• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
บทเรียนจาก “เคนานิยาห์” PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - การพัฒนาทีมนมัสการ

บทเรียนจาก “เคนานิยาห์”

โดย : อ.ประยุทธ สาริมาน

1พศด.15:22 เคนานิยาห์หัวหน้าของคนเลวีในเรื่องเพลงเป็นผู้อำนวยการเพลง  เพราะเขาเข้าใจดี

ก่อนหน้านี้สองสามปี ผมมีโอกาสเดินทางไปรับใช้พระเจ้ามากมายหลายที่หลายแห่งในต่างจังหวัด งานรับใช้ของผมคือการสอนและการพัฒนาการนมัสการของคริสตจักรท้องถิ่น และขณะที่ผมพักค้างคืนในโรงแรมต่าง ๆ  ผมก็มักจะเก็บสบู่ ยาสีฟัน แชมพู ยาสระผม ตลอดจนที่คลุมผมขณะอาบน้ำ กลับมาบ้านเพื่อเป็นของที่ระลึก และผมพบว่า จำนวนของมันมากจนในครอบครัวของผมไม่จำเป็นต้องซื้อสบู่ ยาสีฟัน และแชมพูสระผมมาใช้อีกเลยตลอดปี ยิ่งผมเดินทางไปรับใช้มากขึ้นเท่าใด สิ่งของดังกล่าวในครอบครัวของผมก็มากขึ้นเท่านั้น และมันไม่ได้เป็นประโยชน์สำหรับผมเท่านั้น หากแต่เป็นประโยชน์สำหรับครอบครัวของผมและคนใกล้ชิด (บางครั้งผมมอบให้กับหลายคนที่มาเยี่ยมเยียนผมที่บ้านด้วย)
 

ในพระคัมภีร์ที่ผมยกมาข้างบน เราพบว่า “เคนานิยาห์” ซึ่งเป็นคนเลวี เขาได้รับการมอบหมายจากกษัตรย์ดาวิดให้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเพลง และเหตุผลของการได้รับเลือกให้ทำหน้าที่นี้คือ “เพราะเขาเข้าใจดี”
 

เคนานิยาห์ มีความเป็นมาอย่างไร ครอบครัว พ่อ แม่เป็นใคร เราไม่ทราบ ชื่อของเขาแปลว่า “พระเยโฮวาห์ทรงแต่งตั้งไว้” และเนื่องจากเขาเป็นเชื้อสายของเลวี ซึ่งเป็นเชื้อสายของการรับใช้พระเจ้าด้วยดนตรี เราจึงแน่ใจว่า เขาได้รับการถ่ายทอดมาจากครอบครัวที่รับใช้พระเจ้า และเนื่องจากเขามีความชำนาญด้านดนตรีเป็นพิเศษ เขาจึงถูกเลือให้ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการเพลง (ภาษาอังกฤษใช้คำว่า “Instructed about the song”) หรือครูที่ทำหน้าที่สอนเกี่ยวกับเพลง
 

เคนานิยาห์ เป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้นโดยผ่านทางกษัตริย์ดาวิด และที่เขาได้รับการแต่งตั้ง มิใช่เพราะเขาเป็นคนอารมณ์ศิลปิน เป็นคนอบอุ่น หรือเป็นคนใจดี แต่เพราะเขามีทักษะด้านดนตรีดี
 

ผมแน่ใจว่าทักษะดนตรีของเคนานิยาห์ ได้มาอย่างยากลำบาก และจ่ายราคา ทั้งการเรียนรู้ และฝึกซ้อมอย่างหนัก ทักษะนี้มิได้รับการถ่ายทอดทางกรรมพันธ์หรือทางสายเลือด แต่ด้วยการเรียนรู้ และรักที่จะฝึกฝนจนมีความชำนาญ บางทีเขาอาจจะสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสอนผู้เผยพระวจนะของซามูเอลก็ได้ เขาคงรู้วิธีที่จะร้องเพลงอย่างไพเราะและถูกคีย์ ทั้งสามารถร้องเพลงร่วมกับเครื่องดนตรีอื่นๆ เช่น พิณใหญ่ พิณเขาคู่ และเครื่องดนตรีอื่นๆ นอกจากนี้เขาคงพิสูจน์ตนเองโดยผ่านการรับใช้เป็นเวลานาน จนทุกคนสังเกตุเห็นถึงความเด่นของเขาในงานที่รับใช้ คงจะใช้เวลาหลายปีจนเป็นที่รู้จัก
 

