• Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
  • default color
  • cyan color
  • red color

www.weloveworship.com

Member Area
headertext3.jpg
PDF พิมพ์ อีเมล

10 M ที่ผู้รับใช้ต้องระมัดระวัง (โครงร่างคำสอน)

เขียนโดย : อ.ประยุทธ สาริมาน

 

1. Manhood คือ ความเป็นมนุษย์อย่างตามพระฉายของพระเจ้า

  • เรามีลักษณะชีวิตตามพระฉายพระเจ้า
  • มีชีวิตที่เหมือนพระเจ้ามากขึ้นทุกวัน รักษาชีวิต รักษาความเป็นพระฉายที่มีอยู่ในชีวิตของเรา มีผลพระวิญญาณในชีวิต
  • การปรนนิบัติก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้เรารักษาชีวิตกับพระเจ้าได้
  • เป้าหมายชีวิตของเราไม่ได้เป็นแค่เพียง นักดนตรีทีดีที่สุดหรือการเป็นนักร้องที่ดีที่สุด แต่เป็นการตั้งเป้าว่าจะมีลักษณะชีวิตที่เติบโตไปถึงความไพบูลย์ เป็นเหมือนพระฉายมากขึ้น

2คร.3:18 “และตัวเราก็เปลี่ยนไปเป็นเหมือนพระฉายขององค์พระผู้เป็นเจ้า”

  • เมื่อเรารักษาพระฉายของพระเจ้าในชีวิต เราก็สำแดงพระเยซู ทำให้คนเห็นพระองค์ได้มากขึ้น
  • ในยามยากลำบากจะเป็นเวลาที่สร้างชีวิตของเราได้มากกว่าในยามสะดวกสบาย

รม.8:28 “เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรง เรียกตามพระประสงค์ของพระองค์”
รม.12:2 “แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่”

  • พระสิริมาจากการที่เราได้พบพระเจ้า การมีพระฉายของพระเจ้า คือการมีพระเจ้าในชีวิตนั่นเอง

 

2. Ministry คือ การรับใช้

มธ.7:16-20 “ท่านจะรู้จักเขาได้ด้วยผลของเขา ผลองุ่นนั้นเก็บได้จากต้นไม้มีหนามหรือ หรือว่าผลมะเดื่อนั้น เก็บได้จากพืชหนาม ต้นไม้ดีย่อมให้แต่ผลดี ต้นไม้เลวก็ย่อมให้ผลเลว ต้นไม้ดีจะเกิดผลเลวไม่ได้ หรือ ต้นไม้เลวจะเกิดผลดีก็ไม่ได้ ต้นไม้ซึ่งไม่เกิดผลดีย่อมต้องถูกฟันลงและทิ้งเสียในไฟ เหตุฉะนั้น ท่านจะ รู้จักเขาได้เพราะผลของเขา”

  • ชีวิตที่มีพระเจ้าจะส่งผลให้เรารับใช้ ไม่ใช่เป็นการfocusอยู่ที่การรับใช้อย่างเดียว
  • อะไรเป็นเป้าหมาย สูงสุดในชีวิตของเรา แค่การรับใช้อย่างเดียวหรือเปล่า

1คร.2:4-5 “คำพูดและคำเทศนาของข้าพเจ้าไม่ใช่คำที่เกลี้ยกล่อมด้วยสติปัญญา แต่เป็นคำซึ่งได้แสดง พระวิญญาณและพระเดชานุภาพ เพื่อความเชื่อของท่านจะไม่ได้อาศัยสติปัญญาของมนุษย์ แต่ อาศัยฤทธิ์เดชของพระเจ้า  “

  • เปาโลทำด้วยความรัก ไม่ใช่ทำตามหน้าที่ ไม่ใช่รับใช้ “การรับใช้” แต่รับใช้พระเจ้า และคริสตจักรของพระเจ้า คือการรับใช้ที่แท้จริง เรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาด มีความรักต่อทีมงาน
  • Unityที่ปราศจากความรักอาจกลายเป็นเป็นเหมือนผู้ รับจ้าง

2คร.6:3 เราจะไม่เป็นหินสะดุดให้ใคร -- “เรามิได้ให้ผู้ใดมีเหตุสะดุดในสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลย เพื่อมิให้การที่ เรารับใช้ปฏิบัตินั้นเป็นที่เขาจะติเตียนได้”

 

3. Message คือ ข่าวสาร การสื่อสาร

  • การพูดความจริงด้วยใจรัก

อฟ.4:15 “แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ คือพระคริสต์”

  • ฟาริสีพูดความจริง แต่เพราะความหยิ่งไม่ได้มาจากใจที่มีความรัก
  • ให้สิ่งที่เราสื่อสารควรเป็นถ้อยคำที่มีพระคำของพระเจ้าอยู่ด้วยเสมอ
  • พระเยซูสื่อสารข่าวประเสริฐด้วยชีวิตที่ชอบธรรม มีพระคำพระเจ้า
  • ท่าทีเป็นตัวกำหนดการยอมรับที่มาจากพระเจ้าในสิ่งที่เราทำ
  • อย่ามองอะไร หรือเข้าใจอะไรด้วยแค่การมองจากมุมเดียว
  • ใส่พระคำของพระเจ้าลงไปในชีวิต เพื่อที่ความคิดของเราจะถูกต้อง ดีที่สุดก็คือ ให้พระเจ้า ตรวจจับทุกคำพูดของเราด้วยพระวจนะพระเจ้า

มธ.7:23 “เมื่อนั้นเราจะได้กล่าวแก่เขาว่า "เราไม่เคยรู้จักเจ้าเลย เจ้าผู้กระทำความชั่ว จงไปเสียให้พ้น หน้าเรา"”

 

4. Maturity คือ การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายวิญญาณ

1ทธ.3:6 “อย่าให้ผู้ที่กลับใจใหม่ๆเป็นผู้ปกครองดูแล เกรงว่าเขาอาจจะยโส แล้วก็จะถูกปรับโทษเหมือน อย่างมารนั้น”
กท.5:22-23 ผลพระวิญญาณ เป็นตัวสะท้อนการเติบโตฝ่ายวิญญาณ “ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบังคับตน เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย”

  • ยิ่งเมื่อเราเดินกับพระเจ้าชีวิตของเราก็รับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น ความรักของเราก็เติบโตขึ้น ความอดทนในชีวิตของเราก็มีมากขึ้น


1คร13:4-8 เติบโตในความรัก  “ ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้..........”
มธ.25:21 สะท้อนภาพของทาสผู้สัตย์ซื่อ ไม่ใช่เพียงรู้จักพระคำ แต่เราตั้งใจที่จะประพฤติตาม? “นายจึงตอบว่า "ดีแล้ว เจ้าเป็นทาสดีและสัตย์ซื่อ เจ้าสัตย์ซื่อในของเล็กน้อย เราจะตั้งเจ้าให้ดูแลของ มาก เจ้าจงปรีดีร่วมสุขกับนายของเจ้าเถิด"”

  • การเติบโตไม่ได้วัดจากการที่เรารู้พระคำ แต่วัดที่ความตั้งใจของเราที่จะเดินตามพระคำของพระเจ้าที่มีใน ชีวิต
  • เมื่อเรารู้ความจริงจากพระวจนะก็จะทำให้เราดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น

 

5. Marriage คือ ความรับผิดชอบบทบาทของเราในครอบครัว

  • ในฐานะที่เราเป็น ลูก พี่ หรือน้อง เป็นการที่เรารับผิดชอบในครอบครัวของเราเป็นอย่างดี เป็นเกลือและ เป็นแสงสว่างให้กับพวกเขา

อฟ.6:4 พ่อก็ต้องไม่ยั่วโทสะลูก “ฝ่ายท่านผู้เป็นบิดา อย่ายั่วบุตรของตนให้เกิดโทสะ แต่จงอบรมบุตรด้วยการสั่งสอน และการเตือนสติ ตามหลักขององค์พระผู้เป็นเจ้า”
พ่อแม่ของเราเห็นเราเป็นอย่างไรบ้าง? เราจะทำอะไรให้กับครอบครัวเรา? มากยิ่งกว่านั้นคือ คำอธิษฐานให้ เขามารู้จักพระเจ้า
1ทธ.3:5 ความสมดุล “เพราะว่าถ้าชายคนใดไม่รู้จักครอบครองบ้านเรือนของตน คนนั้นจะดูแลคริสตจักรของพระเจ้าอย่างไร ได้”

  • การทำความดีต้องเริ่มต้นจากคนในครอบครัวของเราก่อน

 

6. Method คือ วิธีการ

  • เป็นการดำเนินชีวิตคริสเตียนด้วยวิธีการที่ถูกต้องด้วย
  • วิธีการของพระเจ้าจะนำมาซึ่งสันติภาพ
  • อย่าใช้วิธีการที่ผิดเพื่อให้ได้มาในสิ่งที่เราต้องการหรือเพื่อความสำเร็จ
  • อย่าให้การทำผิดของคนอื่นมาทำให้เราตอบสนองผิดไปด้วย
  • พระเจ้าสนใจลักษนะชีวิตมากกว่าความสำเร็จที่เราจะไปถึง

ตัวอย่าง :

  • ถ้าเรามีลักษณะชีวิตที่ถูกต้อง เราก็จะไปถึงความสำเร็จแน่นอน  ดาวิดตอบสนองต่อซาอูล แม้ซาอูลไล่ฆ่าเขาอย่างไม่ชอบธรรม แต่เขาปล่อยให้พระเจ้าตัดสิน

มธ.10:41 ท่าทีถูก วิธีการถูกด้วย “ผู้ที่รับผู้เผยพระวจนะ เพราะเป็นผู้เผยพระวจนะ ก็จะได้บำเหน็จอย่างที่ผู้เผยพระวจนะพึงได้รับ และผู้ที่รับผู้ชอบธรรมเพราะเป็นผู้ชอบธรรม ก็จะได้บำเหน็จอย่างที่ผู้ชอบธรรมพึงได้รับ”
2ธส.3:7 แม้เปาโลสมควรได้รับ แต่เขาไม่ต้องการเป็นภาระ เป็นแบบอย่าง “เพราะว่าตัวท่านเองก็รู้อยู่ว่า ท่านควรจะเอาอย่างเรา เรามิได้เกียจคร้านเลยเมื่อเราอยู่ในหมู่ พวกท่าน”

 

7. Manner คือ มารยาท

  • การปฏิบัติตนอย่างดี รู้จักที่จะให้เกียรติกันและกัน

ทต.1:7-8 ดีทั้งกาย วาจา ใจ “เพราะว่าผู้ปกครองดูแลนั้น ในฐานะที่เป็นผู้รับมอบฉันทะจากพระเจ้า ต้องเป็นคนที่ไม่มีข้อตำหนิ ไม่ เป็นคนเย่อหยิ่ง ไม่เป็นคนเลือดร้อน ไม่เป็นนักเลงสุรา ไม่เป็นนักเลงหัวไม้และไม่เป็นคนโลภมักได้ แต่ เป็นคนมีอัชฌาสัยรับแขกดี เป็นผู้รักความดี เป็นคนมีสติสัมปชัญญะ เป็นคนยุติธรรม เป็นคนบริสุทธิ์ รู้จักบังคับใจตนเอง”
อฟ.5:4 เป็นคนที่ระมัดระวังคำพูด เราคิดถึงผู้อื่น “ทั้งอย่าพูดหยาบคาย พูดเล่นไม่เป็นเรื่อง และพูดตลกหยาบโลนเกเร ซึ่งเป็นการไม่สมควร แต่ให้ ขอบพระคุณดีกว่า”

  • เรียนรู้ที่จะคิดเผื่อคนอื่น ให้สิ่งดีกับเขา เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกัน

 

8. Money คือ เงิน

  • ความรักเงินเป็นรากเหง้าของความชั่วทั้งปวง

1ทธ.6:10 ด้วยว่าการรักเงินทองนั้นเป็นมูลรากแห่งความชั่วทั้งมวล และเพราะความโลภนี่แหละ จึงทำให้ บางคนห่างไกลจากความเชื่อ และตรอมตรมด้วยความทุกข์

  • เงินเป็นตัวแลกเปลี่ยนสิ่งของในโลก แต่ความเชื่อเป็นตัวแลกเปลี่ยนในฝ่ายวิญญาณ
  • เราไม่ได้มีคุณค่าน้อยถ้าเรามีเงินน้อยกว่าคนอื่น
  • ขยายใจของเราในการมอบถวายให้กับพระเจ้า พระเจ้าไม่ได้ต่อต้านความร่ำรวย : อับราฮัม ดาวิด ซาโลมอน สิ่งอื่นจะตามมาเมื่อเราแสวงหาพระเจ้า เมื่อเรามอบถวายให้กับพระองค์

มธ.6:33 แต่ท่านทั้งหลายจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์ จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงเหล่านี้ให้
1ยน.2:16 เพราะว่าสารพัดซึ่งมีอยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา และความทะนงในลาภ ยศไม่ได้เกิดมาจากพระบิดา แต่เกิดมาจากโลก เลวีมีพระเจ้าเป็นสมบัติของเขา
กดว.18:20 และพระเจ้าตรัสกับอาโรนว่า "เจ้าจะไม่ได้รับมรดกในแผ่นดินของเขา ทั้งเจ้าจะไม่มีส่วน อันใดกับเขาเลย เราเป็นส่วนแบ่งของเจ้าและเป็นมรดกของเจ้าท่ามกลางคนอิสราเอล
1ทธ.6:11 แต่ท่านผู้เป็นคนของพระเจ้า จงหลีกหนีเสียจากสิ่งเหล่านี้ จงมุ่งมั่นในความชอบธรรม ในทางของ พระเจ้า ความเชื่อ ความรัก ความอดทน และความอ่อนสุภาพ

  • พระเจ้าให้เรามีเสรีภาพในการตัดสินใจและเราเองก็ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจนั้นด้วย

 

9. Morality คือ ศีลธรรมหรือคุณธรรมในจิตใจ

  • ร่างกายของเราคือพระวิหารของพระเจ้า อะไรที่จะนำเราไปสู่การทดลองก็อย่าพาตัวเองเข้าไป
  • ตอบสนองต่อความปรารถนาผิดของตัวเองนั่นก็คือการทำความผิดบาป
  • ในที่สุดแล้วเราจะเก็บเกี่ยวในสิ่งที่เราได้หว่านลงไป

มธ.13:24 “พระองค์ตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังว่า "แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือน คนหนึ่งได้ หว่านพืชดีในนาของตน”

  • มารจะหว่านความคิดที่ผิดในยามที่เราอ่อนกำลัง ในยามที่เราไม่ระวัง ในยามที่เราปล่อยความคิดไปเรื่อยๆ
  • มารจะใช้ความบาปเป็นตัวดูดพระพรของพระเจ้าจากชีวิตของเราไป ให้พระคำของเป็นโคมส่องเท้า นำทางชีวิตของเรา

สดด.119:105 พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคา ของข้าพระองค์

 

10. Motive คือ แรงจูงใจ

  • ในสิ่งที่เราทำเรากำลังอวดพระเจ้าหรือเรากำลังอวดตัวเราเอง

มธ.6:1 อย่ากระทำศาสนกิจเพื่ออวดคนอื่น “จงระวัง อย่ากระทำศาสนกิจเพื่ออวดคนอื่น ถ้าทำอย่างนั้นท่านจะไม่ได้รับบำเหน็จจากพระบิดาของท่าน ผู้ทรงสถิตในสวรรค์”
1ซมอ.16:7 พระเจ้าทอดพระเนตรที่จิตใจ ”แต่พระเจ้าตรัสกับซามูเอลว่า "อย่ามองดูที่รูปร่างภายนอกหรือที่ความสูงแห่งร่างกายของเขา ด้วยเราไม่ ยอมรับเขาเพราะพระเจ้าทอดพระเนตรไม่เหมือนกับที่มนุษย์ดู มนุษย์ดูที่รูปร่างภายนอกแต่พระเจ้า ทอดพระเนตรจิตใจ"
สภษ.16:2 พระเจ้าทรงชั่งจิตใจในสิ่งที่เราทำ “ทางทั้งสิ้นของมนุษย์ก็บริสุทธิ์ในสายตาของเขาแต่พระเจ้าทรงชั่งจิตใจ”

  • ในขณะที่เรารับใช้พระเจ้า เรากำลังดึงความสนใจของคนไปที่ไหน ที่ความสามารถของเราหรือที่พระเจ้า เรากำลังทำให้คนเห็นพระเจ้าชัดเจนมากขึ้นหรือเปล่า