• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
บทที่ 3 ทำไมปัจจุบันหลายคริสตจักรจึงไม่มีการร่ายรำ PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - เข้าใจงานร่ายรำในการนมัสการ 1

บทที่ 3 ทำไมปัจจุบันหลายคริสตจักรจึงไม่มีการร่ายรำ


ในยุคนี้พระเจ้าทรงกำลังฟื้นฟูคริสตจักรของพระองค์รวมทั้งการร่ายรำ ที่กำลังเกิดขึ้นมากมายหลายรูปแบบ ในอดีตที่ผ่านมาคริสตจักรอาจไม่ยอมรับการร่ายรำ ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ?

หลายครั้งคริสตจักรอาจถูกหลอกให้คิดว่า การร่ายรำเป็นสิ่งปลอมแปลง จึงทำให้คริสเตียนนั้นปิดหัวใจของเขาที่มีต่อสิ่งนั้นต่าง ๆ ทั้งที่บางครั้ง เป็นการแสดงออกอย่างถูกต้องและสมควร เมื่อคริสเตียนบางคนในพระกายได้ริเริ่มเอาการร่ายรำมาใช้ คริสเตียนอีกหลายคนก็มักจะตัดสินพวกเขาว่า ทำสิ่งที่เป็นของฝ่ายโลก หรือเป็นของซาตานไปเลยทีเดียว และด้วยเหตุนี้ก็เท่ากับว่าเราปล่อยให้มันก็ได้มาทำลายพระกายของพระคริสต์จริงๆเพราะความไม่เข้าใจ

บางครั้งสิ่งที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการที่เราจะถูกปลดปล่อยไปสู่อิสรภาพในการร่ายรำ อาจมาจากมุมของส่วนตัวของบางคน เช่น

1. ความรู้สึกไม่มั่นคง


เราจะสามารถถวายบางสิ่งแด่พระเจ้าที่พระองค์ทรงยอมรับได้หรือ ?” ซึ่งคำถามที่แท้จริงคือ“ข้าพระองค์เป็นที่ยอมรับต่อพระเจ้าหรือ? ในพระคัมภีร์นั้นเต็มไปด้วยข้อพระคัมภีร์ที่ประกาศถึงความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรา

อย่างไรก็ตามหลายคนอาจถูกทำให้บาดเจ็บและกลัว ซึ่งเกิดจากสถานการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตอาจทำให้มุมมองต่าง ๆ ในชีวิตที่เกี่ยวพันกับพระเจ้านั้นถูกบิดเบือนไป สิ่งหนึ่งซึ่งจะช่วยให้เกิดความคิดที่ถูกต้อง คือ การเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างการที่พระเจ้ามองเรา กับการที่เรามองตัวเองการที่เรามองตัวเองนั้นคือ “เรารู้สึกต่อตัวเองอย่างไรและมองตัวเราอย่างไร” แต่จากมุมของพระคัมภีร์ การที่พระเจ้ามองเรานั้น คือ “พระเจ้าตรัสว่าเราคือใคร และพระองค์ทรงทอดพระเนตรเราอย่างไร” ถ้าเรามองในมุมเดียวกับพระเจ้า การมองตัวเองด้วยสายตาแบบมนุษย์ก็จะถูกขจัดไปในที่สุด ความรู้สึกที่ถูกต้องจากการมองในมุมเดียวกับพระเจ้าจะนำความรู้สึกมั่นคงมาสู่จิตใจของเรา

สดด.139 : 13 – 18 ได้กล่าวถึงการที่พระเจ้าทรงสร้างเรา พระองค์ทรงรู้จักทุกส่วนในชีวิตเรา ปฐมกาลได้กล่าวถึงว่าเราถูกสร้างตามพระฉายของพระเจ้า พระเจ้าไม่ได้ทรงสร้างสิ่งที่ไม่มีคุณค่า แต่หลายครั้งเราปล่อยให้โลกกำหนดสถานภาพของเรา โลกอาจจะกล่าวว่า “ถ้าเธอจะเป็นนักร่ายรำเธอต้องสูง ผอม สง่างาม และมีพื้นฐานการเต้นมาก่อน” ในสายตาของโลกนั้นอาจมองว่า ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ดีที่สุด คุณก็จะไม่สามารถจะยิ่งใหญ่และมีคุณค่าได้

โรม12 : 2 กล่าวว่า “อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่” เราต้องมองตัวเราอย่างที่พระเจ้ามองเรา และเชื่อพระองค์มากยิ่งกว่าคำโกหกของมารซาตานที่คอยหลอกเรา

2. ความกลัวในสิ่งที่ไม่รู้


มีคำถามมากมายมักจะเกิดในใจของร่ายรำ          “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราร่ายรำ?”         “จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่เชื่อฟัง แต่ถ้าเราเชื่อฟัง นี่เป็นเวลาที่เราควรร่ายรำหรือเปล่า?”     ความกลัวจะหยุดเรา และทำให้เราไม่กล้าทำในสิ่งที่พระเจ้าเรียกมา ไม่เพียงแต่ในเรื่องการร่ายรำเท่านั้น แต่รวมถึงการรับใช้พระเจ้าในด้านอื่น ๆ ด้วย

3. การไม่เชื่อ


พระเจ้าทรงเป็นอย่างที่พระองค์ทรงเป็น และทรงตรัส ถ้าเราไม่เชื่อว่าพระองค์จะทรงทำอย่างที่พระองค์ทรงตรัสไว้ การคิดเช่นนี้จะเป็นตัวขัดขวางเราในการร่ายรำ

4. ความหยิ่ง


พระคัมภีร์กล่าวว่า ให้เราถ่อมใจลงต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าและต่อกันและกัน ความหยิ่งทำให้ซาตานล้มลง จงอย่าให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเรา

5. การไม่สารภาพบาป


การไม่สารภาพบาปนั้นอาจไม่ได้หยุดยั้งการร่ายรำของเราในฝ่ายร่างกายได้ แต่มันจะทำให้เราร่ายรำของเราเป็นมลทิน และนำไปสู่การที่พระเจ้าไม่ยอมรับสิ่งที่เราถวายแด่พระองค์  อสย.59 : 2 “แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแตกแยก ระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และบาปของเจ้าทั้งหลายได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน”

6. การเพิกเฉย


การไม่ตระหนักถึงอิสรภาพที่พระเจ้าประทานให้ และไม่เห็นคุณค่าของมันอย่างที่พระเจ้าให้คุณค่าแก่มัน

7. การขัดขืน


การปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงของพระเจ้า หรืออาจจะยอมรับ แต่ไม่ยอมที่จะเชื่อฟังความจริงนั้น ซึ่งมันก็จะเป็นพันธนาการทั้งฝ่ายจิตวิญญาณและฝ่ายร่างกาย

พระเจ้าปรารถนาให้เรามีอิสระในการนมัสการ พระองค์ไม่ถูกพันธนาการด้วยความรู้สึก,วัฒนธรรมหรือสิ่งอื่นใด อย่าให้สิ่งที่จะมาเป็นอุปสรรคต่อการแสดงออกถึงความรักที่เรามีต่อพระเจ้า