ทักษะดนตรีเป็นความสามารถที่พระเจ้าทรงประทาน และจำเป็นต้องใช้เวลาสะสมค่อนข้างนาน เหมือนผมได้สะสมสบู่ ยาสีฟัน และแชมพูสระผมจากโรงแรมต่างๆ ที่ผมเคยไปพักมาหลายปี หลายที่หลายแห่ง ทักษะดนตรีนี้จะพัฒนามากขึ้นตามกาลเวลาแห่งงานรับใช้ และเมื่อท่านใช้ทักษะนี้เพื่อถวายแด่พระเจ้า ท่านกำลังสรรเสริญพระเจ้าและกำลังประกาศความดีงามของพระเจ้า ผ่านทางชีวิตของท่าน มาร์ติน ลูเธ่อร์ กล่าวว่า “ช่างซ่อมรองเท้าก็ถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าสูงสุดด้วยงานซ่อมรองเท้าให้ดีที่สุดของเขานั่นเอง”
 

เป็นถ้อยคำที่น่าคิด เพราะผมคงจะมีความรู้สึกที่ดีเมื่อผมมอบของขวัญให้กับลูกของผม เนื่องในโอกาสสใดก็ตาม เขารับไว้และเปิดออก ทั้งใช้เวลาชื่นชมกับของเล่นนั้นด้วยความสุขใจ ตรงกันข้าม ผมคงจะมีความรู้สึกแย่ หากลูกของผมรับของขวัญมา และวางมันไว้เฉยๆ ไม่ได้สนใจ ไม่ได้ใส่ใจที่จะชื่นชมกับสิ่งนั้น
 

ผมเชื่อว่าพระเจ้าก็ทรงรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกัน พระองค์ทรงประทานของขวัญล้ำค่าให้กับเรา เมื่อเราเปิดออก และพัฒนาด้วยความชื่นชมกับสิ่งที่ได้รับมานั้น สิ่งนี้แหละเรากำลังสรรเสริญพระเจ้าและนมัสการพระเจ้า เรากำลังทำให้พระเจ้าทรงทราบว่าเรารู้สึกกตัญญูรู้คุณ และสิ่งที่พระองค์ประทานให้เรานั้นมีคุณค่าเพียงใด เราทำให้พระบิดารู้ว่าของประทานที่พระองค์มอบให้เรานั้นไม่ได้เป็นสิ่งธรรมดาเลย
 

เมื่อพระเจ้าทรงแต่งตั้งปุโรหิตให้ถวายการรับใช้ในการนมัสการ บรรดาปุโรหิตจะใช้ชีวิตของเขาทั้งหมด ทั้งความสามารถ แรงกาย แรงใจที่มี เอาจริงเอาจังในงานนมัสการอย่างสุดใจ ใน  “2 พศด 5:11  และอยู่มาเมื่อปุโรหิตออกมาจากวิสุทธิสถาน  (เพราะปุโรหิตทั้งปวงผู้อยู่ที่นั่นได้ชำระตนให้บริสุทธิ์แล้ว  และไม่คำนึงถึงเวร ”  พวกเขาทุ่มเทและจ่ายราคา เพื่อถวายสรรเสริญแด่พระเจ้า เป็นเหตุให้พระเจ้าอำนวยพรงานรับใช้ของพวกเขา จนพระนิเวศของพระเจ้าเต็ไปด้วยพระสิริยิ่งใหญ่จนปุโรหิตอื่นๆ ยืนอยู่ไม่ได้ (อ่าน 2 พศด 5:11-14) 
 

