บทที่ 1 ทำไมปัจจุบันจึงไม่มีการร่ายรำ
หลายครั้งคริสตจักรก็อาจถูกหลอกให้คิดว่าสิ่งที่แท้จริงเป็นของปลอมแปลงและ สิ่งปลอมแปลงนั้นเป็นสิ่งจริงแท้ด้วยเช่นกัน จึงทำให้คริสเตียนนั้นปิดหัวใจของเขาที่มีต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นการแสดงออกอย่างถูกต้องและสมควร เมื่อคริสเตียนบางคนในพระกายได้รื้อฟื้นความจริงบางประการขึ้นมา เช่น การร่ายรำหลายคนก็มักจะตัดสินพวกเขาว่า ทำสิ่งที่เป็นของฝ่ายโลกหรือเป็นของซาตานเลยทีเดียว ซาตานนั้นได้ออกมาเพื่อทำลายพระกายของพระคริสต์จนถึงปัจจุบัน โดยมีคริสตจักรเป็นหนึ่งในผู้ช่วยที่ดีของมัน
พระกายของพระคริสต์นั้นถูกฉีกทิ้งด้วยอคติของคนในคริสตจักรบางคนที่ไม่เข้าใจ ให้เรากลับไปดูพระคัมภีร์และสำรวจว่าพระเจ้าได้ตรัสเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้อย่างไร ใน (อฟ.4:13) “จงเพียรพยายามให้คงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งพระวิญญาณทรงประทานนั้นด้วยสันติภาพเป็นพันธนะ” เราไม่ใช่ผู้พิพากษาพี่น้องของเรา
แท้ที่จริงนั้น เราได้รับโอกาสจากพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงอดทนและรักเรา พระองค์ทรงทำการผ่านชีวิตของเรา เมื่อเราอธิษฐานเผื่อกันและกัน และทูลขอพระเจ้าให้พระองค์ทรงสำแดงความจริงแก่พวกเรา บางครั้งสิ่งที่เป็นอุปสรรคขัดขวางการที่เราจะถูกปลดปล่อยไปสู่อิสรภาพในการร่ายรำ อาจมาจากมุมของส่วนตัวของแต่ละบุคคลก็ได้ เช่น
1. ความรู้สึกไม่แน่ใจ – เพราะไม่ตระหนักถึงการที่พระเจ้าทรงทอดพระเนตรเราอยู่
“เราจะสามารถถวายสิ่งนี้แด่พระเจ้าและพระองค์จะทรงยอมรับได้หรือ?” ซึ่งคำถามที่แท้จริงก็คือ “ข้าพระองค์จะเป็นที่ยอมรับต่อพระเจ้าได้หรือ?”
ในพระคัมภีร์นั้นเต็มไปด้วยข้อพระคัมภีร์ที่ประกาศถึงความรักของพระเจ้าที่มีต่อเรา อย่างไรก็ตามหลายคนอาจถูกทำให้บาดเจ็บและกลัว ซึ่งเกิดจากสถานการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตอาจทำให้มุมมองต่าง ๆ ในชีวิตที่เกี่ยวพันกับพระเจ้านั้นถูกบิดเบือนไป สิ่งหนึ่งซึ่งจะช่วยให้เกิดความคิดที่ถูกต้อง คือการเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างการที่พระเจ้ามองเรา กับการที่เรามองตัวเราเองจากมุมมองของพระคัมภีร์ การที่พระเจ้ามองเรานั้นคือ “พระเจ้าตรัสว่าเราเป็นใคร และพระองค์ทรงทอดพระเนตรเราอย่างไร” ส่วนการที่เรามองตัวเองนั้นคือ “เรารู้สึกต่อตัวเองอย่างไรและมองตัวเราอย่างไร” ถ้าเราตระหนักถึงการสำแดงของพระเจ้าว่าเราเป็นใครในพระคริสต์และพระเจ้ามองเราอย่างไรแล้ว การที่มองตัวเองด้วยสายตาแบบมนุษย์ก็จะถูกขจัดไปในที่สุด ความรู้สึกที่ถูกต้องจากการมองในมุมมองของพระเจ้าจะนำความรู้สึกมั่นคงมาสู่จิตใจของเรา
