• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
PDF พิมพ์ อีเมล

ตัวอย่างของการเผชิญปัญหาด้วยการอธิษฐาน

เขียน โดย : อ.ประยุทธ สาริมาน

 

พระคัมภีร์

2พศด 20:1-5
1   และอยู่มาภายหลัง  คนโมอับและคนอัมโมน  และคนเมอูนีบางคนพร้อมกับเขาทั้งหลาย  ได้ขึ้นมาทำสงครามกับเยโฮชาฟัท
2   มีคนมาทูลเยโฮชาฟัทว่า  "มีคนหมู่ใหญ่มาสู้รบกับฝ่าพระบาทจากเอโดม  จากฟากทะเลข้างโน้น  และดูเถิด  เขาทั้งหลายอยู่ในฮาซาโซนทามาร์"  (คือ  เอนกาดี)
3   และเยโฮชาฟัทก็กลัว  และมุ่งแสวงหาพระเจ้า  และได้ทรงประกาศให้อดอาหารทั่วยูดาห์
4   และยูดาห์ได้ชุมนุมกันแสวงหาความช่วยเหลือจากพระเจ้า  เขาทั้งหลายพากันมาจากหัวเมืองทั้งสิ้นแห่งยูดาห์  เพื่อแสวงหาพระเจ้า
5   และเยโฮชาฟัทประทับยืนอยู่ในที่ประชุมของยูดาห์และเยรูซาเล็ม  ในพระนิเวศของพระเจ้า  ข้างหน้าลานใหม่

คำนำ

บางคนกล่าวว่า พระคัมภีร์เดิมเป็นสิ่งที่ผ่านพ้นไปแล้ว ไม่น่าจะมีสิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อพวกเราในยุคปัจจุบันเลย  ผมเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น พระเจ้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง หลักการของหระองค์ที่ประทานกับพลไพล่ของพระองค์ยังคงเหมือนเดิม


ฮบ 13:8 พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้  และเวลาวันนี้  และต่อๆไปเป็นนิจกาล
ฮบ 1:12 พระองค์ทรงม้วนสิ่งเหล่านี้ไว้ดุจผ้าคลุม  และสิ่งเหล่านั้นก็จะเปลี่ยนแปลงไป  {สำเนาต้นฉบับบางฉบับว่า  พระองค์ทรงเปลี่ยนมันดุจเสื้อ}  แต่พระองค์ยังทรงเป็นอย่างเดิม  และปีเดือนของพระองค์ไม่สิ้นสุด


ผมเชื่อว่าเราสามารถเรียนรู้หลักการในสมัยพระคัมภีร์เดิมเพื่อนำมาใช้ในปัจจุบันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระคัมภีร์ตอนนี้ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นเรื่องของการอธิษฐาน และการได้รับคำตอบอย่างอัศจรรย์

 

สิ่งที่เกี่ยวข้องกับพระคัมภีร์ตอนนี้

1.    เป็นการพูดถึงชัยชนะของชนชาติอิสราเอลที่มีลักษณะไม่เหมือนตอนอื่นๆ
2.    ชัยชนะในตอนอื่นๆ พระเจ้าทรงทำให้พวกเขาต้องออกแรงก่อน กว่าจะได้ชัยชนะมา
3.    แต่ตอนนี้พระเจ้าเองทรงจัดการทั้งหมดเอง ในขณะที่ชนชาติอิสราเองเพียงแต่ยืนมองดูเท่านั้น


ผมเชื่อว่าเราสามารถมีชัยชนะอย่างอัศจรรย์เช่นนี้ได้ โดยอาศัยประสบการณ์ของกษัตริย์เยโฮชาฟัท เช่นนี้ได้เช่นกัน

 

ขณะที่คุณเริ่มต้นในการอธิษฐาน

1.    จงเตือนตนเองให้ระลึกว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้ใด

