• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
การเลือกทีมงานด้านนมัสการ PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - การพัฒนาทีมนมัสการ

การเลือกทีมงานด้านนมัสการ

เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน

 

สิ่งที่น่าท้าทายที่สุดประการหนึ่งของผู้นำคริสตจักรในทุกวันนี้ก็คือ การเลือกคนที่จะเข้ามาร่วมทีมงาน  และการดูแลพวกเขาให้มีความสุขและผูกพันตัวตลอดไป  เช่นเดียวกันกับงานด้านนมัสการ ด้านดนตรีของคริสตจักรที่จำเป็นต้องมีคน มีทีมงานที่ร่วมผูกพันตัวทุ่มเทเพื่องานรับใช้ร่วมกัน นักดนตรีส่วนมากที่เราพบว่าเป็นคนที่มีความสามารถทางดนตรีสูง เป็นนักสร้างสรรค์  เป็นพวกศิลปิน พวกเขาส่วนใหญ่ก็มักเป็นกลุ่มคนที่มีอารมณ์แปรปรวน และยากที่จะทำงานด้วย ทีมนมัสการของคริสตจักรส่วนใหญ่ที่ผมพบและที่ผมมี มักทำให้ผมคิดถึงกลุ่มคนของกษัตริย์ดาวิดที่กระจายล้อมรอบตัวของเขา ในครั้งที่ดาวิดกำลังหนีจากมือของซาอูล  พระคัมภีร์ได้บันทึกว่าคนเหล่านี้มีความทุกข์ยาก  ทุกคนมีหนี้สินและไม่มีความพอใจ (1ซมอ.22:2) คนเหล่านี้ก็มาหาพระองค์ มิได้หมายความว่าทุกคนที่อยู่ในทีมนมัสการจะมีหนี้สิน  จะไม่มีความพอใจในสิ่งใด แต่หมายถึงคนเหล่านี้ที่มักจะยากในการจะทำงานด้วย  หรือยากที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา  ดังนั้นการจะทำงานร่วมกับกลุ่มคนดังกล่าว จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการอธิษฐานอย่างมาก  และต้องใช้ทักษะในการสร้างความสัมพันธ์อย่างมากทีเดียว

กุญแจที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งที่ผมได้พบในการที่จะพัฒนางานด้านนมัสการให้มีประสิทธิภาพก็คือ “การสื่อสาร” หากแต่น่าเศร้ามากที่ผมได้พบว่า  สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ถูกละเลยและถูกลืมมากที่สุด  “การสื่อสาร” เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ เฉพาะอย่างยิ่งหากปรารถนาให้ใครสักคนมีการผูกพันตัวในระยะยาว ถ้าหากว่ามีการสื่อสารน้อย  หรือขาดการสื่อสารอย่างพอเพียง  ผู้คนก็จะขาดความมั่นใจ  ไม่แน่ใจว่า เขาจะคาดหวังอะไร และเขาถูกคาดหวังว่าอะไร  ฉะนั้นหากมีการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ  ชัดเจน  ก็จะทำให้เกิดความพึงพอใจ  และความรู้สึกนั้นก็จะถูกรักษาไว้ได้ยาวนานต่อไป

ผมอยากจะแนะนำว่า การสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญในทุกๆเรื่อง และทุกๆขั้นตอนของการปรนนิบัติด้านนมัสการ สำหรับส่วนตัวของผม ผมจะเริ่มสื่อสารกับคนนั้นๆ ตั้งแต่เขาเริ่มต้นเข้ามาอยู่ในทีมนมัสการ เขาจะได้รับแนวทางการปฏิบัติตนอย่างชัดเจน ข้อพึงปฏิบัตินี้ของผมจะสื่อสารสองประการด้วยกัน สิ่งแรกก็คือ คุณสมบัติที่จำเป็นบางประการที่จะร่วมทีมกับผม และอะไรเป็นสิ่งที่ผมคาดหวังในตัวของพวกเขา เมื่อเขามาอยู่กับผม  ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่ผมได้ลำดับไว้เพื่อเป็นแนวทาง เป็นคุณสมบัติบางประการ  และแต่ละสิ่งนั้นผมจะได้ให้รายละเอียดเพื่อขยายความให้ชัดเจนขึ้น  อันจะช่วยให้เข้าใจได้อย่างง่ายๆต่อไป