2พศด 5:11-14 

   11   และอยู่มาเมื่อปุโรหิตออกมาจากวิสุทธิสถาน  (เพราะปุโรหิตทั้งปวงผู้อยู่ที่นั่นได้ชำระตนให้บริสุทธิ์แล้ว  และไม่คำนึงถึงเวร

   12   และบรรดาพวกเลวีที่เป็นนักร้องทั้งหมด  ทั้งอาสาฟ  เฮมาน  และเยดูธูน  ทั้งบุตรชายและญาติของเขาทั้งหลาย  แต่งกายด้วยผ้าป่าน  มีฉาบ  พิณใหญ่  และพิณเขาคู่  ยืนอยู่ทางตะวันออกของแท่นบูชา  พร้อมกับปุโรหิตคนแตรหนึ่งร้อยยี่สิบคน)

   13   พวกคนแตรและพวกนักร้องจะทำให้คนได้ยินเขาทั้งหลาย  ร้องเพลงสรรเสริญและเพลงโมทนาพระคุณเป็นเสียงเดียวกัน  และเมื่อเขาร้องขึ้น  พร้อมกับแตรและฉาบกับเครื่องดนตรีอย่างอื่นในการถวายสรรเสริญแด่พระเจ้าว่า "เพราะพระองค์ประเสริฐ  เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์"  พระนิเวศ  คือพระนิเวศของพระเจ้าก็มีเมฆเต็มไปหมด

   14   จนปุโรหิตจะยืนปรนนิบัติไม่ได้  ด้วยเหตุเมฆนั้น  เพราะพระสิริของพระเจ้าเต็มพระนิเวศของพระเจ้า

นักร้องนักดนตรีที่ทำหน้าที่ในการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้านั้น ต้องเป็นผู้ที่มีทักษะเชี่ยวชาญ และมีความจำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญทุกคนใน   2พศด 34:12  “... คนเลวีทุกคนที่ชำนาญเครื่องดนตรี”  พระคัมภีร์กำลังบอกว่านักร้องนักดนตรีทุกคนมีความรับผิดชอบที่จะทำให้ทักษะความสามารถของตน มีความเชี่ยวชาญขึ้นมาให้ได้  “ทุกคน” ซึ่งเป็นการเห็นคุณค่าของประทานที่พระเจ้าประทานให้มา ไม่ว่าจะเป็นนักเปียโน นักกีต้าร์ เบส กลอง นักร้อง นักร่ายรำ และอื่นๆ รวมทั้งคนควบคุมเสียง ทุกคนต้องขยายทักษะของตนเอง ต้องยกระดับความสามารถในทักษะของตนให้สูงขึ้นทุกวัน ขอให้ทุกคนตระหนักว่า การขยายขอบเขตทักษะดนตรีของเรา เป็นการถวายเกียรติ และเห็นคุณค่าของพระเจ้า
 

ไม่ว่าคุณจะอยู่ในความสามารถทางดนตรีระดับใด ในขณะนี้ขอให้ทุกคนทราบว่า ยังมีสิ่งใหม่ๆ รอคุณอยู่ให้คุณได้ฝึกฝนและพัฒนา ยังมีคอร์ดขั้นสูงขึ้นไปอีก ยังมีการท้าทายรออยู่ให้คุณไปค้นหา และพัฒนา จงถวายพระเจ้าด้วยความตั้งใจที่จะพัฒนาตนเองต่อไป อย่ารู้สึกว่าเพียงพอแล้ว จงนำสิ่งใหม่ๆมาถวายแด่พระเจ้าตลอดไป ทั้งบทเพลงใหม่ ทั้งความสามารถใหม่ๆ ใจใหม่ เสียงใหม่ คอร์ดเพลงใหม่ คีย์ใหม่ จงถวายพระเจ้าด้วยมือที่เชี่ยวชาญมากขึ้นทุกวัน
 

ขอให้เราหนุนใจกันในทีมนมัสการ ทุกทักษะที่มีอยู่ในคริสตจักรของคุณ ให้พัฒนาทักษะของตนเองจนสามารถพูดได้ว่าทีมของเรา “ทุกคนมีความชำนาญ” ...ขอพระเจ้าอำนวยพระพร