2พศด 20:6-9

6   และตรัสทูลว่า  "ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของข้าพเจ้าทั้งหลาย  พระองค์มิได้เป็นพระเจ้าในฟ้าสวรรค์หรือ  พระองค์มิได้ปกครองเหนือบรรดาราชอาณาจักรของประชาชาติหรือ  ในพระหัตถ์ของพระองค์มีฤทธิ์และอำนาจ  จึงไม่มีผู้ใดต่อต้านพระองค์ได้ 

7  ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย  พระองค์มิได้ทรงขับไล่ชาวแผ่นดินนี้ออกไปเสียให้พ้นหน้าอิสราเอลประชากรของพระองค์หรือ  และทรงมอบไว้แก่เชื้อสายของอับราฮัมมิตรสหายของพระองค์เป็นนิตย์ 

8 และเขาทั้งหลายได้อาศัยอยู่ในนั้น  และได้สร้างสถานนมัสการแห่งหนึ่งในนั้นถวายพระองค์  เพื่อพระนามของพระองค์  ทูลว่า 

9 "ถ้าเหตุชั่วร้ายขึ้นมาเหนือข้าพระองค์ทั้งหลายจะเป็นดาบ  การพิพากษา  หรือโรคระบาด  หรือการกันดารอาหาร  ข้าพระองค์ทั้งหลายจะยืนอยู่ต่อหน้าพระนิเวศนี้และต่อพระพักตร์พระองค์  เพราะพระนามของพระองค์อยู่ในพระนิเวศ  และร้องทูลต่อพระองค์ในความทุกข์ใจของข้าพระองค์ทั้งหลาย  และพระองค์จะทรงฟังและช่วยให้รอด"


กษัตริย์เยโฮชาฟัท เป็นกษัตริย์ที่ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าแม้ว่าในอดีตพระองค์เคยดำเนินชีวิตผิดพลาดไปบ้าง คือการไปผูกมิตรกับกษัตริย์อาหับ ผู้มิได้ดำเนินชีวิตในความยำเกรงพระเจ้า และพระองค์ก็กลับใจใหม่ หันมาหาพระเจ้า สารภาพบาป และได้รับการยกโทษแล้ว และนำชนชาติของพระเจ้าต่อไป  ขณะนี้กษัตริย์และชนชาวอิสราเอลต้องพบกับศัตรูที่มารุกราน และทั้งหมดมาเฝ้าพระเจ้า และได้ประกาศความเชื่อของเขาออกไป


1)    พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของพวกเรา
2)    พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งฟ้าสวรรค์
3)    พระองค์ทรงปกครองเหนือบรรดาราชอาณาจักของประชาชาติต่างๆ รวมถึงอาณาจักรของศัตรูที่มารุกรานด้วย
4)    พระเจ้าทรงกอรปด้วยฤทธิ์และอำนาจ
5)    ไม่มีผู้ใดอาจต่อต้านพระองค์ได้
6)    พระองค์ทรงเป็นพระเจ้า
7)    พระองค์ทรงเคยขับไล่คนคานาอันกันไปเสีย
8)    ทรงมอบแผ่นดินนี้ให้กับเชื้อสายของอับราฮัม
9)    พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ได้ยินเสียงของเราในยามขัดสนอดอยากและในยามเกิดโรคภัยไข้เจ็บ มีภัยสงคราม และเมื่อถูกสิ่งชั่วร้ายเข้าโจมตี พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่เมื่อเราร้องทูล ก็ทรงเสด็จมาช่วยและทรงไถ่เราออกมาทั้งหมด ดังนั้น
10)    พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่ช่วยเรา เพื่อได้รับการอัศจรรย์ เราจำเป็นต้องรู้ว่าพระองค์เป็นใคร และเราต้องเชื่อว่าพระองค์ทรงมีพระราชกิจเช่นใด พระองค์จะทรงกระทำเช่นนั้นให้เราเหมือนกัน เหมือนที่ทรงกระทำในอดีต พระองค์ทรงสามารถทำได้เดี๋ยวนี้  ทุกวันนี้ เราต้องการผู้นำที่รู้ว่า พระเจ้าเป็นผู้ใด เป็นผู้ที่ไม่อายที่จะประกาศความเชื่อของคน ท่ามกลางประชากรของพระเจ้า  ผู้นำที่จะนำชนชาติของพระเจ้าไป ต้องเป็นผู้นำในการอธิษฐาน ในการกลับใจใหม่และในการแสวงหาพระเจ้า แสวงหาพระปัญญาของพระเจ้า แสวงหาการช่วยกู้ของพระองค์  เราต้องการผู้นำที่มีชีวิตในฝ่ายวิญญาณ ผู้ที่รู้จักพระเจ้า ผู้ที่กล้าจะเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆด้วยการยืนขึ้นต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า

