• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
คำแนะนำสำหรับการปรับปรุงการนมัสการในคริสตจักร PDF พิมพ์ อีเมล
บทความการนมัสการ - เข้าใจการนมัสการ

คำแนะนำสำหรับการปรับปรุงการนมัสการในคริสตจักร

เขียนดย อาจารย์ประยุทธ สาริมาน

1. คริสตจักรแต่ละแห่งก็มีรูปแบบการนมัสการของตนเอง

- บางแห่งก็มีการแสดงบนเวที มีดนตรี แสง-เสียง นอกโบสถ์ก็มีการละเล่น
- บางแห่งก็เงียบสงบ
- เป้าหมายของการนมัสการก็คือ การพยายามทำให้สมาชิกพอใจ และอยู่ติดโบสถ์มากที่สุด

2. พระคัมภีร์เตือนเราให้ระมัดระวังเรื่องการนมัสการ ให้เอาใจใส่ในการนมัสการ ไม่ปล่อยปละละเลย แต่พัฒนาให้มีคุณภาพถูกต้องตามหลักการพระคัมภีร์มากขึ้น

3. คำว่า “worship” มาจากคำว่า “worth + ship” แปลว่า การเห็นคุณค่า การให้เกียรติอย่างสมควรต่อสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการนมัสการ หรือของสิ่งที่เราเห็นคุณค่า

4. ในภาษาฮีบรู “shachah” หมายถึง การก้มกราบลง หรือการโน้มตัวลงแสดงความเคารพ

  • การนมัสการเป็นการแสดงออกของผู้ที่เชื่อด้วยความคิดจิตใจ อารมณ์ และร่างกายของตนต่อพระเจ้า รวมทั้งคำพูดและการกระทำด้วย การตอบสนองนี้เป็นปัจเจกบุคคลตามประสบการณ์ที่มีกับพระเจ้า ตามการเชื่อฟังที่มีต่อความจริงที่พระองค์ได้ทรงเปิดเผยแล้ว มันเป็นการตอบสนองอย่างสมดุลระหว่างความรักที่มีต่อพระเจ้า และความยำเกรงพระองค์ และสิ่งนี้จะยิ่งลึกซึ้งมากขึ้นตามขนาดของการที่ได้รู้จักพระองค์

5. ความหมายที่แคบลงของคำว่า “นมัสการ” คือ การนมัสการเป็นการแสดงความศรัทธาอย่างจริงใจ เป็นการชูจิตวิญญาณที่ได้รับการไถ่แล้วขึ้นต่อพระเจ้า โดยการจับตาดูอยู่ที่ความครบถ้วนของพระองค์ ความล้ำเลิศและความงดงามของพระองค์

  • คริสเตียนจำเป็นต้องสำรวจการนมัสการของตนเองว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะเป็นหนทางแห่งพระพร บางครั้งเรามานมัสการพระเจ้า โดยที่เราไม่เคยเห็นคุณค่าของการนมัสการก็เป็นได้

6. บางทีเมื่อพูดถึงการนมัสการ เราอาจต้องคิดถึงสิ่งต่างๆ เหล่านี้

  • มันเป็นช่วงเวลาที่มีรูปแบบอย่างเป็นทางการใช่ไหม
  • มันเป็นช่วงเวลาของการแสดงความชื่นชมยินดีใช่ไหม
  • การนมัสการควรมีพิธีกรรมที่ชัดเจนไหม
  • คุณและสมาชิกมีส่วนร่วมในการนมัสการหรือไม่
  • คุณและสมาชิกกำลังสรรเสริญพระเจ้าใช่ไหม
  • คุณและสมาชิกกำลังเรียนรู้ใช่ไหม
  • คุณและสมาชิกกำลังได้ยินเสียงของพระเจ้าใช่ไหม
  • คุณและสมาชิกกำลังจับจ้องไปที่พระเจ้าใช่ไหม
  • คุณและสมาชิกกำลังร้องเพลงใช่ไหม
  • คุณและสมาชิกกำลังอธิษฐานใช่ไหม
  • คุณกำลังอยู่คนเดียว หรือคุณกำลังอยู่กับคนอื่นในชุมชน
  • หน้าตาของการนมัสการในปัจจุบันแตกต่างจากการนมัสการในพระคัมภีร์ เฉพาะอย่างยิ่งในยุคแรกของคริสตจักรมากไหม
  • Justin Martyr นักศาสนศาสตร์และนักเทศน์คนหนึ่งกล่าวว่า มีสองสิ่งเกิดขึ้นในบรรยากาศของการนมัสการเสมอ คือ
    • บรรยากาศของพระวจนะ ได้แก่ การเทศนา การอ่านพระคัมภีร์ การอธิษฐาน และการร้องเพลงสรรเสริญ
    • บรรยากาศของพิธีกรรม ได้แก่ พิธีมหาสนิท พิธีจุบอันบริสุทธิ์ และการรับประทานอาหารร่วมกัน
            พิธีหลักทั้งสองประการนี้มีอันต้องเสื่อมลงในสมัยกลาง (คศ.1100-1500) ด้วยการให้ความสำคัญของความโอ่อ่าตระการตา และการหาความพึงพอใจในทางโลกของพิธีกรรมที่ดูศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปี 1600 เป็นต้นมา การฟื้นคืนของการนมัสการก็ค่อยๆ กลับคืนมา
  • การนมัสการ เป็นการมุ่งความสนใจไปที่พระเจ้า

อุปสรรคของการนมัสการ

  • ถ้าคุณถามผมว่า “ทำไมคุณจึงรักภรรยาของคุณ ?” ผมอาจจะบอกคุณได้ แต่ถึงอย่างไรคุณก็ไม่อาจจะมีความรู้สึกเดียวกันกับผมได้อย่างแน่นอน เนื่องจากคุณขาดประสบการณ์นั้น และคุณก็ไม่ได้รักภรรยาของผม
  • การนมัสการมักมีปัญหากับคน 3 ประเภท

1. พวกประโยชน์นิยม
2. พวกมั่นใจในความคิดเห็นของตนเอง
3. พวกที่ชอบการประกาศพระกิตติคุณ

  • ทำไมพวกประโยชน์นิยมจึงมีอุปสรรคในเรื่องการนมัสการ
    * เขาเป็นคนที่แสวงหาพระพรที่จะได้รับ ความต้องการของเขาไม่มีสิ้นสุด คริสตจักรประเภทนี้ก็จะชักชวนคนเพื่อที่จะมารับพรจากพระเจ้า โดยไม่ต้องจ่ายราคาสิ่งใด แต่การนมัสการนั้นเป็นการนำคนมาพบความจริงในพระเจ้า ให้ความสนใจที่พระเจ้ามากกว่าสิ่งที่จะได้รับจากพระองค์
  • ทำไมพวกมั่นใจในความคิดเห็นของตนเองจึงมีอุปสรรคในเรื่องการนมัสการ
    • เราไม่สามารถนมัสการพระเจ้าตามความเห็นของเราเอง แต่ตามที่พระเจ้าทรงนำเสนอต่อเรา
    • บางคนให้น้ำหนักของการนมัสการไปที่การเทศนา แต่การเทศนาก็ไม่ใช่การนมัสการ การเทศนาที่ดีนั้นต้องทำให้การนมัสการชัดเจนขึ้น การเทศนามิใช่กรให้ข้อมูลทางศาสนา แต่ต้องให้ความจริงเกี่ยวกับพระเจ้า และมากไปกว่านั้น การเทศนาต้องเป็นส่วนหนึ่งของการนมัสการ ต้องทำให้การนมัสการชัดเจนขึ้น การเทศนาเป็นเหมือนแสงจากดวงอาทิตย์ที่พุ่งผ่านแท่งปริซึม และแตกกระจายแสงสีต่างๆ ออกมามากมาย สวยงามอย่างอัศจรรย์
    • เขาให้ความสำคัญกับบรรยากาศของการประกาศมากกว่าการนมัสการ ทุกโปรแกรมมุ่งไปเพื่อผู้สนใจ
  • ทำไมพวกที่ชอบการประกาศพระกิตติคุณจึงมีอุปสรรคในเรื่องการนมัสการ
    • การนมัสการไม่ได้มีเป้าหมายสำคัญที่สุดที่การประกาศ แม้ว่าผู้สนใจจะอยู่ในที่ประชุม แต่การนมัสการมีไว้สำหรับผู้ที่เชื่อในพระเจ้าเท่านั้น ผู้สนใจที่ยังไม่ได้เชื่อและวางใจในพระเยซู เขาไม่สามารถจะนมัสการพระเจ้าได้ แต่เขาสามารถสัมผัสกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ เขาสามารถเห็น ได้ยิน และมีประสบการณ์กับการทรงสถิตของพระเจ้าได้ในเวลาแห่งการนมัสการ ดังนั้นจุดศูนย์กลางของการนมัสการอยู่ที่พระเจ้า ไม่ใช่ผู้สนใจ
  • เนื้อหาสาระของการนมัสการ
    • โยบ 42:2 ข้าพระองค์ทราบแล้วว่า พระองค์ทรงกระทำทุกสิ่งได้ และพระประสงค์ของพระองค์ จะไม่หดหู่ไปได้เลย
    • สดด.9:1-2 1 ข้าพระองค์จะขอบพระคุณพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะบอกถึงการอัศจรรย์ทั้งสิ้นของพระองค์ 2 ข้าพระองค์จะยินดีและปลาบปลื้มใจในพระองค์ ข้าแต่องค์ผู้สูงสุด ข้าพระองค์จะร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์
    • สดด.19:1 ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์
    • อสย.6:3 ต่างก็ร้องต่อกันและกันว่า “บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ บริสุทธิ์ พระเจ้าจอมโยธา แผ่นดินโลกทั้งสิ้นเต็มด้วยพระสิริของพระองค์"
    • อฟ.1:3 สาธุการแด่พระเจ้าพระบิดาแห่งพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ผู้ทรงโปรดประทานพระพรฝ่ายวิญญาณแก่เรานานาประการ ในสวรรคสถานโดยพระคริสต์
    • 1 ปต.1:3 สาธุการแด่พระเจ้าพระบิดาแห่งพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ผู้ได้ทรงพระมหากรุณาแก่เรา ทรงโปรดให้เราบังเกิดใหม่ เข้าสู่ความหวังใจอันมีชีวิตอยู่ โดยการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์
    • วว.19:6 แล้วข้าพเจ้าได้ยินเสียงดุจเสียงฝูงชนเป็นอันมาก ดุจเสียงน้ำมากหลาย และดุจเสียงฟ้าร้องสนั่นว่า"อาเลลูยาเพราะว่าพระเจ้าของเราผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุดทรงครอบครองอยู่
    • ยน.4:23-24 23 แต่วาระนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และบัดนี้ก็ถึงแล้ว คือเมื่อผู้ที่นมัสการอย่างถูกต้องจะนมัสการพระบิดา ด้วยจิตวิญญาณและความจริง เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้นนมัสการพระองค์ 24 พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ และผู้ที่นมัสการพระองค์ ต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง"

