






| การสรรเสริญตามที่พระคัมภีร์สอน |
|
|
|
| บทความการนมัสการ - เข้าใจการนมัสการ | ||||
ข้าพระองค์จะบอกเล่าพระนามของพระองค์แก่พี่น้องของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ท่ามกลางชุมนุมชน” สดด.22:22 การสรรเสริญหมายถึงอะไรพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง กล่าวคำยกย่อง เชิดชู หรือเทิดทูน กล่าวคำชมด้วยความนิยมพอใจ หรือเยินยอคุณความดี The Oxford American Dictionary : การสรรเสริญ หมายถึง 1. การแสดงออกถึงการยอมรับ หรือการยกย่องชมเชย ต่อบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ความเข้าใจส่วนตัวของผม การสรรเสริญเป็นการแสดงออกต่อพระเจ้าด้วยความซื่อสัตย์ จริงใจ ในความยิ่งใหญ่ และเต็มด้วยพระบารมีของพระองค์ การสรรเสริญ ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตคริสเตียนเท่านั้น ยังเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างที่สุดต่อชีวิตของเราด้วย ดาวิดชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การสรรเสริญเป็นการเข้าไปสู่การทรงสถิตของพระเจ้า “ถึงอย่างไรพระองค์ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ พระองค์ประทับเหนือคำสรรเสริญของคนอิสราเอล” สดด.22:3 พระเยซูทรงสอนเราว่า การสรรเสริญควรเป็นสิ่งแรก และสิ่งสุดท้าย เมื่อเราอธิษฐานต่อพระเจ้า “9"ท่านทั้งหลาย จงอธิษฐานตามอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ 10 ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก 11 ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวัน แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในกาลวันนี้ 12 และขอทรงโปรด ยกบาปผิดของข้าพระองค์ เหมือนข้าพระองค์ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น 13 และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย {หรือ มารร้าย} [เหตุว่าราชอำนาจ และฤทธิ์เดช และพระสิริเป็นของพระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์ อาเมน] {สำเนาต้นฉบับเก่าแก่หลายฉบับ ไม่มีข้อความนี้}” มธ.6:9-13 ดูเหมือนว่าการสรรเสริญเป็นกุญแจที่สำคัญมาก เป็นเหมือนสิ่งที่จะเปิดประตู เข้าไปสู่การทรงสถิตของพระเจ้า ทำไมเราต้องสรรเสริญพระเจ้า• พระคัมภีร์สั่งให้เราสรรเสริญสดด.72:15 ขอท่านผู้นั้นมีชีวิตยืนนาน ให้คนถวายทองคำเมืองเชบาแก่ท่าน ให้เขาอธิษฐานเผื่อท่านเรื่อยไป และอวยพรท่านวันยังค่ำ สดด.113:3 ตั้งแต่ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงที่ดวงอาทิตย์ตก พระนามของพระเจ้าเป็นที่สรรเสริญ • เนื่องจากพระเจ้าทรงสมควรจะรับการสรรเสริญสดด.18:3 ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระเจ้าผู้ทรงสมควรแก่การสรรเสริญ และข้าพระองค์ได้รับการช่วยให้พ้น จากศัตรูของข้าพระองค์ • เนื่องจากพระเจ้าทรงชอบธรรมสดด.7:17 ข้าพเจ้าจะถวายโมทนาขอบพระคุณพระเจ้าเนื่องด้วยความชอบธรรมของพระองค์ และข้าพเจ้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระเจ้าผู้สูงสุด • เนื่องจากพวกเรามีความยำเกรงพระองค์สดด.22:23 ท่านผู้เกรงกลัวพระเจ้า จงสรรเสริญพระองค์ ท่านพงศ์พันธุ์ของยาโคบเอ๋ย