• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
การสรรเสริญตามที่พระคัมภีร์สอน PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - เข้าใจการนมัสการ

การสรรเสริญตามที่พระคัมภีร์สอน

เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน

 

ข้าพระองค์จะบอกเล่าพระนามของพระองค์แก่พี่น้องของข้าพระองค์  ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ท่ามกลางชุมนุมชน”   สดด.22:22

การสรรเสริญหมายถึงอะไร

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน  หมายถึง กล่าวคำยกย่อง  เชิดชู  หรือเทิดทูน  กล่าวคำชมด้วยความนิยมพอใจ  หรือเยินยอคุณความดี

The Oxford American Dictionary : การสรรเสริญ  หมายถึง

1. การแสดงออกถึงการยอมรับ  หรือการยกย่องชมเชย  ต่อบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
2. การให้เกียรติ (พระเจ้า) ด้วยการใช้ถ้อยคำออกมา

ความเข้าใจส่วนตัวของผม  การสรรเสริญเป็นการแสดงออกต่อพระเจ้าด้วยความซื่อสัตย์  จริงใจ  ในความยิ่งใหญ่  และเต็มด้วยพระบารมีของพระองค์

การสรรเสริญ  ไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตคริสเตียนเท่านั้น  ยังเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างที่สุดต่อชีวิตของเราด้วย  ดาวิดชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า  การสรรเสริญเป็นการเข้าไปสู่การทรงสถิตของพระเจ้า

“ถึงอย่างไรพระองค์ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์  พระองค์ประทับเหนือคำสรรเสริญของคนอิสราเอล”    สดด.22:3

พระเยซูทรงสอนเราว่า  การสรรเสริญควรเป็นสิ่งแรก  และสิ่งสุดท้าย  เมื่อเราอธิษฐานต่อพระเจ้า  “9"ท่านทั้งหลาย จงอธิษฐานตามอย่างนี้ว่า ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์  ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ 10 ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่ ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก 11 ขอทรงโปรดประทานอาหารประจำวัน แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายในกาลวันนี้ 12 และขอทรงโปรด  ยกบาปผิดของข้าพระองค์  เหมือนข้าพระองค์ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น 13 และขออย่านำข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง แต่ขอให้พ้นจากซึ่งชั่วร้าย {หรือ มารร้าย} [เหตุว่าราชอำนาจ และฤทธิ์เดช และพระสิริเป็นของพระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์ อาเมน]  {สำเนาต้นฉบับเก่าแก่หลายฉบับ  ไม่มีข้อความนี้}”  มธ.6:9-13

ดูเหมือนว่าการสรรเสริญเป็นกุญแจที่สำคัญมาก เป็นเหมือนสิ่งที่จะเปิดประตู เข้าไปสู่การทรงสถิตของพระเจ้า

ทำไมเราต้องสรรเสริญพระเจ้า

• พระคัมภีร์สั่งให้เราสรรเสริญ

สดด.72:15 ขอท่านผู้นั้นมีชีวิตยืนนาน ให้คนถวายทองคำเมืองเชบาแก่ท่าน ให้เขาอธิษฐานเผื่อท่านเรื่อยไป  และอวยพรท่านวันยังค่ำ

สดด.113:3 ตั้งแต่ที่ดวงอาทิตย์ขึ้นจนถึงที่ดวงอาทิตย์ตก  พระนามของพระเจ้าเป็นที่สรรเสริญ

• เนื่องจากพระเจ้าทรงสมควรจะรับการสรรเสริญ

สดด.18:3 ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระเจ้าผู้ทรงสมควรแก่การสรรเสริญ และข้าพระองค์ได้รับการช่วยให้พ้น จากศัตรูของข้าพระองค์

• เนื่องจากพระเจ้าทรงชอบธรรม

สดด.7:17 ข้าพเจ้าจะถวายโมทนาขอบพระคุณพระเจ้าเนื่องด้วยความชอบธรรมของพระองค์ และข้าพเจ้าจะร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระเจ้าผู้สูงสุด