สรุป คำแนะนำสำหรับการปรับปรุงการนมัสการในคริสตจักร

1. พิจารณาถึง เวลาที่ใช้ในการนมัสการ เราได้ให้เวลาเพียงพอหรือเปล่าในการนมัสการ เราให้ความสำคัญกับการนมัสการแค่ไหน การใช้เวลา การให้เวลา เป็นสิ่งที่บอกว่าสิ่งนั้นสำคัญ

  • โบสถ์ใหญ่ๆ ก็มักมีโปรแกรมมากมาย การจัดสรรเวลามีความสำคัญ จงลำดับความสำคัญของการนมัสการเป็นลำดับความสำคัญแรกๆ ของการประชุมนมัสการ

2. พิจารณาว่า ผู้นำของคริสตจักรในทุกระดับให้ความสำคัญของการนมัสการแค่ไหน ผู้นำทุกคนต้องสามารถแสดงออกให้ที่ประชุมเห็นได้ว่า เขาให้ความสำคัญต่อการนมัสการ เพราะการนมัสการพระเจ้าเป็นส่วนที่สำคัญประการหนึ่งในการเป็นผู้นำของเขา

  • ผู้นำต้องสามารถเป็นแบบอย่างในการแสดงออกถึงการนมัสการได้

3. พิถีพิถันต่อการเลือกผู้ที่จะมานำนมัสการ ใครและทำไม ไม่ใช่ใครก็ได้ แต่เป็นบางคนที่สามารถมีสิทธิอำนาจที่จะนำที่ประชุมได้อย่างแท้จริง

4. พิจารณาถึงระเบียบวาระในการประชุมนมัสการ สิ่งใดถูกให้ความสำคัญสูงสุด บางทีเราใช้เวลาไปกับคำพยานมากเกินไป ละครมากเกินไป แม้ว่าเป็นละครเรื่องการประกาศพระกิตติคุณ จำไว้ว่า ในการนมัสการนั้นพระเจ้าเป็นจุดศูนย์กลาง ไม่ใช่สิ่งดีใดๆ ที่อยู่ในบรรยากาศนมัสการ

5. พิจารณาถึงแก่นแท้ของการนมัสการมากกว่า รูปแบบของการนมัสการ จงเลือกรูปแบบที่ทำให้คนพบพระเจ้า และสามารถเข้าถึงสาระของการนมัสการได้ง่ายมากกว่ารูปแบบที่คนรับไม่ได้ จงจำไว้ว่ารูปแบบของการนมัสการไม่ใช่สาระสำคัญเท่ากับสาระที่แท้จริงของการนมัสการ ถ้ารูปแบบของการนมัสการ (พิธีกรรม/สมัยนิยม) บดบังสาระที่แท้จริงของการนมัสการ การนมัสการก็จะถูกทำลายไป คริสตจักรที่ฉลาดก็รู้จักที่จะใช้รูปแบบให้มีประโยชน์ต่อสาระสำคัญของการนมัสการ

5 ประการที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นข้อเสนอ เพื่อกระตุ้นให้คริสตจักรและผู้นำคริสตจักรให้ความสำคัญ และพิถีพิถันในการจัดการนมัสการในวิถีชีวิตของการนมัสการแต่ละสัปดาห์มากขึ้น คริสตจักรที่อยู่ในพระทัยของพระเจ้าเป็นคริสตจักรที่นมัสการอย่างถูกต้องเท่านั้น คริสตจักรอย่างนี้แหละที่มีพลังต่อชุมชน และต่อโลกของเรา