บทที่ 5 กลุ่มร่ายรำ
“ควรมีกลุ่มร่ายรำในคริสตจักรหรือไม่ ? “
มีแนวทางบางประการที่จะช่วยในการตั้งกลุ่มการร่ายรำขึ้น
1. กลุ่มร่ายรำต้องมีผู้นำกลุ่ม
ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยผู้นำคริสตจักร และได้รับการยอมรับจากนักร่ายรำภายในกลุ่มและคริสตจักร
2. นักร่ายรำทุกคนต้องผ่านช่วงพิสูจน์ชีวิตที่ผู้นำกำหนด (โดยปกติประมาณ 3 – 6 เดือน)
โดยใช้ชีวิตร่วมกันกับกลุ่มนักร่ายรำและมีการฝึกซ้อมตามตารางอย่างสม่ำเสมอ แต่ยังไม่ต้องขึ้นปรนนิบัติพระเจ้าในช่วงนี้ ซึ่งเป็นระยะของการพิสูจน์ชีวิต อย่างไรก็ตามคงจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลตามการพิจารณาของผู้นำ
3. การใช้เวลาปกติร่วมกันในกลุ่ม
ไม่ว่าจะเป็นการอธิษฐาน การฝึกซ้อม การเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวในพระวิญญาณบริสุทธิ์ร่วมกัน ถ้าคุณไม่สามารถเคลื่อนไหวไปด้วยกันในการอธิษฐานได้ คุณก็จะไม่สามารถเคลื่อนไปในการปรนนิบัติร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพได้
4. ฟป.2:2–3 กล่าวว่า “ ก็ขอให้ท่านทำให้ความยินดีของข้าพเจ้าเต็มเปี่ยม ด้วยการมีความคิดอย่างเดียวกัน มีความรักอย่างเดียวกัน มีใจรู้สึกและคิดพร้อมเพรียงกัน อย่าทำสิ่งใดในทางชิงดีกันหรือถือดี แต่จงมีใจถ่อมถือว่าคนอื่นดีกว่าตัว”
5. ใช้เวลาส่วนตัวร่วมกันเพื่อจะสร้างความสัมพันธ์กัน และเกิดความรักซึ่งกันและกัน
ในการปรนนิบัตินั้นอาจจะมีการเตรียมคิดท่ามาก่อนล่วงหน้าเมื่อได้รับเพลงที่ใช้นมัสการจากผู้นำนมัสการ หรืออาจร่ายรำโดยไม่ได้เตรียมมาก่อน อาจเพราะยังไม่ทราบเพลงที่ใช้ หรืออาจมาจากการตอบสนองการเคลื่อนไหวของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งต้องขออนุญาตผู้นำกลุ่มก่อนออกไปปรนนิบัติ เช่น การออกไปถวายการร่ายรำในพระวิญญานต่อพระเจ้า
นักร่ายรำต้องเตรียมตัวทั้งฝ่ายร่างกายและจิตใจ ไวต่อเสียงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ตระหนักถึงการเจิม และเรียนรู้ที่จะเคลื่อนไหวตามการเจิมนั้น นักร่ายรำนั้นต้องมีชีวิตที่ถูกต้องต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้า ใช้เวลาในการเข้าเฝ้าพระองค์ ใช้เวลากับพระคำของพระเจ้า อธิษฐาน และมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า เรียนรู้บรรยากาศต่าง ๆ ในการนมัสการ เรียนรู้การแสดงออกเพื่อตอบสนองบรรยากาศนั้นๆ มีการเจิมโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์และเคลื่อนไหวตามการเจิมนั้น
ถ้าในคริสตจักรของท่านยังไม่มีทีมนักร่ายรำ ก็เป็นหน้าที่ของศิษยาภิบาล หรือผู้นำนมัสการ หรือผู้นำ ในการหนุนน้ำใจผู้ที่มีภาระใจจะปรนนิบัติพระเจ้าในด้านนี้ แม้อาจจะยังไม่สามารถเริ่มในเวลานี้ แต่อย่างน้อยก็เป็นการท้าทายและสร้างภาระใจให้เขาแสวงหาน้ำพระทัย และการเจิมของพระเจ้าในการปรนนิบัติในด้านนี้ต่อไป
|