• เนื่องจากพวกเรามีความยำเกรงพระองค์

สดด.22:23 ท่านผู้เกรงกลัวพระเจ้า  จงสรรเสริญพระองค์  ท่านพงศ์พันธุ์ของยาโคบเอ๋ย  จงถวายพระสิริแด่พระองค์ท่านพงศ์พันธุ์ทั้งสิ้นของอิสราเอลเอ๋ย  จงเกรงกลัวพระองค์

• เนื่องจากพระเจ้าทรงช่วยเรา

สดด.42:5 จิตใจของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้า

• เนื่องจากความอุปถัมภ์ของพระเจ้า

สดด.43:5 จิตวิญญาณของข้าพเจ้าเอ๋ย ไฉนเจ้าจึงฝ่ออยู่ไฉนเจ้าจึงกระสับกระส่ายภายในข้าพเจ้า จงหวังใจในพระเจ้า  เพราะข้าพเจ้าจะถวายสดุดีแด่พระองค์อีก  ผู้ทรงเป็นความอุปถัมภ์ และพระเจ้าของข้าพเจ้า

• เนื่องจากพระเจ้าทรงไถ่เราไว้จากลิ้นของคนชั่วร้าย

สดด.52:9 (อ่านตลอดทั้งบท) “ข้าพระองค์จะโมทนาพระคุณพระองค์เป็นนิตย์  เพราะพระองค์ได้ทรงกระทำเช่นนั้น ข้าพระองค์จะหวังใจในพระนามของพระองค์ เพราะเป็นพระนามประเสริฐ ต่อหน้าธรรมิกชนของพระองค์”

• เนื่องจากพระเจ้าทรงแก้แค้นแทนเรา

สดด.5:2 "จงถวายสาธุการแด่พระเจ้า ด้วยว่าบรรดาประมุขได้นำคนอิสราเอล และประชาชนก็สมัครใจช่วย

• เนื่องจากการสรรเสริญทำให้เราชนะความเศร้าใจ

อสย.61:3 เพื่อจัดให้บรรดาผู้ที่ไว้ทุกข์ในศิโยน เพื่อประทานมาลัยแทนขี้เถ้าให้เขา น้ำมันแห่งความยินดีแทนการไว้ทุกข์ ผ้าห่มแห่งการสรรเสริญแทนจิตใจที่ท้อถอย เพื่อคนจะเรียกเขาว่าต้นก่อหลวงแห่งความชอบธรรม ที่ซึ่งพระเจ้าทรงปลูกไว้เพื่อพระองค์จะทรงสำแดงพระสิริของพระองค์

• เนื่องจากการสรรเสริญจะนำชัยชนะมา

2พศด.20:22 และเมื่อเขาทั้งหลายตั้งต้นร้องเพลงสรรเสริญ พระเจ้าทรงจัดกองซุ่มคอยต่อสู้กับคนอัมโมน โมอับ  และชาวภูเขาเสอีร์  ผู้ได้เข้ามาต่อสู้กับยูดาห์  ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงแตกพ่ายไป

ยังมีอีกหลายประการที่เป็นเหตุผลว่า  ทำไมเราต้องสรรเสริญพระเจ้า  พระคัมภีร์ให้เหตุผลกับเรามากมาย  เป็นสิ่งที่เรากระทำได้ทุกวัน  ตลอดชีวิตของเราที่ดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้

สดุดี 150 สรุปเหตุผลให้เราอย่างดีเยี่ยม
“จงสรรเสริญพระองค์  เพราะกิจการอันอานุภาพของพระองค์ 
จงสรรเสริญพระองค์  ตามความยิ่งใหญ่อย่างมากของพระองค์”  สดด.150:2


เราสรรเสริญอย่างไร

• สรรเสริญพระเจ้า

สดด.22:25 คำสรรเสริญของข้าพระองค์ในที่ชุมนุมชนใหญ่  มาจากพระองค์  ข้าพระองค์จะแก้บนต่อหน้าผู้ที่เกรงกลัวพระองค์