 

2.    จงทวงพระเจ้าถึงพระลักษณะของพระองค์เอง

2พศด  20:10-13
10   ดูเถิด  บัดนี้คนอัมโมนและโมอับ  และภูเขาเสอีร์  ผู้ซึ่งพระองค์ไม่ทรงยอมให้คนอิสราเอลบุกรุก  เมื่อเขามาจาก   แผ่นดินอียิปต์และผู้ซึ่งเขาได้หลีกไปมิได้ทำลายเสีย
11   ดูเถิด  เขาทั้งหลายได้ให้บำเหน็จแก่เรา  ด้วยมาขับเราออกเสียจากแผ่นดินกรรมสิทธิ์ของพระองค์  ซึ่งพระองค์ประทานให้แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นมรดก
12   ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์  พระองค์จะไม่ทรงกระทำการพิพากษาเหนือเขาหรือ  เพราะว่าข้าพระองค์ทั้งหลายไม่ มีฤทธิ์ที่จะต่อสู้คนหมู่มหึมานี้  ซึ่งกำลังมาต่อสู้กับข้าพระองค์ทั้งหลาย  ข้าพระองค์ทั้งหลายไม่ทราบว่าจะกระทำประการใด  แต่ดวงตาของข้าพระองค์ทั้งหลายเพ่งที่พระองค์"
13   ในระหว่างนั้นคนทั้งปวงของยูดาห์ก็ยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าพร้อมกับภรรยาและลูกหลานของเขา


1)    พวกเรานั้นเป็นคนที่เชื่อฟังพระองค์
(ข้อ 10) “ดูเถิด  บัดนี้คนอัมโมนและโมอับ  และภูเขาเสอีร์  ผู้ซึ่งพระองค์ไม่ทรงยอมให้คนอิสราเอลบุกรุก  เมื่อเขามาจากแผ่นดินอียิปต์และผู้ซึ่งเขาได้หลีกไปมิได้ทำลายเสีย”


2)    พวกเรานั้นต้องการพระองค์จริงๆ
(ข้อ 12ก) “ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์  พระองค์จะไม่ทรงกระทำการพิพากษาเหนือเขาหรือ  เพราะว่าข้าพระองค์ทั้งหลายไม่มีฤทธิ์ที่จะต่อสู้คนหมู่มหึมานี้  ซึ่งกำลังมาต่อสู้กับข้าพระองค์ทั้งหลาย


3)    พวกเรานั้นต้องพึ่งพระองค์จริงๆ
(ข้อ 12ข) “ข้าพระองค์ทั้งหลายไม่ทราบว่าจะกระทำประการใด  แต่ดวงตาของข้าพระองค์ทั้งหลายเพ่งที่พระองค์"


4)    พวกเราจะรอคอยพระองค์ด้วยความเชื่อ
(ข้อ 13)  “ ในระหว่างนั้นคนทั้งปวงของยูดาห์ก็ยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าพร้อมกับภรรยาและลูกหลานของเขา”

 

3.    จงพูดถึงปัญหาให้ชัดเจน

(ข้อ 11-12)

