีวิตออกไปสู่การเกิดผลต่อไป

 

การนมัสการก็เช่นเดียวกัน เราจำเป็นต้องใช้เวลากับพระเจ้าตลอดทั้งสัปดาห์ นมัสการพระองค์ รักษาความสดใหม่ในความสัมพันธ์กับพระองค์ไว้เสมอ เติบโตฝ่ายวิญญาณกับพระเจ้าอย่างต่อเนื่องมีเสถียรภาพ การนำนมัสการของเราจะเกิดผลดีอย่างเฉียบคมได้  แต่สิ่งที่ควรระมัดระวังก็คือ อย่าหลงในตัวเองว่า เราเป็นผู้ที่มีความสามารถ  มีประสบการณ์ที่จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการนำนมัสการได้ หรือแม้แต่การซ้อม การต้องเตรียมตัวพร้อมมาอย่างดี อย่าลืมว่าการนำนมัสการเป็นงานปรนนิบัติฝ่ายวิญญาณ เนื้อหนังจะมีผลเป็นพลังฝายวิญญาณได้อย่างไร เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำให้เกิดพลังอำนาจในการเคลื่อนไหวฝ่ายวิญญาณได้เพราะว่าพระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ ท่านจึงต้องปรนนิบัติพระเจ้าด้วยวิญญาณเช่นกัน ข้อนี้ผู้นำนมัสการไม่ควรลืมนะครับ

 

ทีมนมัสการควรเตรียมชีวิตในการอธิษฐานมาอย่างดีเยี่ยมก่อนการปรนนิบัติรับใช้ พระพรที่เกิดขึ้นในการรับใช้ด้านนี้มาจาก

1. การอธิษฐานอย่างเพียงพอ
2. ทุกคนตั้งใจถวายการปรนนิบัติเพื่อพระเจ้า มิใช่อวดความสามารของตนเอง
3. ตั้งใจจะทำให้เกิดผลอย่างดีเลิศ เพื่อที่ประชุมส่วนรวม
4. มีการวางแผน และการซ้อมมาเป็นอย่างดี

 

งานการนำนมัสการไม่อาจจะเกิดผลดีได้ และไม่เป็นพระพรฝ่ายวิญญาณ ต่อเมื่อ

1.   การอธิษฐานที่น้อยเกินไป ก็จะเกิดผลน้อยตามมาด้วย
2.   ทุกคนที่อยู่ทีมนมัสการต่างต้องการอวดความสามารถของตนเอง
3.   มีเรื่องบาดหมางกัน ไม่เข้าใจในทีมนมัสการ
4.   มีการซ้อมที่น้อยและไม่มีการเตรียมตัวมาก่อน

กษัตริย์ดาวิดทรงรู้ถึงผลของการเตรียมตัวก่อนการปรนนิบัติเป็นอย่างดี 1พศด.15:1 ดาวิดทรงสร้างพระราชวังของพระองค์ในนครดาวิด  และพระองค์ทรงเตรียมที่ไว้สำหรับหีบของพระเจ้าและทรงตั้งเต็นท์ไว้ให้ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมตัว เตรียมชีวิตมาเป็นอย่างดี ก่อนจะนำพวกเขาไปสู่ที่ประทับของพระเจ้า

 

การอธิษฐานกับงานด้านการนำนมัสการ

การอธิษฐานเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการนำนมัสการ มารซาตานทราบดีถึงพละอำนาจในการนมัสการพระเจ้าและงานของมาร คือ การหยุดการนมัสการไม่ให้เกิดขึ้น หรือทำให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด และวิธีก่อกวนที่สำคัญ คือ การรบกวนผู้นำนมัสการ เพราะถ้าผู้นำนมัสการถูกบั่นทอนเสียแล้ว คริสตจักรก็จะมิได้นมัสการอย่างจริงจัง เราเห็นภาพนี้จากพระคัมภีร์ ขณะที่ดาวิดกำลังเล่นดนตรีถวายซาอูลผู้ที่ถูกวิญญาณชั่วเข้าสิง ซาอูลพยายามหยุดยั้งดาวิดโดยการพุ่งหอกเข้าใส่หมายจะฆ่าดาวิดให้ตายหรือหมายจะหยุดการบรรเลงนั้นเสีย

 

1ซมอ.18:10 อยู่มาในวันรุ่งขึ้นวิญญาณชั่วจากพระเจ้าก็เข้าสิงซาอูล  ซาอูลก็ทรงเพ้ออยู่ในวังของพระองค์ดาวิดก็กำลังดีดพิณอย่างที่เธอเคยดีดถวายทุกวันมาซาอูลทรงถือหอกอยู่


1ซมอ.16:23 อยู่มาเมื่อวิญญาณชั่วจากพระเจ้ามาสิงซาอูลเมื่อไร  ดาวิดก็หยิบพิณใช้มือดีดถวายซาอูลก็ทรงชุ่มชื่นขึ้นและหายดี  และวิญญาณชั่วก็พรากจากพระองค์ไป


1ซมอ.18:11 และซาอูลก็ทรงพุ่งหอก  ด้วยนึกว่า  "ข้าจะปักดาวิดให้ติดกับผนังเสีย"  แต่ดาวิดก็หนีไปได้ถึงสองครั้ง


**  ดังนั้น ผู้นำนมัสการจึงควรระมัดระวังชีวิตและเตรียมพร้อมด้วยการอธิษฐานอย่างเพียงพอในการนำนมัสการ  **

 

1.   ผู้นำนมัสการควรอธิษฐานเผื่อตนเอง  การอธิษฐานขอการทรงชำระจากพระเจ้า

2พศด.5:11 และอยู่มาเมื่อปุโรหิตออกมาจากวิสุทธิสถาน  (เพราะปุโรหิตทั้งปวงผู้อยู่ที่นั่นได้ชำระตนให้บริสุทธิ์แล้วและไม่คำนึงถึงเวร


2พศด.29:15 เขาทั้งหลายรวบรวมพี่น้องของเขาและชำระตนให้บริสุทธิ์  และเข้าไปตามที่พระราชาได้ทรงบัญชาโดยพระวจนะของพระเจ้า  ให้ชำระพระนิเวศของพระเจ้าให้บริสุทธิ์


นหม.12:30 บรรดาปุโรหิตและคนเลวีได้ชำระตนให้บริสุทธิ์  และเขาทั้งหลายได้ชำระประชาชน และประตูเมืองกับกำแพงให้บริสุทธิ์

 

ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการนมัสการต้องชำระตัว  1ยน.1:9  ถ้าเราสารภาพบาปของเรา มิใช่เพียงคิดว่า เราผิดเราบาปหรือเปล่า แต่เราต้องพูดออกมาอธิษฐานออกมา  ขอการชำระและขอการยกโทษ ทุกเรื่องที่เรารู้สิกผิดให้เราพูดออกมาทั้งหมดขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสำแดงให้เราเห็นตัวเรา เพื่อจะได้รับการชำระให้สะอาดทั้งสิ้นในทุกเรื่องทุกกรณี จงแน่ใจว่าพระโลหิตของพระเยซูนั้นสามารถชำระบาปและการอธรรมของเราได้ทั้งสิ้น พระองค์ทรงเป็นสบู่ฝ่ายวิญญาณของเรา

 

2.   การอธิษฐานให้เรามีเสรีภาพ

การนำนมัสการนั้นเพื่อปรนนิบัติรับใช้อย่างปลอดโปร่ง ถ้าเรารู้สึกเครียดก่อนการนำนมัสการ จะทำให้เราถูกผูกมัดต่อหน้าที่ประชุม และถ้าเราถูกผูกมัด ที่ประชุมก็จะถูกผูกมัดเช่นกัน เราเป็นเช่นไรที่ประชุมก็เป็นเช่นนั้น ดังนั้น จงรับการปลดปล่อยเสียก่อนในทุกกรณี ถ่อมใจต่อพระเจ้ายอมจำนนต่อพระเจ้าในทุกกรณี ขอบคุณพระเจ้าทุกกรณีอย่าลืมว่าพระวิญญาณของพระเจ้าอยู่ที่ใด ที่นั่นมีเสรีภาพ ถ้าพระ-วิญญาณพระเจ้าครองครองชีวิตเรา เราก็มีเสรีภาพด้วย

 