มนุษยชาติจะสรรเสริญบางสิ่งเสมอ  มันอาจเป็นกีฬาที่ชอบ  รถยนต์ที่รัก  งาน  หรืออีกหลายสิ่งหลายอย่าง  ในฐานะบุตรของพระเจ้า  เราควรรู้หน้าที่ที่จะต้องสรรเสริญพระองค์  ไม่ใช่สรรเสริญสิ่งอื่นๆ ในชีวิตของเรา  สิ่งที่เราสรรเสริญจะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เราเห็นสิ่งที่เราให้คุณค่ากับสิ่งนั้น  เรามักพูดถึงสิ่งที่เราให้คุณค่ากับสิ่งนั้นเสมอ

อะไรคือสิ่งที่คุณพูดถึงเสมอ  และให้คุณค่าอย่างที่สุด  สิ่งใดเป็นสิ่งที่คนรอบข้างได้ยินจากเราบ่อยมากที่สุด  “พระเจ้า”  หรือ  “สิ่งอื่นใด”

• สรรเสริญพระเจ้า  แม้ในยามที่เราไม่อยากจะสรรเสริญ

“ท่านว่า "ข้าพเจ้ามาจากครรภ์มารดาของข้าพเจ้าตัวเปล่า และข้าพเจ้าจะกลับไปตัวเปล่า พระเจ้าประทาน  และพระเจ้าทรงเอาไปเสียสาธุการแด่พระนามพระเจ้า"”  โยบ 1:21

แม้เราต้องสูญเสียทุกสิ่งไป โยบยังคงสรรเสริญพระเจ้า การสรรเสริญเป็นการตัดสินใจ การสรรเสริญไม่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม ความรู้สึกที่เอื้ออำนวยต่อการสรรเสริญ พระองค์ยังทรงเป็นพระเจ้าดังเดิม พระองค์ยังทรงสมควรจะได้รับการสรรเสริญต่อไป  ความรู้สึกของเราไม่ได้มีอิทธิพลต่อความเป็นพระเจ้าของพระองค์แต่อย่างใด

สิ่งหนึ่งที่เป็นความผิดพลาดที่สำคัญของผู้คนในเรื่องการสรรเสริญก็คือ  ความคิดที่ว่า  การสรรเสริญเป็นเพียงความรู้สึกของเรา  และเราสรรเสริญพระเจ้าเมื่อเราได้รับสิ่งดี  ทุกสิ่งเป็นพรสำหรับเรา  เป็นไปตามความตั้งใจของเรา  เมื่อพระเจ้าอวยพรเรา  เราก็สรรเสริญพระองค์  อย่างไรก็ตาม  การสรรเสริญเป็นมากกว่านั้น  ยามที่เราไม่สามารถพบพระเจ้าได้  ยามที่ทุกสิ่งไม่ได้เป็นไปตามที่เราคิด  จงสรรเสริญพระเจ้า  ขอให้เราจำไว้ว่า  การสรรเสริญเป็นมากกว่าความรู้สึกของเรา  การสรรเสริญไม่ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของเรา การสรรเสริญขึ้นอยู่กับความสมควรของบุคคลที่เราสรรเสริญต่างหาก

• สรรเสริญพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจ

“จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด  ข้าพเจ้าจะโมทนาพระคุณพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจของข้าพเจ้าในคณะผู้เที่ยงธรรม  ในชุมนุมชน”  สดด.111:1

การสรรเสริญครึ่งใจ  ไม่สมควรในอาณาจักรของพระเจ้า  พระองค์ไม่เคยสร้างสิ่งใดครึ่งใจของพระองค์  แต่ด้วยเต็มพระทัย  เนื้อหนังขโมยการสรรเสริญไปจากพระองค์  พระองค์ทรงตายเพื่อความบาปของเรา  นี่เป็นพระคุณมากเพียงพอที่จะสรรเสริญพระองค์อย่างไม่จบสิ้น