11 ดูเถิด  เขาทั้งหลายได้ให้บำเหน็จแก่เรา  ด้วยมาขับเราออกเสียจากแผ่นดินกรรมสิทธิ์ของพระองค์  ซึ่งพระองค์ประทานให้แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายเป็นมรดก   

12 ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์  พระองค์จะไม่ทรงกระทำการพิพากษาเหนือเขาหรือ  เพราะว่าข้าพระองค์ทั้งหลายไม่มีฤทธิ์ที่จะต่อสู้  คนหมู่มหึมานี้  ซึ่งกำลังมาต่อสู้กับข้าพระองค์ทั้งหลาย  ข้าพระองค์ทั้งหลายไม่ทราบว่าจะกระทำประการใด  แต่ดวงตาของข้าพระองค์ทั้งหลายเพ่งที่พระองค์" “ข้าพเจ้าทั้งหลายไม่มีฤทธิ์ที่จะต่อสู้คนหมู่มหึมานี้ ซึ่งกำลังต่อสู้กับข้าพระองค์ทั้งหลาย”  “ข้าพระองค์ทั้งหลายไม่ทราบว่าจะกระทำประการใด”  “พระองค์จะไม่ทรงกระทำการพิพากเหนือเขาหรือ” 


4.    กระทำตามด้วยความเชื่อฟังพระวิญญาณบริสุทธิ์


2พศด 20:14-17
14   และพระวิญญาณของพระเจ้าเสด็จมาสถิตกับยาฮาซีเอลบุตรเศคาริยาห์  ผู้เป็นบุตรเบไนยาห์  ผู้เป็นบุตรเยอีเอล  ผู้เป็นบุตรมัทธานิยาห์เป็นคนเลวีเชื้อสายของอาสาฟ  เมื่อท่านอยู่ท่ามกลางที่ประชุมนั้น 

15   และเขาได้พูดว่า  "ยูดาห์ทั้งปวงและชาวเยรูซาเล็มทั้งหลายกับกษัตริย์เยโฮชาฟัท  ขอจงฟัง  พระเจ้าตรัสดังนี้แก่ท่านทั้งหลายว่า  "อย่ากลัวเลย  และอย่าท้อถอยด้วยคนหมู่มหึมานี้เลย  เพราะว่าการสงครามนั้นไม่ใช่ของท่าน  แต่เป็นของพระเจ้า 

16   พรุ่งนี้เช้าจงลงไปต่อสู้กับเขา  ดูเถิดเขาจะขึ้นมาทางขึ้นที่ตำบลศิส  ท่านทั้งหลายจะพบเขาที่ปลายหุบเขาทางตะวันออกของถิ่นทุรกันดารเยรูเอล 

17   ไม่จำเป็นที่ท่านจะต้องสู้รบในสงครามครั้งนี้  โอ  ยูดาห์  และเยรูซาเล็ม  จงเข้าประจำที่  ยืนนิ่งอยู่และดูชัยชนะของพระเจ้าเพื่อท่าน"  อย่ากลัวเลยอย่าท้อถอย  พรุ่งนี้จงออกไปสู้กับเขาและพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับท่าน"  ให้เราดูถ้อยคำของพระวิญญาณของพระเจ้า


