ตอนที่ 5 : เหตุใดเราจึงควรสรรเสริญพระเจ้า?

เขียนโดยอาจารย์ประยุทธ สาริมาน
เหนือสิ่งอื่นใด เราสรรเสริญพระองค์เนื่องจาก
เหตุผลประการที่หนึ่ง เป็นพระบัญชาของพระองค์ที่ให้เราสรรเสริญ “จงสรรเสริญพระเจ้าเถิด” (สดด.150:1) คุณเคยสังเกตไหมว่าพระเจ้าไม่เคยขอร้องให้เราสรรเสริญพระองค์ นั่นก็เพราะว่าพระราชานั้นไม่จำเป็นที่จะต้องร้องขอ เพียงแต่ตรัสสั่งเท่านั้น ! คุณอาจมีคำถามว่า “เหตุใดพระเจ้าจึงต้องการสรรเสริญของเรา” “หรือพระองค์เป็นพวกชอบให้คนมายกยอประจบสอพลอ?” ไม่ใช่เช่นนั้นเลยคำสรรเสริญของเรานั้นมิได้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพระองค์ แต่พระองค์ทรงทราบดีว่าเราจำเป็นต้องสรรเสริญพระองค์ แน่นอนที่สุดการสรรเสริญของเรานั้นมิได้เป็นประโยชน์อันใดสำหรับพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้ไม่ว่าเราจะเลือกที่จะนมัสการพระองค์หรือไม่ก็ตาม พระองค์ทรงสั่งให้เราสรรเสริญเพื่อประโยชน์แก่ตัวเราเอง เนื่องจากเราจะเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้าได้ก็ต่อเมื่อ เราได้สรรเสริญเพื่อประโยชน์แก่ตัวเราเอง เนื่องจากเราจะเข้าสู่ความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้าได้ก็ต่อเมื่อเราได้สรรเสริญพระองค์เท่านั้น ถ้าปราศจากจิตใจแห่งการสรรเสริญ และขอบพระคุณแล้ว เราจะไม่สามารถเติบโตขึ้นในพระคุณของพระเยซูคริสต์ได้เลย
เหตุผลประการที่สอง สำหรับการสรรเสริญคือ พระเจ้าจะทรงประทับอยู่เหนือคำสรรเสริญ (ดูใน สดด.22:3 “ถึงอย่างไร พระองค์ทรงเป็นองค์บริสุทธิ์ พระองค์ประทับเหนือคำสรรเสริญของคนอิสราเอล”) พระองค์ทรงรักการสรรเสริญของเรา! พระองค์ทรงพอพระทัยในคำสรรเสริญของเรา และพระสิริของพระองค์จะสถิตอยู่เหนือคำสรรเสริญของเรา จากความจริงข้อนี้ข้าพเจ้าอยากที่จะทำความเข้าใจอย่างเจาะจงกับข้อพระคัมภีร์ที่จะเป็นพื้นฐานของเนื้อหาที่จะกล่าวต่อๆ ไป ในพระธรรมอิสยาห์ บทที่ 60:18 นั้นเต็มไปด้วยกุญแจสำคัญที่จะไขข้อพระคัมภีร์ที่เราจะทำการศึกษาในเรื่องการสรรเสริญในอีกหลายๆ ตอน โดยในข้อนี้ได้กล่าวว่า “เจ้าจะเรียกกำแพงของเจ้าว่าความรอด และประตูเมืองของเจ้าว่าความสรรเสริญ” เราจะเห็นว่าในพระคัมภีร์ได้กล่าวถึง “ประตู” ซึ่งเราพบว่ามีความเกี่ยวเนื่องกับ “การสรรเสริญ” ให้เราศึกษากุญแจดอกนี้ที่จะไขไปสู่ข้อพระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้อง ”พระเจ้าทรงรักประตูศิโยนมากยิ่งกว่าที่อาศัยแห่งใดใดของยาโคบ” (สดด.87:2) พระเจ้าทรงรักการสรรเสริญ (ประตู) ของศิโยนมากกว่าที่พระองค์ทรงรักที่อาศัยใดใดของยาโคบ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าพระเจ้าจะมิทรงสำแดงบางสิ่งแก่เราเมื่อเราได้สรรเสริญพระองค์
สดด.100:4 จงเข้าประตูของพระองค์ด้วยการโมทนา (Todah) และเข้าบริเวณพระนิเวศของพระองค์ด้วยการสรรเสริญ
เหตุผลประการที่สาม คือพลังแห่งการสรรเสริญ เมื่อเราหยุดความพยายามที่จะสู้รบกับศัตรูด้วยกำลังของเราเอง แล้วเพียงแต่ก้าวเข้ามาสรรเสริญพระเจ้า พระองค์ก็จะทรงต่อสู้แทนเรา พระเจ้านั้นทรงสามารถที่จะปลดปล่อยฤทธานุภาพของพระองค์และจัดสรรสิ่งต่างๆ แทนเรา ซึ่งเราจะศึกษาเรื่องนี้มากขึ้นในเนื้อหาส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องการสรรเสริญคือ ศาสตราวุธในสงครามฝ่ายวิญญาณและเราจะเห็นว่าการสรรเสริญนั้นนำมาซึ่งชัยชนะ, ฤทธิ์อำนาจ, การปลดปล่อย และการอวยพรมากเพียงใด
เหตุผลประการที่สี่ เรายังจะสรรเสริญพระเจ้าเนื่องด้วยเป็นการดีที่จะสรรเสริญพระองค์ (ดูใน สดด.92:1 “เป็นการดีที่จะโมทนาพระคุณพระเจ้า ข้าแต่องค์ผู้สูงสุด ที่จะร้องเพลงสรรเสริญพระนามของพระองค์”) เป็นความยินดีที่ได้สรรเสริญพระองค์ (ดูใน สดด.135:3 “จงสรรเสริญพระเจ้า เพราะพระเจ้าประเสริฐ จงร้องเพลงถวายพระนามของพระองค์ เพราะพระองค์ทรงพระเมตตา”) ซึ่งเป็นการสมควรที่จะสรรเสริญองค์บริสุทธิ์