สดุดี 139:13-18 ได้กล่าวถึงการที่พระเจ้าทรงสร้างเรา พระองค์ทรงรู้จักทุกส่วนในชีวิตเรา พระธรรมปฐมกาลได้กล่าวถึงว่าเราถูกสร้างตามพระฉายของพระเจ้า พระเจ้าไม่ได้ทรงสร้างสิ่งที่ไม่มีคุณค่า แต่หลายครั้งเราปล่อยให้โลกเป็นสิ่งที่กำหนดสถานภาพของเรา โลกอาจจะกล่าวว่า “ถ้าเธอจะเป็นนักร่ายรำเธอต้องสูง, ผอม, สง่างาม และมีพื้นฐานมาก่อนแล้ว” ในสายตาของโลกนั้นอาจมองว่า ถ้าคุณไม่ใช่คนที่ดีที่สุด คุณก็จะไม่สามารถยิ่งใหญ่, มีคุณค่าได้เลย
โรม 12:2 กล่าวว่า “อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่” เราต้องมองตัวเราอย่างที่พระเจ้ามองเรา และเชื่อพระองค์มากยิ่งกว่าคำโกหกของศัตรู คือ ซาตานที่คอยหลอกลวงเรา
2. ความกลัว – กลัวในสิ่งที่ไม่รู้
“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราร่ายรำ ?”
“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราไม่เชื่อฟัง แต่ถ้าเราเชื่อฟัง นี่เป็นเวลาที่เราควรร่ายรำหรือเปล่า ?
ความกลัวจะหยุดเรา และทำให้เราไม่กล้าทำในสิ่งที่พระเจ้าเรียกเรา ไม่เพียงแต่ในเรื่องการร่ายรำ แต่รวมถึงการรับใช้พระเจ้าในด้านอื่น ๆ ด้วย
3. การไม่เชื่อ - การไม่ทำตามพระคำของพระเจ้า
ไม่เชื่อว่า “พระเจ้าทรงเป็นอย่างที่พระองค์ทรงเป็น และทรงตรัส และไม่เชื่อว่าพระองค์จะทรงทำอย่างที่พระองค์ทรงตรัสไว้” การคิดเช่นนี้จะเป็นตัวขัดขวางเราในการร่ายรำ
4. ความหยิ่ง - ความกลัวว่าคนอื่นมองดูเราและประเมินว่าเราเป็นเหมือนคนโง่หรือคนบ้า?
พระคัมภีร์กล่าวว่า ให้เราถ่อมใจลงต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าและต่อกันและกัน ความหยิ่งทำให้ซาตานล้มลง อย่าให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับคุณเลย
5. การไม่สารภาพบาป
การไม่สารภาพบาปนั้นอาจไม่ได้หยุดยั้งการร่ายรำของเราในฝ่ายร่างกายได้ แต่มันจะทำให้การร่ายรำของเราแปดเปื้อน และนำไปสู่การที่พระเจ้าไม่ยอมรับสิ่งที่เราถวายแด่พระองค์
อสย.59:2 “แต่ว่าความบาปชั่วของเจ้าทั้งหลายได้กระทำให้เกิดการแตกแยก ระหว่างเจ้ากับพระเจ้าของเจ้า และบาปของเจ้าทั้งหลายได้บังพระพักตร์ของพระองค์เสียจากเจ้า พระองค์จึงมิได้ยิน”
6. การเพิกเฉย
การไม่ตระหนักถึงอิสรภาพที่พระเจ้าประทานให้ จะเป็นสิ่งที่หยุดยั้งเราในการร่ายรำ
7. การขัดขืน
การปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงของพระเจ้า หรืออาจจะยอมรับ แต่ไม่ยอมที่จะเชื่อฟังความจริงนสิ่งนี้ก็จะเป็นพันธนาการทั้งฝ่ายจิตวิญญาณและฝ่ายร่างกายของเรา
พระเจ้าปรารถนาให้เรามีอิสระในการนมัสการพระองค์และไม่ถูกพันธนาการด้วยความรู้สึก, วัฒนธรรมหรือสิ่งอื่นใด อย่าให้มีสิ่งใดที่จะมาเป็นอุปสรรคต่อการแสดงออกถึงความรักที่เรามีต่อพระเจ้าของเราเลย ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน
|