•    ถ้อยคำของพระเจ้ามาโดยคนที่มีความสัตย์ซื่อ
•    “ยาฮาซีเอล” มีความหมายว่า “จับตามองที่พระเจ้า”
•    ยาฮาซีเอล ไม่ได้หนีไปด้วยความกลัวแต่ร่วมอยู่ในประชุม ร่วมในความยากลำบาก ร่วมทุกข์ร่วมสุข
•    ยาฮาซีเอล เป็นลูกหลานของอาสาฟ ซึ่งเป็นคนในช่วงอายุย้อนไป 5 รุ่น อาสาฟเป็นหัวหน้านักดนตรีของดาวิด เป็นคนที่มีการเจิมด้วยวิญญาณของการเผยพระวจนะ
•    พระวจนะของพระเจ้าผ่านทาง ยาฮาซีเอล ว่า “สงครามนี้ไม่ใช่ของท่านแต่เป็นของพระเจ้า
•    และได้แนะวิธีที่จะเผชิญกับศัตรู
-    จงลงไปต่อสู้กับเขา
-    ไม่จำเป็นที่จะต้องสู้รบในสงครามครั้งนี้
-    จงเข้าประจำที่ ยืนนิ่งๆ และดูชัยชนะของพระเจ้าเพื่อท่าน
-    อย่ากลัว อย่าท้อถอย
น่าสังเกต พระเจ้าไม่ต้องการให้หนีปัญหา พระองค์สั่งไม่ให้ต่อสู้ แต่ก็ไม่ให้วิ่งหนี

 

บทสรุป

2พศด 20:22-26
22   และเมื่อเขาทั้งหลายตั้งต้นร้องเพลงสรรเสริญ  พระเจ้าทรงจัดกองซุ่มคอยต่อสู้กับคนอัมโมน  โมอับ  และชาวภูเขาเสอีร์  ผู้ได้เข้ามาต่อสู้กับยูดาห์  ดังนั้นเขาทั้งหลายจึงแตกพ่ายไป 

23   เพราะว่าคนของอัมโมนและของโมอับได้ลุกขึ้นต่อสู้กับชาวภูเขาเสอีร์  ทำลายเขาเสียอย่างสิ้นเชิง  และเมื่อเขาทั้งหลายทำลายชาวเสอีร์หมดแล้ว  เขาทั้งสิ้นช่วยกันทำลายซึ่งกันและกัน 

24   เมื่อยูดาห์ขึ้นไปอยู่ที่เนินสูงที่ในถิ่นทุรกันดาร  เขามองตรงไปที่คนหมู่ใหญ่นั้น  และ  ดูเถิด  มีแต่ศพนอนอยู่บนแผ่นดิน  ไม่มีสักคนเดียวที่รอดไปได้

25   เมื่อเยโฮชาฟัทและประชาชนของพระองค์มาเก็บของเสียจากเขาทั้งหลาย  เขาพบสัตว์เป็นจำนวนมาก  ข้าวของ  เสื้อผ้า  และของมีค่าต่างๆ  ซึ่งเขาเก็บมามากสำหรับตัวจนขนไปไม่ไหว  เขาเก็บของที่ริบได้เหล่านั้นสามวัน  เพราะมากเหลือเกิน  2

6   ในวันที่สี่เขาทั้งหลายได้ชุมนุมกันที่หุบเขาเบราคาห์  ด้วยที่นั่นเขาสรรเสริญพระเจ้าเพราะพระพร  เพราะฉะนั้น  เขาจึงเรียกที่นั้นว่าเบราคาห์  {แปลว่า  พระพร  การสรรเสริญ}  จนถึงทุกวันนี้


•    คนอิสราเอลเดินออกไป และร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าไป และเฝ้ามองดูการอัศจรรย์
•    พระเจ้าทรงทำให้กองทัพศัตรูเกิดความสับสนวุ่นวาย
•    พวกเขาฆ่ากันและกันเอง
•    คนอิสราเอลใช้เวลา 3 วันในการเก็บของที่ริบมาได้
•    พวกเขาตั้งชื่อสถานที่นั้นว่า “เบราคาห์” แปลว่า พระพรจากการสรรเสริญ

 

ในการเรียนรู้จากบทเรียนนี้ จากคนอิสราเอล

1.    จงเตือนตนเองให้ระลึกว่า พระเจ้าทรงเป็นผู้ใด
2.    จงทวงพระเจ้าถึงพระลักษณะของพระองค์เอง
3.    จงพูดถึงปัญหาให้ชัดเจน
4.    จงกระทำตามด้วยการเชื่อฟังพระวิญญาณบริสุทธิ์