การสรรเสริญหมดใจ  เป็นสิ่งสมควรที่จะมอบให้กับบุคคลผู้ซึ่งมีความครบถ้วนในพระองค์เอง  ไม่ใช่เพียงความคิดเท่านั้น  การสรรเสริญต้องรวมถึงอารมณ์  ความรู้สึก  ตลอดจนการแสดงออกทางกายภาพของเราด้วย การสรรเสริญแท้ต้องการส่วนที่ลึกที่สุดของความรู้สึก ด้วยตระหนักถึงสิ่งที่พระเจ้าทรงสามารถกระทำได้ และแสดงออกมาด้วยร่างกายภายนอกที่คนอื่นมองเห็นได้

นอกจากนี้ เราต้องระมัดระวังที่จะไม่ทำผิดพลาด ด้วยการแสดงความกระตือรือร้น ร่าเริงอย่างมากออกมา โดยปราศจากความเข้าใจว่า สิ่งเหล่านี้ไหลออกมาจากความต้องการที่จะถวายเกียรติแด่พระเจ้า ความ “มันส์” อย่างเดียว  ไม่สามารถเป็นตัวบ่งชี้ว่า  เป็นการสรรเสริญที่แท้จริงได้  ไม่ว่าคุณจะแสดงออกอย่างมากสักเพียงใด  เครื่องมือวัดการสรรเสริญที่แท้จริง  อยู่ที่จิตใจภายในที่เปี่ยมด้วยความจริงใจ  ในความต้องการอยากจะให้เกียรติพระเจ้า  มากกว่าสิ่งอื่นใดทั้งสิ้น

• สรรเสริญพระเจ้าด้วยจิตใจที่เที่ยงตรง  ชอบธรรม

“ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ด้วยใจเที่ยงตรง  เมื่อข้าพระองค์เรียนรู้กฎหมายอันชอบธรรมของพระองค์”  สดด.119:7

ในการสรรเสริญและนมัสการของเรา  เราต้องกระทำอย่างถูกต้อง  การสรรเสริญอย่างเต็มขนาด  ไม่ควรมีแรงจูงใจมาจากความต้องการจะแสดงให้คนอื่นรู้ถึงสภาพจิตวิญญาณของเรา  การสรรเสริญไม่ว่าจะกระทำอย่างเงียบๆ หรือส่งเสียงดัง  ต้องกระทำด้วยความปรารถนาอยากให้คนอื่นเห็นความยิ่งใหญ่และพระบารมีของพระเจ้าเป็นสำคัญ

พวกฟาริสีและธรรมาจารย์  ซึ่งเป็นคนหน้าซื่อใจคด  ตามที่พระเยซูคริสต์ทรงตำหนิพวกเขา  ก็เป็นคนที่แสดงออกมาภายนอกอย่างตั้งใจให้คนอื่นๆ เห็นว่า  พวกเขาเป็นคนเคร่งครัดในศาสนามากเพียงใด

“27 "วิบัติแก่เจ้า  พวกธรรมาจารย์และพวกฟาริสี  คนหน้าซื่อใจคด  เพราะว่าเจ้าเป็นเหมือนอุโมงค์ฝังศพซึ่งฉาบด้วยปูนขาว  ข้างนอกดูงดงาม  แต่ข้างในเต็มไปด้วยกระดูกคนตาย  และสารพัดโสโครก 28 เจ้าทั้งหลายก็เป็นอย่างนั้นแหละ  ภายนอกแลดูเหมือนว่าเป็นคนชอบธรรม  แต่ภายในเต็มไปด้วยความเท็จเทียมและอธรรม”  มธ.23:27-28 ( อ่าน  มธ.23:13-19 ด้วย )

เราต้องระมัดระวังที่จะไม่ตกอยู่ในกับดัก  ด้วยการตัดสินผู้อื่นด้านจิตวิญญาณของคน  ด้วยการมองดูภายนอกในวิธีที่เขานมัสการและสรรเสริญพระเจ้า  การเชื่อฟังพระคำของพระเจ้า  และการยอมอยู่ภายใต้สิทธิอำนาจในการทรงนำของพระองค์  จะชี้ให้เห็นถึง  การสรรเสริญและการนมัสการที่แท้ของบุคคลที่จิตใจของเขา  เที่ยงตรง  ชอบธรรม  ต่อพระเจ้าที่เขานมัสการ