เหตุผลประการที่ห้า ในการสรรเสริญพระเจ้าก็คือ พระองค์นั้นมีคุณค่าควรแก่การสรรเสริญของเรา “พระเจ้านั้นยิ่งใหญ่และสมควรจะสรรเสริญอย่างยิ่ง…” (สดด.48:1) “องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพระองค์ทั้งหลาย พระองค์ทรงสมควรที่จะได้รับคำ-สรรเสริญ พระเกียรติและฤทธิ์เดช เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง และสรรพสิ่งทั้งปวงนั้นก็ทรงสร้างขึ้นแล้วและดำรงอยู่ตามชอบพระทัยของพระองค์” (วว.4:11) ให้เรามาดูถ้อยคำอันงดงามของ มาร์ติน ลูเธอร์ ที่กล่าวว่า “ไม่มีผู้ใดจะสรรเสริญพระเจ้าได้จนกว่าผู้นั้นจะตระหนักว่าไม่มีสิ่งดีใดๆ ในตัวของเขาที่มีค่าควรแก่การสรรเสริญ แต่ทุกสิ่งที่มีคุณค่าควรแต่การสรรเสริญนั้นมีอยู่ในพระเจ้าและประทานมาโดยพระองค์เท่านั้น และพระเจ้านั้นทรงสมควรได้รับการสรรเสริญตลอดนิจนิรันดร เพราะความดีงามของพระองค์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด และไม่เคยดับสูญ ดังนั้นเราจึงสามารถสรรเสริญพระองค์สืบๆ ไปเป็นนิจ”
เหตุผลประการที่หก คือเราถูกสร้างมาให้สรรเสริญพระเจ้า หนังสือเล่มหนึ่งกล่าวไว้ว่า “จุดหมายที่มีคุณค่าที่สุดของมนุษย์ ก็คือการถวายเกียรติแด่พระเจ้า และชื่นชมในพระองค์ตลอดนิรันดร์” ข้อความนี้มีความหมายในนัยเดียวกันกับพระธรรมเยเรมีย์บทที่ 33 ข้อ 11 ที่ได้แสดงให้เราเห็นว่า พระเจ้าได้ทรงเรียกครัวเรือนอิสราเอลมาหาพระองค์เพื่อที่จะสรรเสริญ ประกาศพระนาม และยกย่องพระเจ้า โดยได้กล่าวข้อความนี้อีกใน 1 ปต.2:9 ซึ่งกล่าวไว้ว่า “แต่ท่านทั้งหลายเป็นชาติที่พระองค์ทรงเลือกไว้แล้ว เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นประชาชาติบริสุทธิ์ เป็นชนชาติของพระเจ้าโดยเฉพาะ เพื่อให้ท่านทั้งหลายประกาศพระบารมีของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกท่านทั้งหลายให้ออกมาจากความมืด เข้าสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์” เราได้ถูกเลือกไว้โดยพระเจ้า เพื่อสำแดงการสรรเสริญตามพระประสงค์ของพระองค์ ในอิสยาห์ได้สรุปใจความนี้ไว้ได้อย่างงดงามว่า “คือชนชาติที่เราปั้นเพื่อเราเอง เพื่อเขาจะได้ถวายสรรเสริญเรา” (อสย.43:21)
คนจำนวนมากในโลกนี้ปรารถนาที่จะเติมจิตใจของตนให้เต็ม และพยายามแสวงหาสิ่งต่างๆ อย่างสุดกำลังในทางที่ผิด แต่พวกเขาจะไม่เคยสามารถเติมเต็มจิตใจภายในอันแท้จริงได้อย่างสมบูรณ์ จนกว่าพวกเขาจะเข้ามามีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้าได้โดยการสรรเสริญ A.W. Tozer เห็นด้วยกับความคิดนี้ ท่านกล่าวไว้ว่า “พระประสงค์ของพระเจ้าในการส่งพระบุตรของพระองค์ลงมาบนโลก ตายที่ไม้การเขนและฟื้นคืนพระชนม์ และเสด็จไปประทับที่พระหัตถ์เบื้องขวาของพระบิดา ก็อาจเพื่อช่วยเราให้ค้นหาสิ่งมีค่าที่สูญหายไป นั่นคืออัญมณีแห่งการสรรเสริญและนมัสการ ที่เราอาจต้องนำกลับมา และเรียนรู้ที่จะกระทำใหม่ตามพระประสงค์เริ่มแรกที่ได้ทรงสร้างเรามา เพื่อที่จะนมัสการในงดงามแห่งความบริสุทธิ์ของพระองค์” การสรรเสริญนั้นมิควรเป็นการกระทำด้วยความยากลำบากที่ทำให้แก่เจ้านาย แต่ควรเป็นสิ่งที่ล้นไหลออกมาจากชีวิตของเราอย่างเป็นธรรมชาติ ความจริงแล้วการสรรเสริญนั้นมีแนวโน้มจะถูกฝังอยู่ภายในชีวิตของเราอยู่แล้ว โดยพระประสงค์ของพระเจ้าพระผู้สร้างและพระบิดาของเรา การสรรเสริญจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งธรรมชาติที่สุดที่เราจะสามารถทำได้ !
|