คุณสมบัติของนักร้อง  นักดนตรี

ต่อไปนี้คือคุณสมบัติที่สำคัญ ซึ่งมีความจำเป็นต่อบุคคลที่จะเข้ามาร่วมรับใช้ในทีมนมัสการของเรา

1.  การผูกพันตัวกับคริสตจักร เป็นสมาชิกของคริสตจักร

(รวมไปถึงลูกๆ ภรรยาหรือสามี ของเขาด้วย)  จริงๆแล้วผมเปิดกว้างที่จะรับใครก็ได้ที่มีทักษะด้านดนตรี  แม้ว่าไม่ได้เป็นสมาชิกของคริสตจักรของเรา  เพื่อมาร่วมรับใช้ แต่หากต้องการจะให้เกิดผลสูงสุด  ผมคิดว่า  เขาควรจะร่วมผูกพันตัวอย่างเหนียวแน่นกับคนในคริสตจักร  และผู้นำของคริสตจักรนั้นๆจะดีกว่า

หากคนได้ผูกพันตัวอย่างจริงจังกับคริสตจักร  ความสัตย์ซื่อในการปรนนิบัติงานด้านนมัสการของเขา จะมีมากกว่าการที่เขาไม่ได้ผูกพันตัว  Terry Kinard วิทยากรด้านการนมัสการของอเมริกา  ได้กล่าวว่า “งานด้านนมัสการนั้น ไม่ใช่สิทธิพิเศษของผู้ที่มีความสามารถด้านดนตรี  หากแต่เป็นเกียรติที่ได้ยื่นออกไปให้กับผู้ที่ได้ร่วมผูกพันตัวอย่างแท้จริง”

2.   การเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ

ก่อนหน้านี้ผมได้กล่าวแล้วว่า งานรับใช้ด้านนมัสการนั้น เป็นงานรับใช้ที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำ และดังนั้นงานด้านนี้จึงไม่เหมาะกับคนที่พึ่งมาเฃื่อพระเจ้าใหม่ๆ หรือยังไม่เติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ  หรือแคระฝ่ายจิตวิญญาณ ในขณะที่ทีมนมัสการกำลังอยู่บนเวที สายตาทุกคู่ในที่ประชุมนั้นย่อมจะจ้องมองมาที่พวกเขา ดังนั้น  ในฐานะผู้นำของทีมคนหนึ่ง การที่จะจัดให้คนที่เพิ่งเชื่อพระเจ้าใหม่ๆ  หรือยังไม่เติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ ให้มีบทบาทบนเวทีจึงไม่ใช่ความคิดที่ควรจะกระทำ

3.  การมีทักษะด้านดนตรีอย่างเชี่ยวชาญ

ทั้งนักดนตรีและนักร้องจำเป็นต้องมีทักษะอย่างเพียงพอที่จะปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า  ซึ่งโดยการนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ พวกเราคงไม่ต้องการจะจำกัดสิ่งที่พระเจ้าจะกระทำท่ามกลางที่ประชุมโดยความจำกัดในเรื่องทักษะของเรา ให้คงเป็นได้เพียงสิ่งง่ายๆเท่านั้น เนื่องจากทักษะของเรามีความจำกัด  ตัวเราจึงเป็นอุปสรรคต่อการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์  ด้วยทักษะของเราเอง

จริงอยู่ผู้นำนมัสการควรเปิดใจให้พระวิญญาณทรงนำในที่ประชุม (ต้องมีนักดนตรีที่มีความสามารถดีด้วย) รวมทั้งทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการประชุม ก็ต้องทำเช่นนั้นด้วย แต่จำไว้ว่าระดับความสามารถทางดนตรีจะมีผลต่อที่ประชุมอย่างมาก  บรรยากาศที่พระวิญญาณทรงนำนั้นจะไปได้แค่ไหน  ขึ้นอยู่กับขนาดของที่ประชุม (จำนวนสมาชิก) และทรัพยากรต่างๆที่สามารถจะนำมาใช้ได้

4.  การอุทิศเวลา

หมายถึง เวลาของการซ้อม การเตรียมตัวในเวลาเช้าวันอาทิตย์ และการดำเนินชีวิตตามกฎเกณฑ์ร่วมกัน  รวมไปถึงการเข้าร่วมการสัมมนา  การเข้าร่วมรีทรีตพิเศษ  และอื่นๆ

ความเข้าใจเกี่ยวกับภาพของการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของสมาชิกคงต้องชัดเจน  เฉพาะอย่างยิ่งคนที่จะเข้ามาร่วมผูกพันตัวในทีม  หากเขาสามารถทราบรายละเอียดได้ก่อน ก็จะเป็นการดีอย่างยิ่ง

5.   การสนับสนุนจากครอบครัว

สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่สมาชิกภายในครอบครัวที่ใกล้ชิดแต่ละคน  เช่น  ภรรยา,  สามี  ฯลฯ จะเต็มใจ ยินดี  ที่จะยอมรับความจำเป็นในการใช้เวลาของเขา ทั้งให้การสนับสนุนเป็นส่วนตัวด้วย

อย่ากลัวที่จะให้บางคนออกจากทีมนมัสการไป  เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวของเขาไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้เขามาร่วมรับใช้ เพราะถ้าครอบครัวของเขาไม่สนับสนุนแล้ว  ในที่สุดเขาก็ต้องขอออกไปเองเมื่อเวลามาถึง

6.   ความสามารถที่จะร่วมชีวิตกับคนอื่นๆในทีม

บางคนนั้นอาจมีพรสวรรค์ด้านดนตรีสูงมาก  ไม่ว่าจะเป็นการเล่น หรือการร้อง แต่จากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง  เช่น  ระดับเสียงของเขา  สไตล์ด้านดนตรี  และอื่นๆ  อาจเป็นปัญหาที่ทำให้เขาไม่อาจร่วมหรือเคลื่อนไปในการปรนนิบัติรับใช้กับคนอื่นได้ จริงๆแล้วคนเหล่านี้ควรจะได้รับการท้าทายให้ไปใช้ของประทานของเขาในทางอื่น เช่น ในกลุ่มสร้างสรรค์ชีวิต หรือการเล่นเพลงพิเศษ ในโอกาสต่างๆ เนื่องจากเขาเหมาะที่จะเล่นโชว์ความสามารถของเขาคนเดียว  มากกว่าจะเล่นกับคนอื่นๆ ดังนั้นการที่เรามองคนคนหนึ่งว่ามีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญอย่างมากในทักษะดนตรี มิได้หมายความว่า เขาควรเป็นคนที่ถูกจับตามองว่าเป็นคนที่สามารถจะมาร่วมงานกับทีมได้ ดังนั้นผู้นำคงต้องใช้วิจารณญาณ  เพราะว่าคนนั้นต้องเป็นคนที่สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ด้วย  ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ที่สุดแล้ว หัวหน้าทีมนมัสการจะเป็นคนตัดสินใจสุดท้ายว่า  ใครควรมีส่วนในทีม-นมัสการ  หลังจากที่เขาได้ชั่งน้ำหนักในด้านต่างๆอย่างระมัดระวังแล้ว  และได้ปรึกษาหารือกับสมาชิกอื่นๆ และกับผู้นำคริสตจักรแล้ว