3.   อธิษฐานในสิ่งที่เราคาดหวังอยากจะให้เกิดขึ้น

“ ท่านไม่ได้รับ เพราะท่านไม่ได้ขอ”  ยก.4:2 ท่านทั้งหลายอยากได้  แต่ไม่ได้  ท่านก็ฆ่ากัน  ท่านโลภแต่ไม่ได้  ท่านก็ทะเลาะและทำสงครามกัน ท่านไม่มีเพราะท่านไม่ได้ขอ
การขอเป็นการคาดหวัง ถ้าเรามิได้คาดหวังสิ่งใดเลย พระเจ้าก็ไม่สามารถทำตามสิ่งใดได้เลย เพราะเราก็จะไม่ได้ขอสิ่งใดเช่นกัน ในการที่เราจะนำที่ประชุมไปในหนทางใดก็ตาม เราเองจะต้องมีประสบการณ์ในทางนั้นเสียก่อน เราไม่สามารถนำผู้ใดไปในที่แห่งใดได้ ถ้าเราไม่เคยไปในที่แห่งนั้นมาก่อน จงจำไว้ว่า เราไม่สามารถทำให้ที่ประชุมไปไกลกว่าที่เราไปได้  ดังนั้น  จงรับประสบการณ์กับพระเจ้าในสิ่งที่เราจะนำนมัสการในแต่ละครั้งเสียก่อน ถ้าเรายังนำตนเองไม่ได้ เราจะนำที่ประชุมได้อย่างไร จงนมัสการพระเจ้าตามบทเพลงที่เราเตรียมไว้ ก่อนที่จะไปนำที่ประชุม สังเกตการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณ แก้ไขสิ่งที่สะดุด เปลี่ยนแปลงหากมีการติดขัดในช่วงใด และอธิษฐานขอให้ทุกสิ่งที่เราได้เตรียมนี้เกิดขึ้นในที่ประชุม สำหรับผู้เขียนเอง ถ้าเป็นได้อยากจะให้พระเจ้าเคลื่อนไหวและสำแดงมากกว่าขณะที่เตรียมไว้ทุกครั้ง

 

4.   อธิษฐานให้การนมัสการมีพลังมีอำนาจ

มีฤทธานุภาพของพระเจ้า อฟ.6:10  “สุดท้ายนี้ขอท่านจงมีกำลังขึ้นในองค์พระผู้เป็นเจ้า และในฤทธิ์เดชอันมหันต์ของพระองค์”  การเตรียมการนมัสการ หากเรารู้สึกว่าเราเตรียมดีแล้ว ครบถ้วน พร้อมแล้วทุกสิ่ง ไม่มีจุดอ่อนใด ๆ ความรู้สึกเช่นนี้จะเป็นอันตรายร้ายแรง เพราะจะเป็นการพึ่งพาตนเองและไว้ใจตนเองมากกว่าพระเจ้า เราไม่สามารถทำลายมารซาตานด้วยความสามารถของเราเอง เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่เราต้องพัฒนาทักษะเตรียมตัวให้พร้อม แต่พระเจ้ามักจะใช้ความอ่อนแอ และจุดอ่อนของเราในการต่อสู้มารซาตาน พระเจ้าจะไม่ใช้ความสามารถหรือจุดแข็ง เก่งกาจของเรา จงจำไว้ว่า มารซาตานนั้นเป็นวิญญาณ การต่อสู้กับมารต้องต่อสู้ด้วยฝ่ายวิญญาณเช่นกัน และพระเจ้าทรงเป็นผู้เตรียมศาสตราวุธให้เราเรียบร้อยแล้ว เป็นศาสตราวุธฝ่ายวิญญาณของเราในการต่อสู้มาร

 

5.   การอธิษฐานสำหรับที่ประชุมนมัสการ

“จงต่อสู้อย่างเต็มกำลังความเชื่อ” ( 1 ทธ. 6:12 จงต่อสู้อย่างเต็มกำลังความเชื่อ  จงยึดชีวิตนิรันดร์ไว้ซึ่งพระเจ้าทรงเรียกให้ท่านรับ  ในเมื่อท่านได้รับเชื่ออย่างดีต่อหน้าพยานหลายคน)คริสเตียนส่วนใหญ่มักจะอธิษฐานเผื่อสิ่งต่างๆ เสมอ ก่อนที่สิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้น หากแต่ไม่คอยได้นำหลักการนี้มาใช้นมัสการในแต่ละสัปดาห์ การนมัสการของเรานั้นแท้จริงเราก็คาดหวังไม่ได้เลยว่าอะไรจะเกิดขึ้น มันไกลกว่าที่เราจะคาดคิดได้ เนื่องจากมารมักจะเข้ามามีส่วนอยู่เสมอ มธ.4:10  พระเยซูจึงตรัสตอบว่า  "อ้ายซาตาน  จงไปเสียให้พ้น  เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า  จงกราบนมัสการพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของท่าน  และปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว ยก.4:7  เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงน้อมใจยอมฟังพระเจ้า  จงต่อสู้กับมารและมันจะหนีท่านไป มันสามารถไปที่ใดก็ได้  แม้ท่ามกลางบรรยากาศนมัสการของเรา มันพยายามที่จะสร้างปัญหาในระหว่างบรรยากาศการนมัสการ เมื่อผู้คนในที่ประชุมได้รับการแตะต้องจากพระเจ้า เช่น ทำให้เกิดความสงสัย หรือบางครั้งก็ทำให้เกิดการขัดขวาง การต่อต้านในความคิดหรือความรู้สึก ทำให้ไม่สามารถจะนมัสการพระเจ้าได้ หรือไม่ก็เข้ามารบกวนด้วยประการต่าง ๆ ซึ่งมันไม่เคยพลาดในสิ่งเหล่านี้เลย

