|
สติปัญญากับความชอบธรรม
จอห์น คาลวิน ได้กล่าวไว้ว่า ความชอบธรรมสามารถหลั่งไหลมาจากหลักการเดียวเท่านั้น คือความยำเกรงพระเจ้า ดังนั้นความชอบธรรมจึงเป็นอีกเสาหลักหนึ่งที่จะนำมาซึ่งสติปัญญาในพระเจ้า บุคคลที่มีสติปัญญานั้นจะเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องและเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจในหลักการพระคัมภีร์ เช่น กษัตริย์ดาวิดเป็นผู้ที่มีสติปัญญา จึงเลือกที่จะไม่ทำร้ายซาอูลแม้ว่าพระองค์สามารถทำได้ เพราะดาวิดเคารพและยำเกรงพระเจ้าดำเนินชีวิตอย่างชอบธรรม ( 1 ซามูเอล 26.9 )
ลักษณะของผู้ชอบธรรมในสุภาษิต
- มีความยุติธรรม ( สุภาษิต 12.5 ) ลักษณะของผู้ชอบธรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับสติปัญญานั้น เป็นการดำเนินชีวิตด้วยความยุติธรรมที่ถูกสะท้อนออกมาทางด้านความคิดและพฤติกรรม ส่วนคนอธรรมนั้นจะสะท้อนชีวิตที่ปราศจากความยุติธรรม
- มีความกรุณา ( สุภาษิต 12.10 ) ในพระธรรมสุภาษิตได้เปรียบเทียบความกรุณาของผู้ชอบธรรม ย่อมเห็นแก่ชีวิต แต่ความกรุณาของคนโหดร้ายคือ ความดุร้าย นั่นหมายความว่าในคนโหดร้ายจะไม่มีความกรุณาและความชอบธรรม และสติปัญญาจะไม่มีในคนนั้นด้วย
- มีความเกลียดชังต่อความเท็จ ( สุภาษิต 13.5 ) คุณลักษณะเด่นของผู้ชอบธรรมคือ เกลียดชังต่อความเท็จ ส่วนคนอธรรมนั้นสามารถประพฤติในสิ่งที่น่าอับอายและน่าอดสูได้อย่างไม่รู้สึกอะไรเลย
- มีวิถีชีวิตที่รุ่งโรจน์ ( สุภาษิต 4.18 ) ผู้ชอบธรรมจะมีวิถีชีวิตที่รุ่งโรจน์โดยให้พระวจนะเป็นโคมส่องเท้านำทางชีวิต ( โยบ 22.28 ) และพระสิริของพระเจ้าปกคลุมอยู่เหนือชีวิตของเขา ( อิสยาห์ 58.8 )
- มีความสุขุมรอบคอบ ( สุภาษิต 15.28 ) ผู้ที่มีการไตร่ตรองความคิดเป็นอย่างดีแสดงถึงความสุขุมรอบคอบ ตัดสินใจกล่าวสิ่งใดออกมาจะส่งผลดีต่อผู้อื่นจึงทำให้เป็นคนที่มีสติปัญญา ส่วนคนชั่วร้ายนั้นก็จะเทสิ่งชั่วร้ายออกจากปากและชีวิตของเขา
ความชอบธรรมกับการนำพระพรไปสู่ผู้อื่น
- คนชอบธรรมจะนำพระพรไปสู่ผู้อื่นโดยทางคำพูดของเขา ( สุภาษิต 10.20 ) คำพูดของคนชอบธรรมนั้นมีค่าดุจเงินเนื้อบริสุทธิ์ ตรงกันข้ามกับความคิดของคนชั่วร้ายนั้นมีค่าแต่น้อย ถ้อยคำของผู้ชอบธรรมนั้นจะนำพระพร นำชีวิตชีวา นำความอิ่มเอมใจมาให้แก่ผู้ที่ได้ยินได้ฟัง และเพื่อให้ผู้ฟังได้รับพระพร ( สุภาษิต 10.11 )
- นำพระพรไปสู่ผู้อื่นโดยความเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่ง ( สุภาษิต 11.10 ) ผู้ชอบธรรมจะเป็นผู้ได้รับพระพรจากพระเจ้า ซึ่งพระพรนี้จะส่งผลให้ผู้อื่นได้รับพระพรด้วยเช่นกัน หากผู้ชอบธรรมอยู่ที่ใด ที่แห่งนั้นจะได้รับความสุขความเปรมปรีด์ เพราะพระพรได้หลั่งไหลผ่านผู้ชอบธรรมไปสู่ผู้อื่นอีกด้วย
- คนชอบธรรมจะนำพระพรไปยังประชาชาติ ( สุภาษิต 14.34 ) ชีวิตของผู้ชอบธรรมนั้นเป็นเหตุให้ประชาชาติได้รับการเชิดชูขึ้น เป็นพระพรที่จะขยายออกไปอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงแต่ไปสู่กลุ่มคนเล็กๆที่อยู่รอบข้างชีวิตของผู้ ชอบธรรม ยังหลั่งไหลไปสู่ระดับประชาชาติอีกด้วย เหมือนดั่งพระสัญญาที่พระเจ้าได้ประทานแก่อับราฮัม
คนชอบธรรมจะนำพระพรแห่งความรอดมา ( สุภาษิต 11.30 ) ผู้ชอบธรรมย่อมนำพระพรแห่งความรอดไปสู่มวลมนุษยชาติ
พระพรส่วนบุคคลของผู้ชอบธรรมที่พระเจ้าได้ทรงอวยพระพรโดยตรง ( สุภาษิต 3.33 ) และทุกสิ่งที่ผู้ชอบธรรมปรารถนานั้นพระเจ้าจะทรงประทานแก่เขาทั้งสิ้น ( สุภาษิต 10.24 ) อันเนื่องมาจากสติปัญญาของผู้ชอบธรรมได้แก่ ความเจริญรุ่งเรือง ( สุภาษิต 12.12 , 13.21 , 21.21 ) ความอุดมสมบูรณ์และไม่ขัดสน ( สุภาษิต 13.25 , 10.3 ) การรอดพ้นจากภัยอันตราย ( สุภาษิต 10.25 , 12.13 ) การได้รับคำตอบจากการอธิษฐาน เพราะพระเจ้าทรงพอพระทัยผู้ที่มีชีวิตชอบธรรม และทรงฟังคำร้องทูลของเขา ( สุภาษิต 15.29 ) การมีชีวิตที่ยืนยาวนาน ( สุภาษิต 16.31 ) และพระพรที่จะได้รับชีวิตนิรันดร์ ( สุภาษิต 12.28 , 14.32 )
การดำเนินชีวิตคริสเตียนในโลกปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องพึ่งพาสติปัญญาจากพระเจ้าและแสวงหาพระปัญญาจากพระเจ้าให้มากยิ่งขึ้น หากเรายังขาดสติปัญญาอยู่ให้เราทูลร้องขอต่อพระเจ้า เพื่อพระองค์จะทรงประทานสติปัญญาอันล้ำเลิศแก่เรา เพราะคลังสติปัญญาและความรอบรู้ทุกอย่างทรงปิดซ่อนไว้ในพระองค์
ในฐานะที่เราเป็นคนชอบธรรมให้เราพึ่พาพระเจ้าในการดำเนินชีวิตเพื่อเราจะเป็นแหล่งพระพรสำหรับทุกคนเพราะไม่เพียงเราจะได้ประโยชน์แล้วคนรอบข้างก็เป็นพรด้วย ช่างดีจริงๆ
|