จงถวายพระสิริแด่พระองค์ท่านพงศ์พันธุ์ทั้งสิ้นของอิสราเอลเอ๋ย จงเกรงกลัวพระองค์ • เนื่องจากพระเจ้าทรงช่วยเราสดด.42:5 จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้า • เนื่องจากความอุปถัมภ์ของพระเจ้าสดด.43:5 จิตวิญญาณของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้า • เนื่องจากพระเจ้าทรงไถ่เราไว้จากลิ้นของคนชั่วร้ายสดด.52:9 (อ่านตลอดทั้งบท) “ข้าพระองค์จะโมทนาพระคุณพระองค์เป็นนิตย์ เพราะพระองค์ได้ทรงกระทำเช่นนั้น ข้าพระองค์จะหวังใจในพระนามของพระองค์ เพราะเป็นพระนามประเสริฐ ต่อหน้าธรรมิกชนของพระองค์” • เนื่องจากพระเจ้าทรงแก้แค้นแทนเราสดด.5:2 "จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า ด้วยว่าบรรดาประมุขได้นำคนอิสราเอล และประชาชนก็สมัครใจช่วย • เนื่องจากการสรรเสริญทำให้เราชนะความเศร้าใจอสย.61:3 เพื่อจัดให้บรรดาผู้ที่ไว้ทุกข์ในศิโยน เพื่อประทานมาลัยแทนขี้เถ้าให้เขา น้ำมันแห่งความยินดีแทนการไว้ทุกข์ ผ้าห่มแห่งการสรรเสริญแทนจิตใจที่ท้อถอย เพื่อคนจะเรียกเขาว่าต้นก่อหลวงแห่งความชอบธรรม ที่ซึ่งพระเจ้าทรงปลูกไว้เพื่อพระองค์จะทรงสำแดงพระสิริของพระองค์ • เนื่องจากการสรรเสริญจะนำชัยชนะมา2พศด.20:22 และเมื่อเขาทั้งหลายตั้งต้นร้องเพลงสรรเสริญ พระเจ้าทรงจัดกองซุ่มคอยต่อสู้กับคนอัมโมน โมอับ และชาวภูเขาเสอีร์ ผู้ได้เข้ามาต่อสู้กับยูดาห์ ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงแตกพ่ายไป ยังมีอีกหลายประการที่เป็นเหตุผลว่า ทำไมเราต้องสรรเสริญพระเจ้า พระคัมภีร์ให้เหตุผลกับเรามากมาย เป็นสิ่งที่เรากระทำได้ทุกวัน ตลอดชีวิตของเราที่ดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ สดุดี 150 สรุปเหตุผลให้เราอย่างดีเยี่ยม เราสรรเสริญอย่างไร• สรรเสริญพระเจ้าสดด.22:25 คำสรรเสริญของข้าพระองค์ในที่ชุมนุมชนใหญ่ มาจากพระองค์ ข้าพระองค์จะแก้บนต่อหน้าผู้ที่เกรงกลัวพระองค์ มนุษยชาติจะสรรเสริญบางสิ่งเสมอ มันอาจเป็นกีฬาที่ชอบ รถยนต์ที่รัก งาน หรืออีกหลายสิ่งหลายอย่าง ในฐานะบุตรของพระเจ้า เราควรรู้หน้าที่ที่จะต้องสรรเสริญพระองค์ ไม่ใช่สรรเสริญสิ่งอื่นๆ ในชีวิตของเรา สิ่งที่เราสรรเสริญจะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เราเห็นสิ่งที่เราให้คุณค่ากับสิ่งนั้น เรามักพูดถึงสิ่งที่เราให้คุณค่ากับสิ่งนั้นเสมอ อะไรคือสิ่งที่คุณพูดถึงเสมอ และให้คุณค่าอย่างที่สุด สิ่งใดเป็นสิ่งที่คนรอบข้างได้ยินจากเราบ่อยมากที่สุด “พระเจ้า” หรือ “สิ่งอื่นใด” • สรรเสริญพระเจ้า แม้ในยามที่เราไม่อยากจะสรรเสริญ“ท่านว่า "ข้าพเจ้ามาจากครรภ์มารดาของข้าพเจ้าตัวเปล่า และข้าพเจ้าจะกลับไปตัวเปล่า พระเจ้าประทาน และพระเจ้าทรงเอาไปเสียสาธุการแด่พระนามพระเจ้า"” โยบ 1:21 แม้เราต้องสูญเสียทุกสิ่งไป โยบยังคงสรรเสริญพระเจ้า การสรรเสริญเป็นการตัดสินใจ การสรรเสริญไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ความรู้สึกที่เอื้ออำนวยต่อการสรรเสริญ พระองค์ยังทรงเป็นพระเจ้าดังเดิม พระองค์ยังทรงสมควรจะได้รับการสรรเสริญต่อไป ความรู้สึกของเราไม่ได้มีอิทธิพลต่อความเป็นพระเจ้าของพระองค์แต่อย่างใด สิ่งหนึ่งที่เป็นความผิดพลาดที่สำคัญของผู้คนในเรื่องการสรรเสริญก็คือ ความคิดที่ว่า การสรรเสริญเป็นเพียงความรู้สึกของเรา และเราสรรเสริญพระเจ้าเมื่อเราได้รับสิ่งดี ทุกสิ่งเป็นพรสำหรับเรา เป็นไปตามความตั้งใจของเรา เมื่อพระเจ้าอวยพรเรา เราก็สรรเสริญพระองค์ อย่างไรก็ตาม การสรรเสริญเป็นมากกว่านั้น ยามที่เราไม่สามารถพบพระเจ้าได้ ยามที่ทุกสิ่งไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิด จงสรรเสริญพระเจ้า ขอให้เราจำไว้ว่า การสรรเสริญเป็นมากกว่าความรู้สึกของเรา การสรรเสริญไม่ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของเรา การสรรเสริญขึ้นอยู่กับความสมควรของบุคคลที่เราสรรเสริญต่างหาก • สรรเสริญพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจ“จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด ข้าพเจ้าจะโมทนาพระคุณพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจของข้าพเจ้าในคณะผู้เที่ยงธรรม ในชุมนุมชน” สดด.111:1 การสรรเสริญครึ่งใจ ไม่สมควรในอาณาจักรของพระเจ้า พระองค์ไม่เคยสร้างสิ่งใดครึ่งใจของพระองค์ แต่ด้วยเต็มพระทัย เนื้อหนังขโมยการสรรเสริญไปจากพระองค์ พระองค์ทรงตายเพื่อความบาปของเรา นี่เป็นพระคุณมากเพียงพอที่จะสรรเสริญพระองค์อย่างไม่จบสิ้น การสรรเสริญหมดใจ เป็นสิ่งสมควรที่จะมอบให้กับบุคคลผู้ซึ่งมีความครบถ้วนในพระองค์เอง ไม่ใช่เพียงความคิดเท่านั้น การสรรเสริญต้องรวมถึงอารมณ์ ความรู้สึก ตลอดจนการแสดงออกทางกายภาพของเราด้วย การสรรเสริญแท้ต้องการส่วนที่ลึกที่สุดของความรู้สึก ด้วยตระหนักถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงสามารถกระทำได้ และแสดงออกมาด้วยร่างกายภายนอกที่คนอื่นมองเห็นได้ นอกจากนี้ เราต้องระมัดระวังที่จะไม่ทำผิดพลาด ด้วยการแสดงความกระตือรือร้น ร่าเริงอย่างมากออกมา โดยปราศจากความเข้าใจว่า สิ่งเหล่านี้ไหลออกมาจากความต้องการที่จะถวายเกียรติแด่พระเจ้า ความ “มันส์” อย่างเดียว ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ว่า เป็นการสรรเสริญที่แท้จริงได้ ไม่ว่าคุณจะแสดงออกอย่างมากสักเพียงใด เครื่องมือวัดการสรรเสริญที่แท้จริง อยู่ที่จิตใจภายในที่เปี่ยมด้วยความจริงใจ ในความต้องการอยากจะให้เกียรติพระเจ้า มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น • สรรเสริญพระเจ้าด้วยจิตใจที่เที่ยงตรง ชอบธรรม“ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ด้วยใจเที่ยงตรง เมื่อข้าพระองค์เรียนรู้กฎหมายอันชอบธรรมของพระองค์” สดด.119:7 ในการสรรเสริญและนมัสการของเรา เราต้องกระทำอย่างถูกต้อง การสรรเสริญอย่างเต็มขนาด ไม่ควรมีแรงจูงใจมาจากความต้องการจะแสดงให้คนอื่นรู้ถึงสภาพจิตวิญญาณของเรา การสรรเสริญไม่ว่าจะกระทำอย่างเงียบๆ หรือส่งเสียงดัง ต้องกระทำด้วยความปรารถนาอยากให้คนอื่นเห็นความยิ่งใหญ่และพระบารมีของพระเจ้าเป็นสำคัญ พวกฟาริสีและธรรมาจารย์ ซึ่งเป็นคนหน้าซื่อใจคด ตามที่พระเยซูคริสต์ทรงตำหนิพวกเขา ก็เป็นคนที่แสดงออกมาภายนอกอย่างตั้งใจให้คนอื่นๆ เห็นว่า พวกเขาเป็นคนเคร่งครัดในศาสนามากเพียงใด “27 "วิบัติแก่เจ้า พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี คนหน้าซื่อใจคด เพราะว่าเจ้าเป็นเหมือนอุโมงค์ฝังศพซึ่งฉาบด้วยปูนขาว ข้างนอกดูงดงาม