• สรรเสริญพระเจ้าด้วยการแสดงออกที่พระเจ้าทรงยอมรับ

“ถ้าเจ้าทำดี  เราก็จะพอใจรับเจ้ามิใช่หรือ  ถ้าเจ้าทำไม่ดี  บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู  อยากตะครุบเจ้าเจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้นให้ได้"”  ปฐก.4:7 ( อ่าน  ข้อ 4-8 ด้วย )

คาอินถวายเครื่องบูชาแด่พระเจ้าซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับได้  คาอินเข้ามานมัสการอย่างถูกต้อง  เขาสร้างแท่นบูชา  ใช้ไฟในการถวายบูชา  เข้าก้าวเข้ามาหาพระเจ้า  ประสงค์ให้พระองค์พอพระทัย  แต่เขาใช้พืชผักเป็นเครื่องบูชาแทนที่จะใช้เลือด  เครื่องบูชาของเขาไม่ถูกต้อง  คาอินนมัสการ...แต่เป็นการนมัสการที่พระเจ้าไม่ยอมรับ

บุตรทั้งสองของอาโรน “อาบีฮู  กับ  นาดับ”  เขาได้ถวายเครื่องหอมแด่พระเจ้า  ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับของพระองค์  ดูเหมือนภายนอกไม่น่าที่จะไม่เป็นที่ยอมรับได้  แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้ตัดสินว่า  เครื่องบูชาใดเป็นที่ยอมรับได้หรือไม่  เขาทั้งสองตายต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า  เนื่องจากได้ถวายบูชาแด่พระเจ้าด้วยไฟต้องห้าม

“1 ฝ่ายนาดับกับอาบีฮูบุตรของอาโรน  ต่างนำกระถางไฟของเขามา  และเอาไฟใส่ในนั้น  แล้วใส่เครื่องหอมลง  เอาไฟที่ต้องห้ามมาเผาถวายบูชาแด่พระเจ้า  ซึ่งพระองค์มิได้ทรงบัญชาให้เขากระทำเช่นนั้น  2 ไฟก็พุ่งขึ้นมาจากที่พระเจ้าประทับไหม้เขาทั้งสอง  และเขาก็ตายต่อพระพักตร์พระเจ้า”  ลนต.10:1-2

มันเป็นวิกฤตร้ายแรงมาก  หากเราสรรเสริญพระเจ้าด้วยสิ่งซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับได้ สิ่งใดก็ตามที่เรานำมาถวายแด่พระเจ้า  จำเป็นต้องถูกต้องตามที่พระคัมภีร์สอนไว้  และมาจากจิตใจที่บริสุทธิ์  และสำนึกผิด  กลับใจใหม่

คาอินถวายเครื่องบูชาแปลกปลอม  ซึ่งไม่เป็นที่ยอมรับได้  เราต้องไม่กระทำสิ่งใดที่ตกต่ำจากมาตรฐานของพระเจ้า  การหลับหูหลับตาเชื่อในสิ่งที่ไม่ดูว่าพระคัมภีร์สอนว่าอย่างไร  ที่เกี่ยวข้องกับการสรรเสริญนมัสการ เป็นสิ่งที่ไม่ถูกยอมรับแน่นอน

อาบีฮู  และนาดับ  ใช้ไฟต้องห้าม  ซึ่งพระเจ้าไม่ได้สั่งให้เขาทำ  เป็นสิ่งผิดฉันใด  เราต้องระวังอย่างมากเช่นกัน  เมื่อเราเข้ามาสรรเสริญและนมัสการ  ไฟที่นำมาเผาเครื่องหอมบูชา  ต้องนำเอามาจากแท่นเผาบูชา (เล็งถึงการกลับใจใหม่)  การสรรเสริญและนมัสการของเรา  ต้องแน่ใจว่ามาจากจิตใจที่สำนึกผิด  และกลับใจใหม่ด้วยความถ่อมใจต่อพระเจ้า จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด