• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
บทที่ 10 ตัวอย่างการร่ายรำในบรรยากาศต่าง ๆ PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - เข้าใจงานร่ายรำในการนมัสการ 1

บทที่ 10 ตัวอย่างการร่ายรำในบรรยากาศต่าง ๆ


ในบรรยากาศการนมัสการนั้น มีมากมายหลายบรรยากาศด้วยกันนะคะ บรรยากาศสรรเสริญ  นมัสการ เฉลิมฉลอง เหล่านี้เป็นต้น
คราวนี้พี่จะยกแค่บางตัวอย่างมาแบ่งปันนะคะว่า เราสามารถร่ายรำปรนนิบัติพระเจ้าในลักษณะใดได้บ้าง

• การร่ายรำในบรรยากาศเฉลิมฉลอง

การร่ายรำในลักษณะนี้เป็นการแสดงออกถึงความชื่นชมยินดีต่อสิ่งที่พระเจ้าทรงกระทำต่อเราในแต่ละบุคคลหรือในชุมชน เพลงที่ใช้มักเป็นเพลงเร็ว ท่าเต้นควรมีลักษณะที่เข้มแข็ง และชื่นชมยินดี โดยจะมีการกระโดด หมุนไปรอบ ๆ เป็นต้น
การร่ายรำแบบนี้อาจเตรียมท่ามาล่วงหน้า หรือเคลื่อนไหวตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ในเวลานั้นก็ได้ (โดยทีมร่ายรำทั้งหมด เต้นตามหัวหน้าทีม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นำการร่ายรำ) การร่ายรำแบบนี้ไม่ว่าเป็นกลุ่มหรือ เดี่ยวก็ตามจะช่วยให้ที่ประชุมสัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลองในจิตวิญญาณของเขาและอาจทำให้เขาก้าวออกมาเพื่อร่วมในการร่ายรำก็ได้ ในบรรยากาศนี้อาจใช้ อุปกรณ์มาเสริมเช่น แทมเบอรีน หรือธงก็ได้

• การร่ายรำนมัสการ

การร่ายรำในลักษณะนี้จะมีการเตรียมท่าไว้ก่อน
หรือร่ายรำโดยการทรงนำของพระวิญญาณก็ได้ ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความรักและการมอบถวาย ที่นักร่ายรำได้มอบแด่พระเจ้า ไม่ใช่เพื่อที่ประชุม เป็นการสื่อสารทางจิตวิญญาณต่อพระองค์ การร่ายรำในลักษณะนี้จะมีส่วนช่วยให้ที่ประชุมได้ตอบสนองการนมัสการพระเจ้าด้วยความสดใหม่

• การร่ายรำทั้งที่ประชุม

โดยท่าที่ใช้ต้องเป็นท่าง่ายๆ นำที่ประชุม และหนุนใจให้ที่ประชุมเต้นตาม  โดยจะร่ายรำระหว่างแถวเก้าอี้ และเนื่องจากพื้นที่ที่จำกัด ร่ายรำแบบนี้ต้องใช้การเคลื่อนไหวของเท้าแบบง่าย ๆ แต่เน้นการเคลื่อนไหวของแขนและมือมากกว่า และการที่ชวนให้ที่ประชุมทั้งหมดร่ายรำในท่าเดียวกัน
การร่ายรำแบบนี้จะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้อย่างเยี่ยมยอด

• การร่ายรำเผยพระวจนะ

เป็นการร่ายรำหรือเคลื่อนไหว เพื่อสื่อสารข้อความจาก พระเจ้าสู่ประชากรของพระองค์ เช่น มิเรียม ที่ได้ร่ายรำเผยพระวจนะ มิเรียมเป็นผู้เผยพระวจนะ และเธอมีความสามารถที่จะปลุกเร้าประชาชนอิสราเอล (โดยใช้บทเพลงและการร่ายรำ) ให้มีความเปรมปรีดิ์ที่จะมอบถวายตัวแด่พระเจ้า
การร่ายรำเผยพระวจนะอาจร่ายรำหรือเคลื่อนไหวในบทเพลงหรือ คำเผยพระวจนะ หรือ ประกอบกับดนตรีก็ได้
บ่อยครั้งที่การร่ายรำเผยพระวจนะเป็นการผสมผสานระหว่างการแสดง และละครใบ้ การผสมผสานนี้จะช่วยให้การสื่อสารออกมาเป็นท่าทางนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเวลาที่เราต้องการจะสื่อสารเนื้อหาอย่างชัดเจน