แต่ข้างในเต็มไปด้วยกระดูกคนตาย และสารพัดโสโครก 28 เจ้าทั้งหลายก็เป็นอย่างนั้นแหละ ภายนอกแลดูเหมือนว่าเป็นคนชอบธรรม แต่ภายในเต็มไปด้วยความเท็จเทียมและอธรรม” มธ.23:27-28 ( อ่าน มธ.23:13-19 ด้วย ) เราต้องระมัดระวังที่จะไม่ตกอยู่ในกับดัก ด้วยการตัดสินผู้อื่นด้านจิตวิญญาณของคน ด้วยการมองดูภายนอกในวิธีที่เขานมัสการและสรรเสริญพระเจ้า การเชื่อฟังพระคำของพระเจ้า และการยอมอยู่ภายใต้สิทธิอำนาจในการทรงนำของพระองค์ จะชี้ให้เห็นถึง การสรรเสริญและการนมัสการที่แท้ของบุคคลที่จิตใจของเขา เที่ยงตรง ชอบธรรม ต่อพระเจ้าที่เขานมัสการ • สรรเสริญพระเจ้าด้วยการแสดงออกที่พระเจ้าทรงยอมรับ“ถ้าเจ้าทำดี เราก็จะพอใจรับเจ้ามิใช่หรือ ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้าเจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้นให้ได้"” ปฐก.4:7 ( อ่าน ข้อ 4-8 ด้วย ) คาอินถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับได้ คาอินเข้ามานมัสการอย่างถูกต้อง เขาสร้างแท่นบูชา ใช้ไฟในการถวายบูชา เข้าก้าวเข้ามาหาพระเจ้า ประสงค์ให้พระองค์พอพระทัย แต่เขาใช้พืชผักเป็นเครื่องบูชาแทนที่จะใช้เลือด เครื่องบูชาของเขาไม่ถูกต้อง คาอินนมัสการ...แต่เป็นการนมัสการที่พระเจ้าไม่ยอมรับ บุตรทั้งสองของอาโรน “อาบีฮู กับ นาดับ” เขาได้ถวายเครื่องหอมแด่พระเจ้า ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของพระองค์ ดูเหมือนภายนอกไม่น่าที่จะไม่เป็นที่ยอมรับได้ แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้ตัดสินว่า เครื่องบูชาใดเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่ เขาทั้งสองตายต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า เนื่องจากได้ถวายบูชาแด่พระเจ้าด้วยไฟต้องห้าม “1 ฝ่ายนาดับกับอาบีฮูบุตรของอาโรน ต่างนำกระถางไฟของเขามา และเอาไฟใส่ในนั้น แล้วใส่เครื่องหอมลง เอาไฟที่ต้องห้ามมาเผาถวายบูชาแด่พระเจ้า ซึ่งพระองค์มิได้ทรงบัญชาให้เขากระทำเช่นนั้น 2 ไฟก็พุ่งขึ้นมาจากที่พระเจ้าประทับไหม้เขาทั้งสอง และเขาก็ตายต่อพระพักตร์พระเจ้า” ลนต.10:1-2 มันเป็นวิกฤตร้ายแรงมาก หากเราสรรเสริญพระเจ้าด้วยสิ่งซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับได้ สิ่งใดก็ตามที่เรานำมาถวายแด่พระเจ้า จำเป็นต้องถูกต้องตามที่พระคัมภีร์สอนไว้ และมาจากจิตใจที่บริสุทธิ์ และสำนึกผิด กลับใจใหม่ คาอินถวายเครื่องบูชาแปลกปลอม ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับได้ เราต้องไม่กระทำสิ่งใดที่ตกต่ำจากมาตรฐานของพระเจ้า การหลับหูหลับตาเชื่อในสิ่งที่ไม่ดูว่าพระคัมภีร์สอนว่าอย่างไร ที่เกี่ยวข้องกับการสรรเสริญนมัสการ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกยอมรับแน่นอน อาบีฮู และนาดับ ใช้ไฟต้องห้าม ซึ่งพระเจ้าไม่ได้สั่งให้เขาทำ เป็นสิ่งผิดฉันใด เราต้องระวังอย่างมากเช่นกัน เมื่อเราเข้ามาสรรเสริญและนมัสการ ไฟที่นำมาเผาเครื่องหอมบูชา ต้องนำเอามาจากแท่นเผาบูชา (เล็งถึงการกลับใจใหม่) การสรรเสริญและนมัสการของเรา ต้องแน่ใจว่ามาจากจิตใจที่สำนึกผิด และกลับใจใหม่ด้วยความถ่อมใจต่อพระเจ้า จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด
|