 

ถ้าการอธิษฐานของเราเป็นเพียงพิธีที่ทำเป็นกิจวัตร เราก็ไม่น่าแปลกใจที่เราจะไม่เคยพบประสบการณ์การปลดปล่อยจากพระเจ้า ดังนั้น การอธิษฐานของเราต้องการความกระตือรือร้น เหมือนกับถังดับเพลิงที่พุ่งอย่างรุนแรง อย่าให้เป็นเหมือนกับปืนฉีดน้ำที่ไม่สามารถจะดับไฟกองโตได้ จงอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงเคลื่อนไหวท่ามกลางบรรยากาศของการนมัสการด้วยการเจิมจากพระวิญญาณบริสุทธิ์  ชัยชนะนั้นจำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อนการประชุม มันค่อนข้างจะสายเกินไป ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นในระหว่างการประชุมนมัสการ หมายความว่า เราควรอธิษฐานอย่างหนักก่อนการนมัสการ อย่างไรก็ตาม จงจำไว้ว่า เมื่อเราเข้ามาเฝ้าพระเจ้านั้น เราให้ความสำคัญกับพระเจ้าทั้งความคิดและความสนใจของเรามากที่สุด และสนใจมารน้อยที่สุด

 

จงให้ความสนใจกับ ที่ประชุมให้มากขณะอธิษฐาน จงอธิษฐานเผื่อพวกเขาให้มากกว่าอธิษฐานเผื่อตัวเอง อย่าวิตกกังวลว่าที่ประชุมจะชอบเพลงที่เราเลือกหรือไม่ จงอธิษฐานให้ที่ประชุมรับการปลดปล่อยจากพระเจ้าดีกว่า เพราะแต่ละคนมาโบสถ์ด้วยความคิดที่แตกต่างกันไป บางคนมาเพื่อจะสนทนากับเพื่อนพี่น้อง บางคนมาเพื่อจะสนทนาเรื่องละครทีวีที่เพิ่งดูมาเมื่อคืน  ดังนั้น ขณะที่อธิษฐานควรจะขอให้พระเจ้าช่วยเข้าไปจัดการเอาโคลนชีวิตออกจากเขา ก่อนที่เขาจะเข้านมัสการพระเจ้า และให้พระเจ้าทรงสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่าให้กับเขาแทนสิ่งเก่าที่ติดค้างในใจ  จงอธิษฐานให้ใจของเขาได้รับการสัมผัสจากพระเจ้า ให้ใจเขาเปิดออก เพื่อพระเจ้าจะเคลื่อนเข้าไปในใจเขา จงอธิษฐานให้ใจเขาหิวกระหายพระเจ้า และให้เขาได้รับอย่างอิ่มบริบูรณ์ จงอธิษฐานเผื่อใจที่ชอกช้ำ ให้เขาได้รับการสัมผัสพระเจ้าว่า พระองค์ไม่ทรงลืมหรือทอดทิ้งเขา เหมือนอย่างไม้อ้อที่ช้ำแล้วพระองค์ก็ไม่ทรงหัก และอธิษฐานเผื่อใจที่ขาดสัมพันธภาพกับพระเจ้าให้รับความแปลบปลาบใจ จงอธิษฐานเผื่อคนที่รักและปรารถนาพระเจ้าอยู่แล้ว  ให้เขานั้นได้ดื่มด่ำลึกซึ้งมากขึ้นกับพระองค์ และให้ใจเขาได้รับการเติมเต็มจากความรักของพระเจ้า อธิษฐานเผื่อใจขมขื่นให้ได้รับการล้างชำระอย่างสะอาดจากพระเจ้า และรับใจใหม่ และอธิษฐานสำหรับคนที่มีใจว่างเปล่า ให้รับการเติมเต็มบริบูรณ์จากพระเจ้าเช่นกัน

 