การร่ายรำแบบนี้อาจเป็นการคิดออกมา สดๆ (Improvisation) ก็ได้ คือเมื่อประเจ้าพูดกับเรา เราก็สามารถสื่อสารออกมาได้ทันที แต่นักร่ายรำที่จะทำเช่นนี้ได้ควรจะต้องมีทักษะอย่างมากจึงจะสามารถสื่อสารแก่ผู้ชมได้อย่างดี

• การร่ายรำทำสงครามฝ่ายวิญญาณ

การที่จะร่ายรำในด้านนี้อย่างเกิดผล นักร่ายรำต้องมีความเข้าใจอย่างถูกต้องในเรื่องพลังในฝ่ายวิญญาณที่เกิดขึ้นในแต่ละสถานการณ์ การแสดงออกโดยใช้ร่างกายนั้นต้องสำแดงออกถึงความพ่ายแพ้ของซาตานและชัยชนะของพระเจ้าในสถานการณ์นั้น ๆ การร่ายรำทำสงครามฝ่ายวิญญาณนั้นเป็นการกระทืบเท้า ปรบมือ ท่าโจมตี ท่าฟาดฟัน และการกระชากลงการเดินมาร์ช หรือใช้ แทมเบอรีน มาประกอบการร่ายรำได้ด้วย การร่ายรำประเภทนี้สามารถทำได้ทั้งชายและหญิง โดยทั่วไปมักเป็นการร่ายรำ โดยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ก็อาจมีการเตรียมท่ามาก่อนก็ได้ ซึ่งการเตรียมท่ามาล่วงหน้าก็ต้องมีความไวต่อพระวิญญาณที่จะเลือกใช้การร่ายรำนี้ในเวลาที่เหมาะสม การร่ายรำนี้มักใช้ในงานประชุมสัมมนาที่จัดขึ้น หรือใช้เมื่อร่ายรำในเวลาเข้าเฝ้าพระเจ้าส่วนตัวมากกว่าการนมัสในที่ประชุม

นักร่ายรำเป็นเหมือนทับหน้าในกองทัพที่เขาทำสงคราม ฉะนั้นนักร่ายรำจึงต้องระมัดระวังรักษาชีวิต ให้ถูกต้องต่อพระเจ้า และผู้อื่น มิฉะนั้นเราอาจจะเป็นช่องให้ศัตรูเข้าโจมตีชีวิตเรา และให้แน่ใจว่าพระวิญญาณทรงนำเรา ก่อนที่เราจะออกไปปรนนิบัติ และต้องมั่นใจว่าเราอยู่ภายใต้การปกป้องโดยพระโลหิตพระเยซู ดังที่กล่าวใน อฟ.6 : 10 – 18 เพราะกำลังอยู่ในสงครามซึ่งเราต้องตระหนักเสมอ จงเตรียมตัวป้องกันการจู่โจมของศัตรู ซึ่งมันมักจะจู่โจมที่ความคิดของเรา ดังเช่น
“เธอคิดว่าเธอ เป็นใคร”
“เธอดีพอแล้วหรือที่จะรับใช้พระเจ้าได้”

อย่าถูกล่อลวง แต่จงสรรเสริญพระเจ้า เพราะซาตานไม่มีอำนาจเหนือเรา นอกจากเราจะยอมให้อำนาจแก่มันโดยการที่เรายอมฟังในสิ่งที่มันล่อลวงเรา แต่ให้เราพูดว่า
“ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า”
ถ้าซาตานไม่สามารถโจมตีความคิดของเราได้ มั่นอาจจะพยายามโจมตีร่างกายคุณก็ได้ แต่พระ เจ้านั้นทรงยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่ซาตานพยายามทำร้ายเรา หลายครั้งเราอาจไม่สบายและปฏิเสธที่จะออกไปร่ายรำ แต่เมื่อเราก้าวออกไปด้วยความเชื่อ และเชื่อฟัง พระเจ้าก็จะช่วยเราให้สามารถร่ายรำได้โดยเสรีปราศจากการเจ็บปวดเลย

• การร่ายรำแห่งชัยชนะ
การร่ายรำแบบนี้มีลักษณะคล้าย ๆ การร่ายรำสงครามฝ่ายวิญญาณ แต่ก็อาจดูเหมือนการเฉลิมฉลองชัยชนะของพระเจ้า เมื่อเราสรรเสริญพระเจ้าเราก็กำลังทำสงครามกับซาตาน เพราะซาตานปรารถนาให้เรานมัสการ แต่เมื่อเราสรรเสริญพระเจ้านั่นก็คือ ความพ่ายแพ้ของมัน
นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นนะคะ  สำหรับตอนนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ก่อนค่ะ