สำหรับผมเอง ผมอธิษฐานเสมอทุกครั้งว่า เมื่อผมนำนมัสการ ขอให้เพลงทุกเพลงที่ผมใช้นมัสการนั้นจะสัมผัสลึกๆ ในใจของที่ประชุม ขอให้เพลงเหล่านั้นเป็นจริงในชีวิตของพวกเขา เมื่อผมใช้เพลง “ฉันจะร้องเพลงถึงความรักของพระเจ้า”  ผมอธิษฐานว่า “ขอพระเจ้าทรงโปรดเคลื่อนไหวในใจของพวกเขาให้เขาสามารถเทความปรารถนาออกมาได้อย่างนั้นจริงๆ หรือเมื่อผมใช้เพลง “ในพระนามพระ-เยซู”  ผมอธิษฐานว่า ขอพระเจ้าทรงโปรดประทานความศักดิ์สิทธิ์แห่งพระนามของพระองค์ในเวลานั้น ขอพระเจ้าเคลื่อนไหวให้มีชัยชนะในใจของคน อย่างเพลงที่พวกเขาได้ร้องออกมา

 

อีกประการหนึ่งที่ผู้นำนมัสการควรอธิษฐานขออย่างยิ่งคือ ขอพระเจ้าทรงเปิดใจของคนที่มาในที่ประชุมเป็นครั้งแรก เพราะพวกเขาอาจจะตื่นกลัวหรือระมัดระวังตนเองมาก  จนขาดใจที่สามารถสัมผัสพระเจ้าได้ จงอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงประทานพระคุณกับคนเหล่านั้น ให้เขาได้เห็นพระเจ้า และได้ยินเสียงของพระองค์ ให้เขานั้นได้รับการแตะต้องสัมผัสความรักที่มาจากพระเจ้า


ครั้งหนึ่งในการประชุมนมัสการปกติวันอาทิตย์ ผมมีโอกาสได้เชิญนักดนตรีท่านหนึ่งมาคริสตจักร ซึ่งเป็นการมาครั้งแรกของเขาจริง ๆ และได้มีโอกาสอยู่ในบรรยากาศเช่นนี้ ผมได้อธิษฐานเผื่อเขาอย่างเฉพาะเจาะจง พี่น้องในทีมนมัสการของผมก็ได้ร่วมใจกับผมอธิษฐานเผื่อเขาด้วย ผมพบว่าเพื่อนของผมมีความสงบอย่างประหลาด ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ เขามีคำถามในเชิงขัดแย้งมากมาย และเขาเป็นคนหนึ่งที่ไม่สนใจเอาเสียเลย ในบรรยากาศนมัสการ ผมเฝ้าสังเกตอากัปกริยาของเขาตลอดเวลา ผมดีใจมากที่เห็นเขาปิดตาลง ให้ความเคารพต่อสถานที่และพระเจ้าที่อยู่ท่ามกลางการนมัสการนั้น และในตอนท้ายของการประชุม เขาก็ตัดสินใจต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิตเขา ปัจจุบันเขายังเดินติดตามพระเจ้าเป็นอย่างดี

 

ผู้นำนมัสการและนักร้องนักดนตรีควรใช้เวลาด้วยกันมาก ๆ ในการอธิษฐานเผื่อสำหรับที่ประชุมนมัสการ เพราะเป็นเหมือนที่ที่เราจะทำงานด้วย เป็นงานที่เราจะประเมินผล เมื่อเราประเมินผลการนมัสการนั้น ไม่ได้ดูที่การเล่นดนตรีว่าดีหรือไม่ หากแต่วัดว่าที่ประชุมนั้นเป็นไปอย่างไร ในการปรนนิบัติของเรา เราจึงต้องให้ความสนใจกับที่ประชุม อธิษฐานเผื่อที่ประชุมให้มากๆ

 

6.  อธิษฐานเผื่อสถานที่

ผู้นำนมัสการนอกจากจะต้องอธิษฐานเผื่อตนเอง อธิษฐานเผื่อที่ประชุม ผู้นำนมัสการควรอธิษฐานเผื่อสถานที่เพื่อที่จะใช้การนมัสการด้วย 2พศด.29:5  และตรัสกับเขาว่า “คนเลวีเอ๋ย ขอฟังเรา จงชำระตัวให้บริสุทธิ์ และชำระพระนิเวศน์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่านให้บริสุทธิ์ และชำระพระนิเวศน์ของพระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่านให้บริสุทธิ์ และขนสิ่งสกปรกออกเสียจากสถานบริสุทธิ์ “เราพบว่านี่เป็นคำพูดของกษัตริย์เฮเซคียาห์ เมื่อพระองค์ทรงปรารถนาจะฟื้นฟูพระนิเวศของพระเจ้า พระองค์ทรงตรัสสั่งให้คนเลวีจัดเตรียมชีวิตของพวกเขา และจัดเตรียมสถานที่สำหรับจัดการนมัสการด้วย

 

สถานที่เป็นสิ่งที่เราต้องใช้เมื่อเรานมัสการ ใน กิจการ 2:2 ในทันใดนั้นมีเสียงมาจากฟ้าเหมือนเสียงพายุกล้าสั่นก้องทั่วตึกที่เขานั่งอยู่นั้น  เราพบว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทรงเสด็จลงมาเหนือห้องประชุมนั้นทำให้เกิดการสั่นสะเทือนชั้นในห้องที่สาวกประชุมกันอยู่ ซาตานก็อาจจะทำอย่างนั้นด้วยได้เหมือนกัน หากแต่เป็นลักษณะตรงกันข้าม โดยก่อให้เกิดการรบกวนต่าง ๆ  ชักนำบรรยากาศที่ปราศจากความสงบ เต็มไปด้วยความวุ่นวาย เครียด เป็นพิธีรีตอง ไม่มีบรรยากาศนมัสการ การนมัสการขาดความชื่นชมยินดี แต่ควรอธิษฐานให้เป็นการนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง

 

นอกจากนี้เราควรอธิษฐานเผื่ออุปกรณ์ เครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น กระแสไฟฟ้า เก้าอี้ เวที เครื่องเสียง เครื่องดนตรี เพราะซาตานอาจจะใช้สิ่งเหล่านี้รบกวนบรรยากาศ ทำให้เกิดการสะดุด ขลุกขลัก ขาดความมีระเบียบ รบกวนบรรยากาศนมัสการได้ ให้เราอธิษฐานขอพระเจ้าทรงโปรดควบคุมทรงโปรดเจิม ให้เป็นสิ่งที่จะช่วยสร้างบรรยากาศการนมัสการ เราควรเรียนรู้ที่จะแยกและรอบคอบถึงสิ่งต่างๆ ว่า สิ่งไหนมารมันอาจจะใช้เป็นเครื่องมือรบกวนการนำนมัสการของเราได้

 

7.  อธิษฐานสำหรับทิศทางและการดลใจของพระวิญญาณบริสุทธิ์

ผู้นำนมัสการควรรู้ว่า พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าการนมัสการที่กำลังจะเกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง  เราจำเป็นจะต้องแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้าในการนมัสการนั้น ๆ ว่า พระองค์ประสงค์อะไร  อฟ. 5:17  เหตุฉะนั้นอย่าเป็นคนโง่เขลา  แต่จงเข้าใจน้ำพระทัยขององค์พระผู้เป็นเจ้าว่าเป็นอย่างไร

 

การเตรียมการนำนมัสการควรจะใช้เวลาในการเตรียมมากเทียบเท่ากับการเตรียมคำเทศนา แท้จริงผู้นำนมัสการก็เป็นเหมือนผู้เทศนา ที่จำเป็นจะต้องแสวงหาพระเจ้าถึงทิศทาง และน้ำพระทัยของพระองค์สำหรับประชากรของพระเจ้า ที่พระองค์ปรารถนาจะทำงานผ่านชีวิตของเรา พระเจ้าไม่ประสงค์ให้เราคาดเดาเอาเอง แต่ประสงค์ให้เราทราบโดยการแสวงหา ใช้เวลาแสวงหา อย่าพยายามผูกมัด จำกัดพระวิญญาณบริสุทธิ์ด้วยความเข้าใจผิด  ด้วยการไม่แสวงหาน้ำพระทัยของพระองค์ก่อน  จงรู้เถิดว่า ที่คุณกำลังจะไปทำนมัสการนั้น เป็นที่ประชุมของพระเจ้า

 

ในระหว่างการแสวงหาน้ำพระทัยพระเจ้า จงใช้เวลาอธิษฐาน และเฝ้ารอคอยจนได้ยินเสียงชัดเจนสำหรับที่ประชุมแต่ละแห่ง สำหรับการนำนมัสการแต่ละครั้ง สำหรับทิศทาง สำหรับสิ่งพิเศษที่เฉพาะเจาะจง เป็นเหมือนกับพ่อครัวที่ปรุงอาหารย่อมจะต้องมีสูตรเพื่อ อาหารแต่ละชนิด  พระเจ้าจะทรงเปิดเผยให้ทราบก่อนเวลานำนมัสการ สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับการตระหนักความจริงของเรา และความรวดเร็วในการสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเราอาจพลาดไป เนื่องจากความเคยชินที่เรานำนมัสการบ่อยๆ จนเคยชิน  เราในฐานะผู้นำนมัสการแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงประทานน้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับเรา แต่ละการประชุมนั้น เราอาจจะสูญเสียความงดงามแห่งน้ำพระทัยของพระองค์ไป เนื่องจากความคุ้นเคยของเราในการนำนมัสการ ดังนั้นให้เราใช้เวลาเพื่อแสวงหาน้ำพระทัยของพระองค์อย่างจริงจัง จงสวมหัวใจที่ปรารถนาการเกิดผลเลิศไว้ในหัวใจอยู่เสมอ เพื่อพระเจ้า และเพื่องานปรนนิบัติของเรา  สิ่งที่เราแสวงหาการสำแดง นอกจากบทเพลงต่าง ๆ ที่เราจะใช้แล้ว เราอาจแสวงหาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย เช่น

7.1  ถ้อยคำที่ประกอบไปด้วยความรู้

เกี่ยวข้องกับคำพูดที่เต็มไปด้วยความเข้าใจถึงสภาพจิตใจ สภาพอารมณ์ ร่างกาย และจิตวิญญาณของที่ประชุม เป็นสิ่งที่เกินธรรมชาติที่เราจะรู้ได้  แต่พระเจ้าโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะทรงให้เราทราบความเป็นไปของที่ประชุมนั้น ๆ

7.2  ถ้อยคำที่ประกอบไปด้วยสติปัญญา

เกี่ยวข้องกับคำพูดเช่นเดียวกัน เป็นคำพูดที่ให้ทิศทาง เพื่อที่ประชุมจะก้าวไปถึงจุดหมายปลายทางของการนมัสการนั้น ๆ หรืออาจเป็นคำพูดหนุนใจสั้น ๆ หากแต่ตรงใจของที่ประชุมนั้น บางครั้งเป็นเหมือนการเปิดม่านบังตาออก ทำให้มองเห็นเป้าหมายชัดเจนขึ้น

7.3  ภาพ, นิมิตฝ่ายวิญญาณ

เป็นข่าวสาร เป็นภาพที่พระเจ้าทรงสำแดง เช่น สัญลักษณ์ ที่ให้ข้อมูลในสิ่งที่ทรงปิดบังไว้ การที่จะเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้ เราควรอธิษฐานขอให้สามารถเข้าใจความหมายของภาพนิมิตนั้น ๆ ได้อย่างถูกต้องด้วยเป็นการตีความ ความหมายของภาพนิมิตนั้น

7.4  เพลงบทใหม่

อาจเป็นบทเพลงสั้น ๆ ที่ผ่านริมฝีปากออกไป เป็นบทเพลงที่มาจากพระเจ้า นอกจากนี้แม้แต่ช่วงเวลาของการร้องเพลงบทใหม่ เราก็ควรอธิษฐานขอการทรงสำแดงจากพระองค์ ที่เราจะรู้ว่า เวลาใดที่เราควรร้องเพลงบทใหม่ การนมัสการที่สมบูรณ์แบบคือการนมัสการที่รวมถึงการปลดปล่อยความเชื่อออกไปในเพลงบทใหม่ ที่ออกมาจากจิตใจภายใน โดยที่ไม่เคยซ้อมบทเพลงนั้นมาก่อน เป็นถ้อยคำที่เทออกจากส่วนลึกภายใน สำแดงความจริง ความเชื่อ และความรู้สึกต่อพระเจ้า

7.5  ของประทานอื่น ๆ

เป็นการแสวงหาของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ ในด้านอื่น ๆ เพื่อให้พระเจ้าทรงโปรดสำแดงต่อที่ประชุม เช่น ของประทานการพูดภาษาแปลก ๆ การแปลภาษาแปลกๆ การวางมือรักษาโรค ถ้อยคำที่ประกอบด้วยสติปัญญา และอื่น ๆ ในฐานะผู้นำนมัสการเราควรอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์  ผ่านการนมัสการของเราด้วยของประทานของพระองค์เหล่านี้ อย่างไรก็ดี ของประทานต่าง ๆ นี้ จำเป็นต้องถูกใช้ท่ามกลางที่ประชุมอย่างมีระเบียบ มีการควบคุมอย่างเหมาะสมโดยคณะผู้นำของคริสตจักร หรือ ผู้นำในการนมัสการนั้น  เราไม่ควรหวาดกลัวต่อการทรงสำแดงด้วยของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ควรคาดหวังจะให้เกิดขึ้นในท่ามกลางการประชุมนมัสการ พระเจ้าทรงโปรดสำแดงสิ่งเหล่านี้ด้วยทรงรักประชากรของพระองค์ เราจึงควรเปิดโอกาสให้พระเจ้าที่จะสำแดงพระทัยของพระองค์ในที่ประชุมนมัสการของเรา ด้วยการรอคอยของประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์เหล่านี้

8.  อธิษฐานร่วมกับนักร้อง  นักดนตรี  และผู้นำอื่น ๆ ก่อนการนมัสการ

ทีมนมัสการ  นักร้อง  นักดนตรี  ผู้นำนมัสการ  ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนมัสการ  รวมทั้งผู้นำทุกระดับที่ทำหน้าที่บนเวทีร่วมกัน ควรใช้เวลาสัก 25 - 30 นาที ก่อนการนมัสการ  เพื่อแสวงหาพระเจ้า เตรียมชีวิตร่วมกัน นี่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการนมัสการ เป็นการเตรียมจิตใจของผู้ปรนนิบัติ เป็นการใช้เวลากับพระวิญญาณบริสุทธิ์ เป็นการขอการชโลมจากพระเจ้าด้วยการเจิมในพระ-วิญญาณบริสุทธิ์ เต็มล้นด้วยการเจิมของพระเจ้า ในบรรยากาศอธิษฐานร่วมกันเช่นนี้  อาจเริ่มต้นด้วยการสรรเสริญพระเจ้าร่วมกัน นมัสการร่วมกัน ขอการชำระชีวิต ขอพระเจ้าทรงอภัยบาป ขอพระองค์ทรงฟื้นจิตใจขึ้นใหม่หากพบว่าจิตใจเยือกเย็น ขาดความชื่นชมยินดี นี่เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่ผู้ปรนนิบัติทุกคนจะพบพระเจ้าก่อนที่จะนำพาที่ประชุมไปพบพระองค์ด้วย


ทุกคนที่ร่วมในการอธิษฐาน ควรแสวงหาพระเจ้าอย่างสุดใจ อธิษฐานอย่างกระตือรือร้น รวมพลังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ร้องทูลต่อพระเจ้าอย่างสุดกำลัง ด้วยตระหนักในใจว่าผลดีของการปรนนิบัตินี้มาจากพระเจ้าเท่านั้น มิใช่ความสามารถ และเรี่ยวแรงของเราเอง ดังนั้นทุกคนควรใช้เวลาอธิษฐานในพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างจริงจัง ใช้เวลาร่วมกันจนจิตใจชุ่มฉ่ำไปด้วยความชื่นชมยินดีในพระเจ้า อธิษฐานจนรับการปลดปล่อย อธิษฐานจนมีอิสระในใจ  แล้วจึงก้าวขึ้นเวทีด้วยความเชื่อ และการชโลมของพระองค์
ทุกคนในการปรนนิบัติอาจรวมไปถึงแผนกต้อนรับ  แผนกสูจิบัติ  แผนกถุงถวาย  แผนกศีลมหาสนิท และอื่น ๆ ฯลฯ  บางครั้งคริสตจักรอาจจัดตั้งทีมอธิษฐานขึ้นอย่างเจาะจง เพื่ออธิษฐานอย่างจริงจังในระหว่างการนมัสการ เพื่อขอการทรงปกป้องของพระเจ้า เพื่ออุดช่องโหว่ต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ และเพื่อพระเจ้าจะทรงประทานฤทธิ์ของพระองค์ผ่านการปรนนิบัติในทุกด้านของการนมัสการนั้น


การอธิษฐานเป็นเหมือนรถถังที่เข้าสู่สงครามประจัญบาน มันจำเป็นจะต้องใช้รถถังเป็นจำนวนหลาย ๆ คัน จึงจะสัมฤทธิ์ผลได้ดี เป็นการเปิดทางให้กับแนวรบอื่น ๆ ที่จะทำการรุกเข้าไปยังที่มั่นของศัตรู พระเยซูทรงสัญญาไว้ว่า  “ สองสามคนอยู่ที่ไหน ในนามของเรา “ พระองค์จะทรงสถิตอยู่ด้วย ดังนั้นในการอธิษฐาน เราไม่ควรอธิษฐานคนเดียว แต่ควรทำกันเป็นทีม ชักชวนกันรวมพลังให้เป็นดังกองทัพโจมตีร่วมกัน ยิ่งถ้าอธิษฐานเข้าสู่เป้าหมายร่วมกัน ขอให้เราตระหนักความจริงว่า นี่เป็นสงครามฝ่ายวิญญาณ ที่เป็นจริงที่แตะต้องได้ด้วยฝ่ายวิญญาณ  แท้จริงเราไม่เคยขาดคำพยานในเรื่องนี้เลย และหลายครั้งที่เราไม่เกิดผลเท่าที่ควรก็เพราะ เราล้มเหลวในการเตรียมการนมัสการด้วยการอธิษฐานอย่างไม่เพียงพอนั่นเอง